ตารางเปรียบเทียบสรุป
ถ้าอยากรู้เร็ว ๆ ว่า แชมพูออร์แกนิค ยี่ห้อไหนดี ดูตารางนี้ได้เลยค่ะ อ้อยแบ่งไว้ทั้งสูตรผู้ใหญ่ (ผมมัน ผมร่วง ผมแห้ง) และสูตรเด็กเล็ก ราคาในตารางเป็นช่วงราคาจากร้านบน Shopee และ Lazada ณ วันที่ 7 พ.ย. 2026 ซึ่งเปลี่ยนได้ตามโปรโมชันนะคะ
รีบไหมครับ? ผมสรุปอันดับไว้ให้ตรงนี้แล้ว อยากดูละเอียดค่อยเลื่อนลงไปอ่านต่อ
สรุปเร็ว: ซื้อยี่ห้อไหนดี
| เทียบ 9 อันดับ | อันดับ 1 Phutawan Organic Coconut Hair Shampoo 300 มล. |
อันดับ 2 Khaokho Talaypu Organic Leech Lime & Centella Herbal Shampoo |
อันดับ 3 Organist Himalaya Pink Salt Scalp Scaling Shampoo 500 มล. |
อันดับ 4 Avalon Organics Biotin B-Complex Thickening Shampoo |
อันดับ 5 AloEx Organic Herbal Shampoo 200 มล. |
อันดับ 6 Falles Organic Argan Oil Shampoo |
อันดับ 7 Lamoon Organic Body & Hair Foam Wash 250 มล. |
อันดับ 8 Enfant Organic Plus Shampoo & Body Wash Foam Mousse 400 มล. |
อันดับ 9 D-nee Organic Head & Body Baby Wash 380 มล. |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ข้อมูลจากฉลากและแบรนด์ | น้ำมันมะพร้าวออร์แกนิค, ไม่มีซิลิโคน/SLS/SLES/พาราเบน, 300 มล. | มะกรูด + ใบบัวบก, สูตรลดผมขาดหลุดร่วง, ไม่มีสารเคมี 13 ชนิดตามฉลาก | เกลือชมพูหิมาลัย + ทีทรี + ใบบัวบก, สูตรผมมัน, 500 มล. | ไบโอติน + วิตามินบี, สูตรผมดูหนาขึ้น, ไม่มีพาราเบน/SLS | สูตรสมุนไพรออร์แกนิค, สำหรับผมขาดร่วง/หนังศีรษะมัน, 200 มล. | น้ำมันอาร์แกนออร์แกนิค, สูตรผมแห้งเสีย, แบรนด์ไทยในเครือ BSC | โฟมสระและอาบ 2 in 1, ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด (ตามแบรนด์), 250 มล. | โฟมมูส 2 in 1, อาร์แกนออยล์ + คาโมมายล์, 400 มล. | สระและอาบ 2 in 1, ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด, 380 มล. (มีถุงรีฟิล) |
| คะแนน | 9.3/10★★★★★ | 9.1/10★★★★★ | 8.9/10★★★★☆ | 8.8/10★★★★☆ | 8.6/10★★★★☆ | 8.5/10★★★★☆ | 8.4/10★★★★☆ | 8.3/10★★★★☆ | 8.2/10★★★★☆ |
| เหมาะกับใคร | คนที่อยากได้แชมพูธรรมชาติใช้ประจำทุกวัน | คนผมขาดหลุดร่วงง่าย งบไม่สูง | คนหนังศีรษะมัน ผมลีบแบนเร็ว | คนผมเส้นเล็ก ลีบแบน อยากให้ผมดูหนาขึ้น | คนผมร่วงที่ยอมจ่ายเพิ่มเพื่อเซ็ตดูแลครบ | คนผมแห้ง ชี้ฟู ผ่านความร้อนบ่อย | พ่อแม่ลูกเล็กที่อยากได้ขวดเดียวจบ | เด็กแรกเกิดผิวแห้งง่าย | บ้านที่อยากได้ของเด็กราคาประหยัด |
| ช่วงราคา | ฿300 | ฿209 | ฿269 | ฿1,440 | ฿295 – ฿489 | ฿144 – ฿150 | ฿293 – ฿319 | ฿210 – ฿320 | ฿119 – ฿129 |
| เช็กราคาล่าสุด | ShopeeLazada | ShopeeLazada | ShopeeLazada | Shopee | ShopeeLazada | ShopeeLazada | ShopeeLazada | ShopeeLazada | ShopeeLazada |
บทนำ
แชมพูออร์แกนิคเป็นตัวเลือกยอดนิยมของคนที่หนังศีรษะแพ้ง่าย คันบ่อย หรืออยากลดสารเคมีบางกลุ่มอย่างซิลิโคน ซัลเฟต (SLS/SLES) พาราเบน และน้ำหอมสังเคราะห์ค่ะ แต่คำว่า “ออร์แกนิค” บนขวดไม่ได้แปลว่าทุกส่วนผสมเป็นออร์แกนิคเสมอไป บางยี่ห้อมีตรารับรองจากหน่วยงานจริง บางยี่ห้อหมายถึงมีสารสกัดจากพืชออร์แกนิคเป็นส่วนหนึ่งของสูตร
บทความนี้อ้อยเปรียบเทียบจากฉลาก ข้อมูลของแบรนด์ และรีวิวผู้ซื้อ แล้วจัดอันดับตามความเหมาะกับปัญหาผมแต่ละแบบ ความชัดเจนของฉลาก ความคุ้มต่อมิลลิลิตร และความหาซื้อง่ายในไทย ถ้ายังไม่แน่ใจว่าอยากได้แชมพูแบบไหน ลองดูภาพรวมใน ยาสระผมยอดนิยม ก่อนก็ได้ค่ะ
9 อันดับ แชมพูออร์แกนิค ยี่ห้อไหนดี อัปเดตล่าสุด 2026
เรียงจากความเหมาะกับผู้ใช้ส่วนใหญ่ ความชัดเจนของส่วนผสมบนฉลาก และความคุ้มค่า อันดับ 7-9 เป็นสูตรสระและอาบสำหรับเด็ก ซึ่งผู้ใหญ่ที่หนังศีรษะบอบบางมากก็ใช้ได้ค่ะ
1. Phutawan Organic Coconut Hair Shampoo 300 มล. ★★★★★
“แชมพูน้ำมันมะพร้าวออร์แกนิคของแบรนด์ไทย ไร้ซิลิโคนและซัลเฟต สระแล้วผมนุ่ม ใช้ได้เกือบทุกสภาพผม”

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
ภูตะวันเป็นแบรนด์ไทยที่ทำผลิตภัณฑ์จากมะพร้าวออร์แกนิคมานาน แชมพูขวดสีน้ำตาลรุ่นนี้ใช้น้ำมันมะพร้าวออร์แกนิคเป็นตัวชูโรง และระบุบนฉลากว่าไม่มีซิลิโคน SLS SLES และพาราเบน กลิ่นมะพร้าวอ่อน ๆ ไม่ฉุน เนื้อแชมพูทำฟองได้พอดี ไม่ได้ฟองแน่นเหมือนแชมพูทั่วไป ซึ่งเป็นเรื่องปกติของสูตรไร้ซัลเฟตค่ะ จุดที่ทำให้ได้อันดับ 1 คือใช้ได้กว้าง ทั้งผมธรรมดา ผมแห้ง และผมทำสี และมีร้าน Official ของแบรนด์บนทั้งสองแพลตฟอร์ม
✅ เหมาะกับ: คนที่อยากเปลี่ยนมาใช้แชมพูธรรมชาติแบบใช้ได้ทุกวัน และชอบกลิ่นมะพร้าว
⛔ ไม่เหมาะกับ: คนผมมันจัดที่ชอบฟองเยอะ ๆ และความรู้สึกสะอาดเอี๊ยด
ข้อมูลจากฉลากและแบรนด์
- ประเภท: แชมพูสูตรน้ำมันมะพร้าวออร์แกนิค
- ขนาด: 300 มล. (ขวดปั๊ม)
- ไม่มีส่วนผสม: ซิลิโคน, SLS, SLES, พาราเบน (ตามฉลาก)
- สภาพผมที่เหมาะ: ผมธรรมดาถึงแห้ง, ผมทำสี
- ผลิตใน: ประเทศไทย
รีวิวแบบเจาะลึก
ถ้าเทียบกับอันดับอื่นในลิสต์ ภูตะวันเป็นตัวที่ “กลาง” ที่สุด ไม่ได้เน้นแก้ปัญหาเฉพาะอย่างผมร่วงหรือผมมันแบบ AloEx หรือ Organist แต่เหมาะกับคนที่อยากได้แชมพูอ่อนโยนไว้ใช้ทุกวัน น้ำมันมะพร้าวช่วยให้ผมไม่แห้งกระด้างหลังสระ คนผมแห้งหรือผมผ่านการทำสีมาจะรู้สึกได้ชัดกว่าคนผมมันค่ะ
ข้อที่ควรรู้คือแชมพูไร้ซัลเฟตจะล้างคราบสไตลิ่งหนัก ๆ อย่างแว็กซ์หรือสเปรย์ได้ไม่หมดในรอบเดียว ถ้าวันไหนใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งเยอะ ให้สระสองรอบ รอบแรกล้างคราบ รอบที่สองนวดหนังศีรษะเบา ๆ แล้วค่อยล้างออก ส่วนใครชอบกลิ่นมะพร้าว แบรนด์มีครีมนวดสูตรเดียวกันให้ใช้คู่ด้วยค่ะ
คะแนนที่ได้
9.3/10
2. Khaokho Talaypu Organic Leech Lime & Centella Herbal Shampoo ★★★★★
“แชมพูสมุนไพรมะกรูดและใบบัวบกสูตรออร์แกนิค เน้นลดผมขาดหลุดร่วง ราคาจับต้องได้”

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
เขาค้อทะเลภูเป็นแบรนด์สมุนไพรไทยที่หลายคนรู้จักจากแชมพูมะกรูด รุ่นออร์แกนิคขวดสีเขียวอ่อนนี้ผสมมะกรูดกับใบบัวบก วางตัวเป็นสูตรลดผมขาดหลุดร่วง และฉลากระบุว่าไม่มีสารเคมีที่แบรนด์ถือว่าอันตราย 13 ชนิด กลิ่นมะกรูดสดชื่นแบบสมุนไพรไทยแท้ ๆ ราคาต่อขวดถูกที่สุดกลุ่มหนึ่งในลิสต์ ทำให้ใช้ต่อเนื่องได้ไม่หนักกระเป๋าค่ะ
✅ เหมาะกับ: คนที่ผมขาดหลุดร่วงจากการหวีหรือสระ และอยากได้สมุนไพรไทยในราคาประหยัด
⛔ ไม่เหมาะกับ: คนที่ไม่ชอบกลิ่นมะกรูดหรือกลิ่นสมุนไพรชัด ๆ
ข้อมูลจากฉลากและแบรนด์
- ประเภท: แชมพูสมุนไพรสูตรออร์แกนิค
- สารสกัดเด่น: มะกรูด, ใบบัวบก
- จุดเด่นตามฉลาก: ลดผมขาดหลุดร่วง
- ไม่มีส่วนผสม: สารเคมี 13 ชนิดตามที่แบรนด์ระบุ
- ผลิตใน: ประเทศไทย
รีวิวแบบเจาะลึก
เขาค้อทะเลภูมีแชมพูมะกรูดหลายรุ่นมาก ทั้งขวดใส สีน้ำตาล และขวดเขียวมีคำว่า ORGANIC ตัวใหญ่ ถ้าตั้งใจซื้อสูตรออร์แกนิคให้ดูชื่อบนขวดว่า Organic Leech Lime & Centella ก่อนกดสั่งนะคะ ร้านหลายร้านลงรูปรวมทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ไว้ในหน้าเดียว
เรื่องผมร่วง แชมพูทำได้แค่ช่วยลดการขาดหลุดจากความเปราะของเส้นผมและดูแลหนังศีรษะให้สะอาด ถ้าผมร่วงเป็นหย่อมหรือร่วงมากผิดปกติ ควรไปพบแพทย์ผิวหนังค่ะ คนที่อยากเทียบสูตรเฉพาะทางมากขึ้นอ่านต่อได้ที่ แชมพูลดผมร่วง
คะแนนที่ได้
9.1/10
3. Organist Himalaya Pink Salt Scalp Scaling Shampoo 500 มล. ★★★★☆
“แชมพูเกลือหิมาลัยสูตรผมมัน ขวด 500 มล. ราคาคุ้มต่อมิลลิลิตร ได้ตรา Vegan”

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
Organist เป็นแบรนด์ในเครือ LG H&H ของเกาหลี สูตร Himalaya Pink Salt ขวดชมพูฟ้าทำมาสำหรับผมมัน ใช้เกลือชมพูหิมาลัยร่วมกับทีทรีและใบบัวบก ฉลากบอกว่าไม่ใส่สารที่แบรนด์เลี่ยง 20 ชนิด และได้การรับรอง Vegan จากเกาหลี ขวด 500 มล. ราคาต่อมิลลิลิตรถูกกว่าหลายตัวในลิสต์ สระแล้วหนังศีรษะโล่ง ผมไม่ลีบติดหนังศีรษะเร็วค่ะ
✅ เหมาะกับ: คนหนังศีรษะมัน อยู่ในที่ร้อน หรือออกกำลังกายบ่อย
⛔ ไม่เหมาะกับ: คนผมแห้งมาก ผมฟอก หรือหนังศีรษะแห้งลอก
ข้อมูลจากฉลากและแบรนด์
- ประเภท: แชมพูสูตรผมมัน (Scalp Scaling)
- สารสกัดเด่น: เกลือชมพูหิมาลัย, ทีทรี, ใบบัวบก
- ขนาด: 500 มล.
- การรับรอง: Vegan (ตามฉลาก)
- ผลิตใน: เกาหลีใต้
รีวิวแบบเจาะลึก
ต้องบอกตรง ๆ ว่า Organist เป็นแชมพูแนวธรรมชาติ ไม่ใช่แชมพูที่ได้ตรารับรองออร์แกนิคแบบ COSMOS หรือ USDA ชื่อแบรนด์อาจทำให้หลายคนเข้าใจผิด แต่ที่อ้อยยังใส่ไว้ในลิสต์เพราะเป็นตัวที่คนค้นหาแชมพูออร์แกนิคเลือกซื้อกันเยอะ และตอบโจทย์ผมมันได้ดีกว่าสูตรน้ำมันอย่างภูตะวันหรือ Falles ค่ะ
ถ้าหนังศีรษะมันแต่ปลายผมแห้ง ให้สระเฉพาะโคนผม แล้วใช้ครีมนวดเฉพาะปลายผม ดูตัวเลือกครีมนวดเพิ่มได้ที่ ครีมนวดผม ส่วนคนที่มีรังแคร่วมด้วย ควรเลือกแชมพูขจัดรังแคโดยเฉพาะมากกว่านะคะ
คะแนนที่ได้
8.9/10
4. Avalon Organics Biotin B-Complex Thickening Shampoo ★★★★☆
“แชมพูไบโอตินจากอเมริกา สูตรเพิ่มวอลุ่มให้ผมลีบบาง ส่วนผสมพืชออร์แกนิค ไม่มีพาราเบนและซัลเฟต”

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
Avalon Organics เป็นแบรนด์อเมริกันที่ทำผลิตภัณฑ์จากส่วนผสมพืชออร์แกนิคมานานหลายสิบปี สูตร Biotin B-Complex Thickening เป็นตัวขายดีที่สุดของแบรนด์ ผสมไบโอติน วิตามินบีรวม และสารสกัดจากพืช วางตัวเป็นแชมพูที่ช่วยให้ผมดูหนาและมีวอลุ่มขึ้น แบรนด์ระบุว่าไม่มีพาราเบน ซัลเฟต และเป็นสูตร Vegan ขวดมีทั้งรุ่นเก่าสีน้ำเงินและรุ่นใหม่สีเขียว สูตรเดียวกันค่ะ
✅ เหมาะกับ: คนผมเส้นเล็ก ผมลีบแบน อยากได้ผมดูฟูหนาขึ้นแบบไม่ใช้สเปรย์
⛔ ไม่เหมาะกับ: คนที่อยากได้ของไทยราคาประหยัด หรือหนังศีรษะแพ้กลิ่นสมุนไพรเข้ม
ข้อมูลจากฉลากและแบรนด์
- ประเภท: แชมพูสูตรเพิ่มความหนาของผม
- ส่วนผสมเด่น: ไบโอติน, วิตามินบีรวม, สารสกัดพืชออร์แกนิค
- ไม่มีส่วนผสม: พาราเบน, SLS (ตามแบรนด์)
- ขนาดที่พบในไทย: 414 มล. และ 946 มล.
- ผลิตใน: สหรัฐอเมริกา
รีวิวแบบเจาะลึก
ไบโอตินในแชมพูไม่ได้ทำให้ผมงอกใหม่ หน้าที่หลักของสูตรนี้คือทำให้เส้นผมดูหนาและฟูขึ้นหลังสระ ถ้าผมร่วงจริงจัง เขาค้อทะเลภูหรือ AloEx ตอบโจทย์ตรงกว่า แต่ถ้าปัญหาคือผมลีบติดหนังศีรษะ Avalon Organics ทำได้ดีกว่าตัวอื่นในลิสต์ค่ะ
เพราะเป็นสินค้านำเข้า ควรซื้อจากร้านที่ขายดีและมีรีวิวต่อเนื่อง ดูวันผลิตหรือวันหมดอายุในรูปสินค้า และดูข้อมูลส่วนผสมเต็มได้ที่ เว็บไซต์ Avalon Organics ถ้าอยากเสริมบำรุงจากภายใน อ่านเรื่อง เซรั่มบำรุงผม ประกอบได้นะคะ
คะแนนที่ได้
8.8/10
5. AloEx Organic Herbal Shampoo 200 มล. ★★★★☆
“แชมพูสมุนไพรออร์แกนิคแบรนด์ไทยสายดูแลผมร่วง เนื้อเจลอ่อนโยน ใช้คู่เซรั่มของแบรนด์ได้”

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
AloEx เป็นแบรนด์ไทยที่โฟกัสเรื่องผมร่วงโดยเฉพาะ แชมพูขวดขาวรุ่นนี้เป็นสูตรสมุนไพรออร์แกนิคสำหรับหนังศีรษะธรรมดาถึงมัน เนื้อเจลใส ฟองน้อย อ่อนโยนพอใช้ได้ทุกวัน จุดเด่นคือแบรนด์ทำเป็นชุดดูแลครบ ทั้งแชมพูและเซรั่มบำรุงหนังศีรษะ ใครที่ผมร่วงมาสักพักแล้วอยากใช้เป็นระบบจะชอบตัวนี้ค่ะ แต่ขวด 200 มล. ทำให้ราคาต่อมิลลิลิตรสูงที่สุดในลิสต์
✅ เหมาะกับ: คนผมขาดร่วงจากหนังศีรษะมัน ที่อยากใช้แชมพูคู่เซรั่มแบรนด์เดียวกัน
⛔ ไม่เหมาะกับ: คนที่อยากได้ขวดใหญ่ราคาประหยัดไว้ใช้ทั้งบ้าน
ข้อมูลจากฉลากและแบรนด์
- ประเภท: แชมพูสมุนไพรสูตรออร์แกนิค
- สภาพหนังศีรษะที่เหมาะ: ธรรมดาถึงมัน
- ขนาด: 200 มล.
- ใช้คู่กับ: AloEx Hair Regrowth Serum (ขายแยก/ขายเป็นเซ็ต)
- ผลิตใน: ประเทศไทย
รีวิวแบบเจาะลึก
เทียบกับเขาค้อทะเลภูที่อยู่ในกลุ่มลดผมร่วงเหมือนกัน AloEx ราคาสูงกว่าหลายเท่า สิ่งที่ได้เพิ่มคือแบรนด์ที่ทำเรื่องหนังศีรษะโดยตรงและมีเซรั่มให้ใช้ต่อ ถ้างบจำกัด อ้อยแนะนำให้เริ่มจากเขาค้อทะเลภูก่อน แล้วค่อยขยับมา AloEx ถ้าอยากได้ชุดดูแลครบค่ะ
ร้านหลายร้านขาย AloEx เป็นเซ็ตแชมพูคู่เซรั่มหรือแพ็กคู่ ก่อนสั่งให้ดูในตัวเลือกสินค้าว่าราคาที่เห็นเป็นแชมพูขวดเดียวหรือเป็นชุด และคำว่า “ลดผมร่วง” บนแชมพูเป็นการดูแลภายนอก ไม่ใช่การรักษาโรคผมร่วงนะคะ
คะแนนที่ได้
8.6/10
6. Falles Organic Argan Oil Shampoo ★★★★☆
“แชมพูอาร์แกนออยล์ออร์แกนิคจากเครือ BSC ช่วยให้ผมแห้งชี้ฟูนุ่มลื่นขึ้น หาซื้อง่าย”

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
Falles เป็นแบรนด์ดูแลเส้นผมในเครือ BSC สูตร Organic Argan Oil กล่องสีน้ำตาลทำมาสำหรับผมแห้ง ชี้ฟู และผมที่โดนไดร์หรือหนีบบ่อย ผสมน้ำมันอาร์แกนออร์แกนิคช่วยให้ผมนุ่มลื่นขึ้นหลังสระ ราคากลาง ๆ มีขายทั้งร้านของแบรนด์และร้านขายยาใหญ่อย่าง Boots ทำให้หาซื้อได้ง่ายค่ะ
✅ เหมาะกับ: คนผมแห้ง ผมชี้ฟู ใช้เครื่องหนีบหรือไดร์ร้อนเป็นประจำ
⛔ ไม่เหมาะกับ: คนหนังศีรษะมันมาก เพราะสูตรเน้นความชุ่มชื้น
ข้อมูลจากฉลากและแบรนด์
- ประเภท: แชมพูสูตรน้ำมันอาร์แกนออร์แกนิค
- สภาพผมที่เหมาะ: ผมแห้ง ชี้ฟู ผมเสียจากความร้อน
- แบรนด์: Falles ในเครือ BSC
- ร้านที่ขาย: ร้าน Official, Boots และร้านความงามทั่วไป
- ผลิตใน: ประเทศไทย
รีวิวแบบเจาะลึก
ถ้าเทียบกับภูตะวันที่ใช้น้ำมันมะพร้าว Falles สูตรอาร์แกนจะเน้นผมแห้งเสียชัดกว่า เหมาะกับคนที่ทำสี ยืด หรือใช้ความร้อนกับผมบ่อย ส่วนคนผมธรรมดาที่อยากได้แชมพูอ่อน ๆ ใช้ทุกวัน ภูตะวันจะตอบโจทย์กว่าค่ะ
Falles มีหลายสูตรในกล่องหน้าตาคล้ายกัน เช่น สูตรมะกรูด หรือสูตรโจโจบา ก่อนสั่งให้ดูชื่อ Organic Argan Oil บนกล่อง และถ้าผมขาวเริ่มเยอะจนอยากได้แชมพูปิดผมขาวแนวธรรมชาติ อ่านต่อได้ที่ แชมพูปิดผมขาว นะคะ
คะแนนที่ได้
8.5/10
7. Lamoon Organic Body & Hair Foam Wash 250 มล. ★★★★☆
“โฟมอาบน้ำและสระผมเด็กออร์แกนิคแบรนด์ไทย หัวปั๊มเป็นโฟม ใช้มือเดียวได้ตอนอาบน้ำลูก”

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
ละมุนเป็นแบรนด์ของใช้เด็กออร์แกนิคของไทย โฟมอาบน้ำและสระผมรุ่นนี้กดออกมาเป็นฟองพร้อมใช้ ไม่ต้องตีฟองเอง สะดวกมากตอนต้องจับลูกไว้อีกมือ แบรนด์ระบุว่าใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด กลิ่นอ่อน มีให้เลือกทั้งสูตรน้ำผึ้งและสูตรขมิ้น และมีถุงรีฟิลขายแยก ช่วยให้ค่าใช้จ่ายระยะยาวถูกลงค่ะ
✅ เหมาะกับ: พ่อแม่ลูกเล็กที่อยากได้ผลิตภัณฑ์สระและอาบในขวดเดียว
⛔ ไม่เหมาะกับ: ผู้ใหญ่ผมยาวหนา เพราะโฟมหมดเร็วและล้างได้ไม่สะใจ
ข้อมูลจากฉลากและแบรนด์
- ประเภท: โฟมอาบน้ำและสระผมเด็ก (2 in 1)
- ขนาด: 250 มล. (หัวปั๊มโฟม) มีถุงรีฟิล
- ช่วงอายุ: ตั้งแต่แรกเกิด (ตามแบรนด์)
- สูตรที่มีขาย: น้ำผึ้ง, ขมิ้น
- ผลิตใน: ประเทศไทย
รีวิวแบบเจาะลึก
ในกลุ่มสูตรเด็กสามตัว ละมุนเด่นเรื่องความสะดวก เพราะเป็นโฟมพร้อมใช้ ส่วน Enfant ก็เป็นโฟมเหมือนกันแต่ขวดใหญ่กว่า และ D-nee เป็นเนื้อสบู่เหลวที่ราคาต่อมิลลิลิตรถูกที่สุด ถ้าลูกยังเล็กมากและอาบน้ำในอ่าง โฟมจะล้างออกง่ายและไม่ค่อยเข้าตาค่ะ
ร้านของละมุนขายของหลายอย่างในหน้าตาคล้ายกัน เช่น น้ำยาล้างขวดนมและน้ำยาซักผ้าเด็ก ก่อนสั่งให้ดูชื่อ Body & Hair Foam Wash บนขวด และทดสอบกับผิวลูกบริเวณเล็ก ๆ ก่อนใช้ครั้งแรก ถ้ามีผื่นแดงให้หยุดใช้และปรึกษากุมารแพทย์นะคะ
คะแนนที่ได้
8.4/10
8. Enfant Organic Plus Shampoo & Body Wash Foam Mousse 400 มล. ★★★★☆
“โฟมมูสสระและอาบสำหรับวัยแรกเกิด ผสมอาร์แกนออยล์และคาโมมายล์ ขวดใหญ่ 400 มล.”

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
Enfant เป็นแบรนด์ของใช้เด็กที่อยู่คู่ห้างไทยมานาน สูตร Organic Plus Shampoo & Body Wash Foam Mousse กดออกมาเป็นโฟมนุ่ม ใช้ได้ทั้งสระผมและอาบน้ำตั้งแต่วัยแรกเกิด ผสมอาร์แกนออยล์และสารสกัดคาโมมายล์ ฉลากระบุว่าผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนัง (Dermatologically Tested) ขวด 400 มล. ใหญ่กว่าละมุนเกือบเท่าตัว และมีถุงรีฟิลขายค่ะ
✅ เหมาะกับ: เด็กเล็กผิวแห้งง่าย ที่พ่อแม่อยากได้แบรนด์ที่มีขายตามห้างด้วย
⛔ ไม่เหมาะกับ: คนที่อยากได้ราคาประหยัดที่สุดในกลุ่มสูตรเด็ก
ข้อมูลจากฉลากและแบรนด์
- ประเภท: โฟมมูสสระผมและอาบน้ำเด็ก (2 in 1)
- ส่วนผสมเด่น: อาร์แกนออยล์, สารสกัดคาโมมายล์
- ขนาด: 400 มล. (มีถุงรีฟิล)
- การทดสอบ: Dermatologically Tested (ตามฉลาก)
- ช่วงอายุ: ตั้งแต่แรกเกิด (ตามแบรนด์)
รีวิวแบบเจาะลึก
Enfant กับละมุนเป็นโฟมพร้อมใช้เหมือนกัน ความต่างคือ Enfant ขวดใหญ่กว่าและผสมน้ำมันอาร์แกน เหมาะกับเด็กผิวแห้ง ส่วนละมุนขวดเล็กกะทัดรัด เหมาะพกไปบ้านปู่ย่าหรือเดินทาง ถ้าใช้ทุกวันที่บ้าน Enfant คุ้มกว่าในระยะยาวค่ะ
Enfant มีหลายไลน์ เช่น ขวดสีครีมกับขวดสีฟ้า ให้ดูคำว่า Organic Plus และ Foam Mousse บนขวดก่อนสั่ง และเหมือนผลิตภัณฑ์เด็กทุกตัว ถ้าลูกมีผื่นหรือผิวอักเสบอยู่ ควรถามกุมารแพทย์ก่อนเปลี่ยนผลิตภัณฑ์นะคะ
คะแนนที่ได้
8.3/10
9. D-nee Organic Head & Body Baby Wash 380 มล. ★★★★☆
“สบู่เหลวสระและอาบเด็กสูตรออร์แกนิค ราคาต่อมิลลิลิตรถูกที่สุดในกลุ่มสูตรเด็ก หาซื้อได้ทุกที่”

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
ดีนี่เป็นแบรนด์ของใช้เด็กที่หาซื้อง่ายที่สุดในไทย ตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อจนถึงห้าง สูตร Organic Head & Body Baby Wash ใช้ได้ทั้งสระผมและอาบน้ำ มีให้เลือกหลายสีหลายกลิ่น และมีถุงรีฟิลแพ็กคู่ ทำให้ราคาต่อมิลลิลิตรถูกที่สุดในกลุ่มสูตรเด็กของลิสต์นี้ เนื้อเป็นสบู่เหลว ต้องตีฟองเองเล็กน้อยค่ะ
✅ เหมาะกับ: บ้านที่ใช้ของเด็กเยอะ อยากได้ราคาประหยัดและซื้อซ้ำได้ทุกที่
⛔ ไม่เหมาะกับ: คนที่อยากได้โฟมพร้อมใช้แบบกดแล้วลูบได้เลย
ข้อมูลจากฉลากและแบรนด์
- ประเภท: สบู่เหลวสระผมและอาบน้ำเด็ก (2 in 1)
- ขนาด: 380 มล. (ขวดปั๊ม) มีถุงรีฟิล
- ช่วงอายุ: ตั้งแต่แรกเกิด (ตามแบรนด์)
- สูตรที่มีขาย: หลายสี/หลายกลิ่นในไลน์ Organic
- ผลิตใน: ประเทศไทย
รีวิวแบบเจาะลึก
ดีนี่ได้อันดับท้ายในกลุ่มสูตรเด็กเพราะไม่ใช่โฟมพร้อมใช้ และข้อมูลแต่ละสีต่างกันเล็กน้อย แต่ถ้าดูเรื่องความคุ้มกับความหาง่าย ดีนี่ชนะขาด ซื้อรีฟิลไว้เติมขวดเดิมได้เรื่อย ๆ เหมาะกับบ้านที่มีเด็กหลายคนค่ะ
ไลน์ Organic ของดีนี่มีทั้งสีเขียว สีฟ้า สีชมพู และสีม่วง แต่ละสีใช้สารสกัดและกลิ่นต่างกัน ถ้าลูกผิวแพ้ง่าย ให้เริ่มจากสีที่กลิ่นอ่อนที่สุดก่อน และสังเกตผิวหลังใช้ 2-3 วันแรกนะคะ
คะแนนที่ได้
8.2/10
มุมมองจากแหล่งข้อมูลเรื่องเครื่องสำอางออร์แกนิค
ข้อมูลส่วนนี้สรุปจากมาตรฐานเครื่องสำอางออร์แกนิคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ค่ะ
ประเด็นที่ควรรู้ก่อนซื้อแชมพูออร์แกนิค
- คำว่าออร์แกนิคบนขวดไม่ได้มีความหมายเดียว: กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ อธิบายใน เอกสารเรื่องเครื่องสำอางออร์แกนิค ว่าผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายจะใช้ตรา USDA Organic ได้ก็ต่อเมื่อส่วนผสมผ่านเกณฑ์ออร์แกนิค ส่วนคำว่า organic ที่อยู่ในชื่อแบรนด์หรือชื่อสินค้าไม่ได้รับประกันแบบเดียวกัน
- ตรารับรองที่เชื่อถือได้มีไม่กี่แบบ: ในตลาดเครื่องสำอาง ตราที่เห็นบ่อยคือ COSMOS (ECOCERT และหน่วยงานในยุโรปใช้ร่วมกัน) และ USDA Organic ดูเกณฑ์ของ COSMOS ได้ที่ COSMOS-standard แชมพูส่วนใหญ่ในไทยเป็นสูตร “มีสารสกัดออร์แกนิค” มากกว่าสูตรที่ได้ตรารับรองทั้งขวด
- ธรรมชาติไม่ได้แปลว่าไม่แพ้: สารสกัดพืชและน้ำมันหอมระเหย เช่น มะกรูดหรือทีทรี ก็ทำให้คนที่แพ้ง่ายระคายเคืองได้ ควรทดสอบที่ผิวบริเวณเล็ก ๆ ก่อนใช้ และตรวจเลขจดแจ้งเครื่องสำอางได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
บทวิเคราะห์จากทีมงาน ToplistPlus
จากการเปรียบเทียบฉลากของทั้ง 9 ยี่ห้อ มีไม่กี่ตัวที่บอกตรารับรองออร์แกนิคไว้ชัด ส่วนใหญ่เป็นสูตรที่มีสารสกัดหรือน้ำมันจากพืชออร์แกนิคเป็นส่วนหนึ่ง อ้อยจึงให้น้ำหนักกับความเหมาะกับสภาพหนังศีรษะ รายการสารที่ไม่ใส่ และความคุ้มต่อมิลลิลิตร มากกว่าการดูคำว่า organic บนขวดอย่างเดียวค่ะ ภูตะวันได้อันดับ 1 เพราะใช้ได้กว้างที่สุดและข้อมูลฉลากชัด ส่วนสูตรเด็กแยกไว้ท้ายลิสต์เพราะโจทย์ต่างจากแชมพูผู้ใหญ่
วิธีเลือกแชมพูออร์แกนิคให้เหมาะกับผม
- เริ่มจากสภาพหนังศีรษะ ไม่ใช่สภาพปลายผม หนังศีรษะมันเลือกสูตรเกลือหรือทีทรีอย่าง Organist หนังศีรษะธรรมดาถึงแห้งเลือกสูตรน้ำมันอย่างภูตะวันหรือ Falles
- อ่านฉลากว่าออร์แกนิคแค่ไหน มีตรารับรอง COSMOS หรือ USDA หรือเป็นแค่ “มีสารสกัดออร์แกนิค” ทั้งสองแบบใช้ได้ แต่ไม่ควรจ่ายแพงเพราะคำว่า organic อย่างเดียว
- ดูรายการสารที่ไม่มี เช่น ซิลิโคน SLS/SLES พาราเบน น้ำหอมสังเคราะห์ เลือกตามสิ่งที่หนังศีรษะเราแพ้จริง
- ปัญหาผมร่วงให้ดูสูตรเฉพาะ เช่น เขาค้อทะเลภูหรือ AloEx และจำไว้ว่าแชมพูช่วยดูแลภายนอกเท่านั้น
- เด็กเล็กเลือกสูตร 2 in 1 ที่ระบุอายุ เช่น ละมุน Enfant D-nee ที่ระบุว่าใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด
- เทียบราคาต่อมิลลิลิตร ขวดใหญ่หรือรีฟิลมักถูกกว่ามาก และระวังราคาที่เป็นเซ็ตคู่หรือคู่ครีมนวด
เปลี่ยนมาใช้แชมพูออร์แกนิค ช่วงแรกจะรู้สึกอย่างไร
หลายคนเปลี่ยนจากแชมพูทั่วไปมาใช้แชมพูออร์แกนิคแล้วรู้สึกว่าฟองน้อย ผมไม่ลื่นเท่าเดิม หรือหนังศีรษะมันเร็วขึ้นในสัปดาห์แรก ส่วนใหญ่เป็นเพราะสูตรไร้ซัลเฟตทำฟองได้น้อยกว่า และไม่มีซิลิโคนเคลือบเส้นผมเหมือนที่เคยใช้ค่ะ
- สระสองรอบ รอบแรกล้างคราบมันและฝุ่น รอบที่สองฟองจะขึ้นง่ายขึ้น
- นวดที่หนังศีรษะ ไม่ใช่ขยี้ปลายผม ใช้ปลายนิ้ว ไม่ใช้เล็บ
- ใช้ครีมนวดเฉพาะปลายผม ช่วยแทนความลื่นที่หายไปจากซิลิโคน
- ให้เวลา 2-4 สัปดาห์ ก่อนตัดสินว่าเหมาะหรือไม่เหมาะ ยกเว้นมีอาการคัน แดง หรือแสบ ให้หยุดใช้ทันที
ใครไม่ควรเลือกแชมพูออร์แกนิค หรือควรเลือกอย่างระวัง
- คนที่มีรังแคหรือเชื้อราบนหนังศีรษะ แชมพูออร์แกนิคส่วนใหญ่ไม่มีตัวยาขจัดรังแค ควรใช้สูตรเฉพาะทางก่อน ดูตัวเลือกได้ที่ แชมพูขจัดรังแค
- คนที่แพ้พืชบางชนิด เช่น แพ้ส้ม มะกรูด หรือทีทรี ให้อ่านส่วนผสมก่อนซื้อทุกครั้ง
- คนที่ใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งหนักทุกวัน อาจต้องสลับกับแชมพูล้างคราบ (clarifying) สัปดาห์ละครั้ง
- คนที่ผมร่วงมากผิดปกติหรือร่วงเป็นหย่อม ควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อหาสาเหตุ แชมพูไม่ใช่ยารักษา
คำถามที่พบบ่อยเรื่องแชมพูออร์แกนิค
- ถาม: แชมพูออร์แกนิค ต่างจากแชมพูสมุนไพรอย่างไร
ตอบ: แชมพูสมุนไพรคือแชมพูที่มีสารสกัดจากพืช ส่วนแชมพูออร์แกนิคคือแชมพูที่ใช้ส่วนผสมจากพืชที่ปลูกแบบออร์แกนิค ซึ่งบางยี่ห้อมีตรารับรอง บางยี่ห้อแค่มีส่วนผสมออร์แกนิคบางตัว ในทางปฏิบัติสองคำนี้ซ้อนกันมาก ควรอ่านฉลากมากกว่าดูชื่อค่ะ - ถาม: แชมพูออร์แกนิค ช่วยลดผมร่วงได้จริงไหมคะ
ตอบ: ช่วยได้เฉพาะผมขาดหลุดจากความเปราะและการดูแลหนังศีรษะให้สะอาดค่ะ ผมร่วงจากฮอร์โมน กรรมพันธุ์ หรือโรค ต้องให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุ แชมพูไม่ใช่ยารักษาผมร่วง - ถาม: ทำไมแชมพูออร์แกนิคฟองน้อย
ตอบ: เพราะหลายยี่ห้อไม่ใช้ SLS หรือ SLES ซึ่งเป็นสารทำฟองหลักของแชมพูทั่วไป ฟองน้อยไม่ได้แปลว่าล้างไม่สะอาด ถ้ารู้สึกไม่สะใจให้สระสองรอบค่ะ - ถาม: เด็กใช้แชมพูออร์แกนิคของผู้ใหญ่ได้ไหมคะ
ตอบ: ไม่แนะนำค่ะ สูตรผู้ใหญ่มักมีน้ำมันหอมระเหยหรือสารสกัดเข้มข้นที่เข้าตาแล้วแสบ เด็กเล็กควรใช้สูตรที่ระบุอายุ เช่น ละมุน Enfant หรือ D-nee - ถาม: ดูอย่างไรว่าเป็นแชมพูออร์แกนิคของแท้
ตอบ: ดูตรารับรองบนขวด เช่น COSMOS ORGANIC หรือ USDA Organic ตรวจเลขจดแจ้งเครื่องสำอางกับ อย. และซื้อจากร้าน Official หรือร้านค้าที่ขายดีและมีรีวิวต่อเนื่องค่ะ - ถาม: แชมพูออร์แกนิคใช้กับผมทำสีได้ไหม
ตอบ: ส่วนใหญ่ใช้ได้ดี เพราะไม่มีซัลเฟตที่ทำให้สีผมซีดเร็ว สูตรน้ำมันอย่างภูตะวันหรือ Falles เหมาะกับผมทำสีที่แห้งง่ายค่ะ
สรุป แชมพูออร์แกนิค ยี่ห้อไหนดี
- อยากได้แชมพูธรรมชาติใช้ทุกวัน ผมธรรมดาถึงแห้ง เลือก Phutawan Organic Coconut
- ผมขาดหลุดร่วง งบไม่สูง เลือก เขาค้อทะเลภู สูตรมะกรูดใบบัวบก
- หนังศีรษะมัน ผมลีบเร็ว เลือก Organist Himalaya Pink Salt
- ผมเส้นเล็ก อยากให้ผมดูหนาขึ้น เลือก Avalon Organics Biotin
- ผมแห้งชี้ฟูจากความร้อน เลือก Falles Organic Argan Oil
- ลูกเล็กอยากได้โฟมสระและอาบ เลือก ละมุน หรือ Enfant Organic Plus
แชมพูออร์แกนิคที่ดีที่สุดคือตัวที่ตรงกับสภาพหนังศีรษะของเราและอ่านฉลากแล้วเข้าใจว่าได้อะไร ไม่ใช่ตัวที่เขียนคำว่าออร์แกนิคตัวใหญ่ที่สุดค่ะ เริ่มจากขวดเล็กก่อน ให้เวลาหนังศีรษะปรับตัวสัก 2-4 สัปดาห์ แล้วค่อยซื้อขวดใหญ่หรือรีฟิลเมื่อมั่นใจแล้วนะคะ
หมายเหตุจากผู้เขียน:
- ข้อมูลสเปก ฟีเจอร์ ราคา และการรับประกัน ควรตรวจสอบเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ทางการของแบรนด์ เช่น Phutawan, Khaokho Talaypu, Avalon Organics, Lamoon, Enfant หรือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เนื่องจากรายละเอียดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลา
- ToplistPlus เป็นเว็บไซต์รีวิวที่มุ่งเน้นการนำเสนอข้อมูลจริงและการเปรียบเทียบอย่างเป็นกลาง เพื่อช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจเลือกสินค้าได้อย่างมีเหตุผล
- บทความนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนหรือการชี้นำจากแบรนด์ใด ลิงก์สำหรับตรวจสอบราคาเป็นลิงก์ในโปรแกรม Affiliate ของ Shopee และ Lazada ซึ่งเว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชั่นเล็กน้อยเมื่อมีการสั่งซื้อ โดยไม่มีผลต่อการจัดอันดับหรือคำแนะนำ ดูรายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
- บทความนี้ใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยรวบรวม วิเคราะห์ และเรียบเรียงข้อมูลจากหลายแหล่ง แล้วตรวจทานโดยทีมงาน แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลสำคัญกับผู้ผลิตหรือร้านค้าอีกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ
- คะแนนในบทความเป็นการประเมินเชิงเปรียบเทียบโดยทีมงาน ToplistPlus จากสเปก ฟีเจอร์ ความคุ้มค่าต่อราคา และความเห็นของผู้ใช้ ประกอบกับข้อมูลจาก USDA: Cosmetics, Body Care and Personal Care Products (Organic), COSMOS-standard, mybest: แชมพูออร์แกนิค, Wongnai: แชมพูออร์แกนิค
- ข้อความในส่วน “เสียงจากผู้ใช้จริง” เป็นการสรุปความเห็นที่พบบ่อยจากรีวิวสาธารณะ โดยเรียบเรียงใหม่และไม่ได้อ้างอิงถึงบุคคลใดโดยตรง
- ภาพสินค้าบางส่วนนำมาจากหน้าร้านค้าและเว็บไซต์ทางการของแบรนด์ เพื่อใช้ประกอบการรีวิวเท่านั้น
- ข้อมูลส่วนผสมสรุปจากฉลากที่แสดงในหน้าร้านและเว็บไซต์ของแบรนด์ ณ วันที่ 7 พ.ย. 2026 บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากหนังศีรษะมีอาการผิดปกติหรือผมร่วงมาก โปรดปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ
ถ้ายังเลือกไม่ได้ ลองดูอันดับ 1 ก่อน เป็นตัวที่คุ้มสุดในรอบนี้ หรือหาของอย่างอื่นต่อได้ที่ หน้าแรก ToplistPlus






