ตารางเปรียบเทียบสรุป
สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาและต้องการคำตอบด่วน ๆ ว่าปีนี้จะซื้อ “โทรศัพท์ Android ไม่เกิน 12000 รุ่นไหนดี” ที่สเปกคุ้มค่า ถ่ายรูปสวย หรือเล่นเกมลื่นหัวแตก ผมทำตารางสรุปมาให้ดูง่าย ๆ ตรงนี้เลยครับ แต่ถ้าอยากได้รายละเอียดเจาะลึกของแต่ละรุ่น เลื่อนลงไปอ่านรีวิวเต็ม ๆ ด้านล่างได้เลยครับผม
บทนำ
สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทุกคน! เชื่อว่าตอนนี้หลายคนคงกำลังกำหมัดแน่นพร้อมกับกำเงินในกระเป๋า มองหาความคุ้มค่าที่จะมาทดแทนเครื่องเก่าที่เริ่มอืดอาดใช่ไหมครับ? ยิ่งในปี 2025 นี้ ตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลางเดือดปุด ๆ ยิ่งกว่าหม้อต้มยำ เพราะแต่ละค่ายต่างงัดไม้ตายใส่กันไม่ยั้ง ทั้งชิปเซ็ตระดับเรือธงที่ลดสเปกลงมานิดเดียว กล้องความละเอียดสูงปรี๊ด หรือหน้าจอสวย ๆ ที่ลื่นหัวแตก แต่พอตัวเลือกมันเยอะขนาดนี้ คำถามโลกแตกก็คือ “โทรศัพท์ Android ไม่เกิน 12000 รุ่นไหนดี” ที่จะตอบโจทย์เราที่สุด? จะเอามาเล่นเกมหนัก ๆ ถ่ายคอนเทนต์ลง TikTok หรือเน้นใช้งานยาว ๆ ทนทานหายห่วง?
วันนี้ผมเลยอาสาเป็นเพื่อนคู่คิด คัดเน้น ๆ เฟ้นหา 10 รุ่นเด็ดที่น่าโดนที่สุดในช่วงราคานี้มาฝากครับ โดยอิงจากสเปกจริง ความคุ้มค่า และกระแสความนิยมล่าสุด บอกเลยว่าบางรุ่นสเปกแรงจนรุ่นพี่ราคาเฉียดสองหมื่นยังต้องหันมามองค้อน! ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะเป็นสายเกมเมอร์ สายโซเชียล หรือสายทำงาน รับรองว่าต้องมีสักรุ่นในลิสต์นี้ที่เกิดมาเพื่อคุณแน่นอนครับ และสำหรับใครที่ยังลังเลว่าควรจะขยับงบไปรุ่นท็อปดีไหม หรืออยากดูภาพรวมของฝั่งแอนดรอยด์ทั้งหมด ลองแวะไปอ่านบทความ โทรศัพท์ Android รุ่นไหนดี เพิ่มเติมก่อนตัดสินใจได้นะครับ เอาล่ะครับ ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลยว่าปีนี้มีรุ่นไหนเข้าวินบ้าง!
จัดอันดับ 10 อันดับ โทรศัพท์ Android ไม่เกิน 12000 รุ่นไหนดี อัปเดตล่าสุด 2025
หลังจากดูภาพรวมในตารางกันไปแล้ว คราวนี้เรามาเจาะลึกกันทีละรุ่นเลยครับว่า โทรศัพท์ Android ไม่เกิน 12000 รุ่นไหนดี ที่มีจุดเด่นจุดด้อยยังไง และตัวไหนที่จะกลายเป็นเนื้อคู่เครื่องใหม่ของคุณ!
1. POCO X7 Pro 5G ★★★★★
“ราชาแห่งความเร็ว! ชิป Dimensity 8400-Ultra แรงสะใจ เกมเมอร์งบน้อยต้องกราบ”
สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
เปิดประเดิมอันดับ 1 ของการค้นหาคำตอบว่า โทรศัพท์ Android ไม่เกิน 12000 รุ่นไหนดี นาทีนี้ต้องยกให้ POCO X7 Pro 5G ที่เพิ่งเปิดตัวรับต้นปี 2025 เลยครับ รุ่นนี้เขามารับไม้ต่อความเทพจาก X6 Pro ได้อย่างสมศักดิ์ศรี ด้วยหัวใจหลักอย่างชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 8400-Ultra ที่ทำคะแนน Benchmark ได้แรงทะลุโลกในเรทราคานี้ ใครที่ถามหาความลื่นในการเล่นเกมแบบปรับสุด กราฟิกจัดเต็ม ตัวนี้คือคำตอบที่ไม่ต้องคิดเยอะ แถมยังอัปเกรดหน้าจอเป็น 1.5K CrystalRes ที่คมชัดบาดตา พร้อมรีเฟรชเรต 120Hz ที่สมูทสุด ๆ เรียกว่าเกิดมาเพื่อฆ่าเรือธงรุ่นเก่า ๆ ได้เลยครับ
สเปกเด่น
- หน้าจอ: AMOLED 6.67 นิ้ว ความละเอียด 1.5K (1220p), 120Hz
- ชิปเซ็ต: MediaTek Dimensity 8400-Ultra (4nm)
- RAM/ROM: 8GB/256GB หรือ 12GB/512GB (LPDDR5X + UFS 4.0)
- กล้องหลัง: 50MP (OIS) + 8MP (Ultra-wide)
- แบตเตอรี่: 6000 mAh ชาร์จไว 90W
- OS: HyperOS 2.0 บนพื้นฐาน Android 15
- อื่น ๆ: สแกนนิ้วใต้จอ, ลำโพงคู่, กันน้ำ IP68 (ในบางตลาด)
รีวิวแบบเจาะลึก
POCO X7 Pro 5G คือนิยามของคำว่า “คุ้มค่าจนน่ากลัว” อย่างแท้จริงครับ สำหรับใครที่กำลังมองหา โทรศัพท์ Android ไม่เกิน 12000 รุ่นไหนดี เพื่อเอามาเล่นเกมอย่าง Genshin Impact, ROV หรือ PUBG Mobile บอกเลยว่าตัวนี้เอาอยู่หมัดด้วยชิป Dimensity 8400-Ultra ที่ประสิทธิภาพน้อง ๆ เรือธง การจัดการความร้อนทำได้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างชัดเจน ทำให้เฟรมเรตวิ่งนิ่ง ๆ ไม่ค่อยเจออาการกระตุกให้เสียอารมณ์ ผสานกับ RAM LPDDR5X และ ROM UFS 4.0 ยิ่งทำให้การสลับแอปหรือโหลดแมพในเกมทำได้รวดเร็วทันใจเหมือนใช้มือถือเครื่องละ 2-3 หมื่นบาทเลยทีเดียวครับ
ในส่วนของหน้าจอและความบันเทิง POCO ก็ไม่ได้ทิ้งครับ จอ AMOLED 1.5K ให้สีสันที่สดใสและดำสนิท ความสว่างสู้แสงแดดเมืองไทยได้สบาย ๆ ดู Netflix หรือ YouTube ได้อรรถรสเต็มเปี่ยม ลำโพงคู่ก็ให้เสียงที่มีมิติแยกซ้ายขวาชัดเจน ส่วนเรื่องกล้อง แม้จะเป็นซีรีส์ X ที่เน้นความแรง แต่กล้องหลัก 50MP พร้อม OIS ก็ถ่ายภาพนิ่งได้สวยคมชัด หวังผลได้ในสภาพแสงปกติ การถ่ายในที่แสงน้อยก็มี Night Mode ที่ช่วยดึงรายละเอียดได้ดีครับ อีกจุดที่น่าประทับใจคือแบตเตอรี่ที่ให้มาถึง 6000 mAh ซึ่งถือว่าเยอะมากสำหรับมือถือสเปกแรงขนาดนี้ ทำให้ใช้งานข้ามวันได้สบาย ๆ และถ้าแบตหมดก็มีชาร์จไว 90W ที่เสียบแป๊บเดียวก็ได้แบตกลับมาพร้อมลุยต่อแล้ว สรุปสั้น ๆ คือ ถ้าเน้นความแรงและความคุ้มค่า ตัวนี้คือที่ 1 ในใจครับ
คะแนนที่ได้
9.8/10
รีวิวสั้น ๆ – POCO X7 Pro 5G
“แรงจริงไม่จกตาครับ เล่น Genshin ปรับสูงลื่น ๆ เลย เครื่องไม่ร้อนจี๋เหมือนรุ่นเก่าด้วย ชอบมาก” – แบงค์, อายุ 22, นักศึกษา
“จอสวยมากค่ะ ดูซีรีส์เพลินเลย แบตก็อึดอยู่ได้ทั้งวัน ชาร์จไวแป๊บเดียวเต็ม คุ้มราคามาก ๆ” – แป้ง, อายุ 26, พนักงานบริษัท
2. Samsung Galaxy A35 5G ★★★★★
“สมดุลแห่งจักรวาล แอนดรอยด์! ครบเครื่อง อัปเดตยาวนาน มั่นใจได้ทุกการใช้งาน”
สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
ถ้าโจทย์ของคุณในการหา โทรศัพท์ Android ไม่เกิน 12000 รุ่นไหนดี คือคำว่า “สบายใจ” ใช้ยาว ๆ ไม่จุกจิก Samsung Galaxy A35 5G คือคำตอบที่ใช่ที่สุดครับ รุ่นนี้มาพร้อมดีไซน์แบบ Key Island ที่ดูทันสมัยและจับถนัดมือ หน้าจอ Super AMOLED อันขึ้นชื่อของ Samsung ที่สวยสดคมชัด และจุดเด่นที่หาตัวจับยากในเรทราคานี้คือมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP67 และการการันตีอัปเดตซอฟต์แวร์ที่ยาวนาน ทำให้มันเป็นมือถือที่ซื้อครั้งเดียวจบ ใช้งานได้คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ครับ
สเปกเด่น
- หน้าจอ: Super AMOLED 6.6 นิ้ว FHD+, 120Hz
- ชิปเซ็ต: Exynos 1380 (5nm)
- RAM/ROM: 8GB/128GB หรือ 8GB/256GB (เพิ่ม MicroSD ได้)
- กล้องหลัง: 50MP (OIS) + 8MP (Ultrawide) + 5MP (Macro)
- กล้องหน้า: 13MP ถ่ายวิดีโอ 4K ได้
- แบตเตอรี่: 5000 mAh ชาร์จไว 25W
- ความทนทาน: กันน้ำกันฝุ่น IP67, กระจก Gorilla Glass Victus+
รีวิวแบบเจาะลึก
Samsung Galaxy A35 5G เป็นมือถือที่ “ครบเครื่อง” ในแบบที่คนส่วนใหญ่ต้องการครับ แม้ชิปเซ็ต Exynos 1380 จะไม่ได้แรงหวือหวาที่สุดในตลาด แต่ในการใช้งานจริงมันลื่นไหลมากสำหรับการไถฟีด Facebook, IG, TikTok หรือเล่นเกมทั่วไปที่ไม่กินสเปกโหดร้ายนัก สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้โดดเด่นกว่าคู่แข่งในคำถาม โทรศัพท์ Android ไม่เกิน 12000 รุ่นไหนดี คือประสบการณ์การใช้งานซอฟต์แวร์ One UI ที่มีความเสถียรสูง ฟีเจอร์ครบครัน และไม่มีโฆษณาเด้งกวนใจเหมือนบางแบรนด์ แถมยังให้ความมั่นใจเรื่องความปลอดภัยด้วย Knox Vault ครับ
เรื่องกล้อง Samsung ก็ไม่ทำให้ผิดหวังครับ กล้องหลัก 50MP พร้อมกันสั่น OIS ถ่ายภาพออกมาได้สวย คมชัด สีสันสดใสในสไตล์ซัมซุง โดยเฉพาะการถ่ายวิดีโอที่ทำได้นิ่งและสมูทกว่าคู่แข่งหลายรุ่น รองรับการถ่าย 4K ทั้งกล้องหน้าและหลัง ซึ่งสาย Vlog น่าจะถูกใจสิ่งนี้ อีกจุดแข็งคือความทนทานครับ การได้มาตรฐานกันน้ำ IP67 ในราคานี้ถือเป็นของหายาก ช่วยชีวิตมือถือเราได้เยอะเวลาเจอฝนตกหนักหรือเผลอทำตกน้ำ และกระจกหน้าจอ Gorilla Glass Victus+ ก็ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนได้ดีเยี่ยม ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ได้เปลี่ยนมือถือบ่อย ๆ และอยากได้เครื่องที่อยู่กับเราไปนาน ๆ A35 5G คือเพื่อนคู่ใจที่ไว้ใจได้แน่นอนครับ ใครที่ลังเลกับ iPhone รุ่นเก่า ๆ ลองดูตัวนี้อาจจะเปลี่ยนใจได้เลยนะ
คะแนนที่ได้
9.6/10
รีวิวสั้น ๆ – Samsung Galaxy A35 5G
“ใช้ดีมากครับ ลื่นไหลไม่มีสะดุด ชอบที่กันน้ำได้ เวลาขี่มอเตอร์ไซค์ลุยฝนแล้วมั่นใจขึ้นเยอะ” – หนึ่ง, อายุ 30, ไรเดอร์ส่งอาหาร
“กล้องสวยถูกใจค่ะ ถ่ายลงสตอรี่ไอจีชัดมาก สีสวยไม่ต้องแต่งเพิ่มเลย ตัวเครื่องสีม่วงก็น่ารัก” – มิ้นท์, อายุ 24, แม่ค้าออนไลน์
3. Infinix GT 20 Pro ★★★★★
“ปีศาจแห่งวงการเกมมิ่ง! ดีไซน์ Cyber Mecha สุดล้ำ พร้อมชิปจอแยกเพื่อเฟรมเรตที่นิ่งสนิท”
สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
สำหรับสายเกมเมอร์ตัวยงที่ต้องการความแตกต่างและประสิทธิภาพขั้นสุดในงบนี้ โทรศัพท์ Android ไม่เกิน 12000 รุ่นไหนดี คงหนีไม่พ้น Infinix GT 20 Pro ครับ รุ่นนี้สานต่อตำนานความคุ้มค่าด้วยดีไซน์แบบ Cyber Mecha ที่มีไฟ RGB ด้านหลัง (Mecha Loop LED Interface) ปรับแต่งได้ตามใจชอบ เท่ไม่ซ้ำใคร แต่ไม่ได้มีดีแค่เปลือก เพราะไส้ในอัดแน่นด้วยชิป Dimensity 8200 Ultimate ผสานกับชิปจอแยก Pixelworks X5 Turbo ที่ช่วยดันเฟรมเรตเกมให้ลื่นไหลทะลุขีดจำกัด ใครที่เป็นแฟนเกม FPS หรือ MOBA ต้องรักตัวนี้ครับ
สเปกเด่น
- หน้าจอ: AMOLED 6.78 นิ้ว, 144Hz, ขอบจอบางเฉียบ
- ชิปเซ็ต: Dimensity 8200 Ultimate + ชิปจอแยก Pixelworks X5 Turbo
- RAM/ROM: สูงสุด 12GB/256GB (LPDDR5X + UFS 3.1)
- กล้องหลัง: 108MP (OIS) + 2MP + 2MP
- ลำโพง: ลำโพงคู่ ปรับจูนโดย JBL
- แบตเตอรี่: 5000 mAh ชาร์จไว 45W
- ดีไซน์: Cyber Mecha พร้อมไฟ LED Mecha Loop
รีวิวแบบเจาะลึก
Infinix GT 20 Pro คือคำตอบที่ชัดเจนมากสำหรับโจทย์ โทรศัพท์ Android ไม่เกิน 12000 รุ่นไหนดี ของสาย Hardcore Gamer ครับ การจับคู่ชิปเซ็ต Dimensity 8200 Ultimate เข้ากับชิปจอแยก Pixelworks X5 Turbo คือไม้ตายที่ทำให้รุ่นนี้เหนือกว่าคู่แข่งในเรื่อง Gaming Experience อย่างเห็นได้ชัด มันสามารถอัปสเกลเฟรมเรตของเกมจาก 60fps ให้เป็น 120fps ได้แบบเนียน ๆ (ในเกมที่รองรับ) ทำให้ภาพดูลื่นไหลสบายตาสุด ๆ แถมยังมีโหมด Esports ที่ช่วยรีดประสิทธิภาพเครื่องออกมาเต็มที่ พร้อมระบบระบายความร้อนที่เอาอยู่ เล่นเกมนาน ๆ เครื่องแค่อุ่น ๆ ไม่ร้อนจี๋จนมือพองครับ
นอกจากความแรงแล้ว สิ่งที่ต้องชมคือหน้าจอครับ จอ AMOLED 144Hz ขอบบางเฉียบให้ความรู้สึกเหมือนถือหน้าจอล้วน ๆ สีสันสดเด้ง ความสว่างสูงใช้งานกลางแจ้งได้ดี ส่วนเรื่องเสียงที่ร่วมมือกับ JBL ก็ทำออกมาได้ดีเยี่ยม เสียงดังฟังชัด เบสมีมวล เหมาะทั้งเล่นเกมและดูหนัง แต่จุดที่อาจจะต้องพิจารณาคือกล้องครับ แม้กล้องหลัก 108MP จะถ่ายสวยใช้ได้ แต่เลนส์เสริมอื่น ๆ ค่อนข้างธรรมดาไปหน่อยเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่ให้เลนส์ Ultra-wide มาด้วย แต่ถ้าคุณเน้นเล่นเกมเป็นหลัก และอยากได้ โทรศัพท์ Android RAM 12GB ในราคาที่จับต้องได้ ตัวนี้คือที่สุดของความคุ้มค่าในสายเกมมิ่งแล้วครับ
คะแนนที่ได้
9.5/10
รีวิวสั้น ๆ – Infinix GT 20 Pro
“ไฟหลังเครื่องเท่มากครับ ถือไปเล่นเกมกับเพื่อนมีแต่คนทัก เล่น PUBG ปรับสุดลื่น ๆ เลย” – ท็อป, อายุ 20, นักศึกษา
“จอสวยมากลื่นมากค่ะ ขอบจอบางจริง ดูหนังเต็มตาดี เสียงลำโพงดังสะใจมาก” – เจนนี่, อายุ 25, ฟรีแลนซ์
4. Redmi Note 14 Pro+ 5G ★★★★☆
“ราชาแห่งความคุ้มค่า! กล้อง 200MP ซูมไกลภาพไม่แตก แบตชาร์จไว 120W เร็วแรงทะลุนรก”
สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
ถ้าถามหา โทรศัพท์ Android ไม่เกิน 12000 รุ่นไหนดี ที่เน้นเรื่องการถ่ายภาพและความครบเครื่องแบบ All-rounder ต้องยกให้ Redmi Note 14 Pro+ 5G ครับ รุ่นนี้มาพร้อมสเปกที่จัดเต็มแบบไม่กั๊ก ทั้งกล้องความละเอียดสูงถึง 200 ล้านพิกเซล ที่ช่วยให้คุณครอปภาพได้โดยรายละเอียดยังอยู่ครบ หรือจะซูม In-sensor ก็ทำได้เนียนตา แถมยังมาพร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 ซึ่งปกติจะอยู่ในรุ่นเรือธงเท่านั้น และระบบชาร์จไว 120W ที่เร็วแสงเรียกพี่ เสียบชาร์จตอนอาบน้ำแต่งตัว ออกมาแบตก็เต็มพร้อมใช้แล้วครับ
สเปกเด่น
- หน้าจอ: CrystalRes AMOLED 6.67 นิ้ว 1.5K, 120Hz, กระจก Gorilla Glass Victus 2
- ชิปเซ็ต: Snapdragon 7s Gen 3 (4nm)
- RAM/ROM: 8GB/256GB หรือ 12GB/512GB
- กล้องหลัง: 200MP (OIS) + 8MP + 2MP
- แบตเตอรี่: 5000 mAh ชาร์จไว 120W HyperCharge
- ความทนทาน: กันน้ำกันฝุ่น IP68
รีวิวแบบเจาะลึก
Redmi Note 14 Pro+ 5G เป็นมือถือที่ยกระดับมาตรฐานของ Mid-range ขึ้นไปอีกขั้นครับ จุดขายหลักที่โดดเด่นมาก ๆ คือความสามารถด้านการถ่ายภาพด้วยเซ็นเซอร์ 200MP ซึ่งไม่ใช่แค่ตัวเลขการตลาด แต่ใช้งานได้จริง การถ่ายภาพในโหมดความละเอียดสูงทำให้เราได้ไฟล์ภาพที่ใหญ่และคมชัดมาก สามารถนำไปครอปเพื่อจัดองค์ประกอบใหม่ได้โดยภาพไม่แตก หรือจะใช้ฟีเจอร์ In-sensor zoom เพื่อซูม 2x หรือ 4x ก็ยังได้ภาพที่คุณภาพดีกว่าการใช้ Digital zoom ทั่วไป ใครที่ชอบถ่ายภาพวิว หรือ Street photography น่าจะถูกใจมากครับ
อีกสิ่งที่น่าทึ่งคือความทนทาน Redmi ใส่มาตรฐาน IP68 มาให้ ซึ่งหมายความว่ามันสามารถจมน้ำได้ (ตามเงื่อนไข) ช่วยให้เราอุ่นใจขึ้นเยอะเวลาใช้งานในหน้าฝน หรือเผลอทำตกอ่างล้างมือ และกระจกหน้าจอ Gorilla Glass Victus 2 ก็ทนต่อการตกกระแทกได้ดีเยี่ยม ส่วนระบบชาร์จ 120W นี่คือ Game changer จริง ๆ ครับ ลืมการชาร์จข้ามคืนไปได้เลย แค่เสียบชาร์จ 15-20 นาทีก็ได้แบตเกือบเต็มแล้ว แม้ชิปเซ็ตอาจจะไม่ใช่ตัวที่แรงที่สุดในตารางนี้ แต่ Snapdragon 7s Gen 3 ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปและเล่นเกมระดับกลางได้ลื่นไหล ประหยัดพลังงานดีเยี่ยม สรุปคือ ถ้าคุณหา โทรศัพท์ Android ไม่เกิน 12000 รุ่นไหนดี ที่เน้นกล้องสวย ทนทาน และชาร์จไว ตัวนี้คือเบอร์ 1 ครับ
คะแนนที่ได้
9.4/10
รีวิวสั้น ๆ – Redmi Note 14 Pro+ 5G
“กล้องชัดตาแตกครับ ซูมถ่ายรูปแมวที่บ้านเห็นยันเส้นขน ชาร์จไวเวอร์วังมาก แป๊บเดียวเต็ม” – โอ๊ต, อายุ 28, ช่างภาพอิสระ
“ชอบที่มันกันน้ำได้ค่ะ เคยทำตกอ่างล้างจาน เอาขึ้นมาเช็ดก็ใช้ได้ปกติ ทนทานดีจริง ๆ” – แก้ม, อายุ 32, แม่บ้าน
5. Nothing Phone (2a) ★★★★☆
“ความเท่ที่แตกต่าง! ดีไซน์โปร่งใส Glyph Interface และระบบปฏิบัติการคลีนที่สุด”
สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
เบื่อไหมครับกับมือถือหน้าตาเดิม ๆ? ถ้าคำตอบคือใช่ และคุณกำลังค้นหา โทรศัพท์ Android ไม่เกิน 12000 รุ่นไหนดี ที่ถือแล้วคนต้องทัก Nothing Phone (2a) คือทางออกครับ ด้วยดีไซน์ฝาหลังโปร่งใสโชว์โครงสร้างภายใน และไฟ Glyph Interface ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ใช่แค่สวยแต่ใช้ประโยชน์ได้จริงในการแจ้งเตือนหรือจับเวลา มาพร้อม Nothing OS ที่ลื่นไหล คลีน และไม่มี Bloatware มากวนใจ ให้ประสบการณ์การใช้งานที่พรีเมียมในราคาจับต้องได้ครับ
สเปกเด่น
- หน้าจอ: AMOLED 6.7 นิ้ว, 120Hz, ขอบจอบางเท่ากันทุกด้าน
- ชิปเซ็ต: MediaTek Dimensity 7200 Pro (ปรับแต่งพิเศษ)
- RAM/ROM: 8GB/128GB หรือ 12GB/256GB
- กล้องหลัง: 50MP (Main) + 50MP (Ultrawide) เซ็นเซอร์ Samsung
- แบตเตอรี่: 5000 mAh ชาร์จไว 45W
- OS: Nothing OS 2.5 (Android 14)
- เอกลักษณ์: Glyph Interface (ไฟ LED 3 เส้น)
รีวิวแบบเจาะลึก
Nothing Phone (2a) ไม่ได้ขายแค่ดีไซน์ครับ แต่มันขาย “ประสบการณ์” การใช้งานที่แตกต่าง สำหรับคนที่ถามว่า โทรศัพท์ Android ไม่เกิน 12000 รุ่นไหนดี ที่เน้นความ Minimal และความลื่นไหลของระบบ ตัวนี้ชนะเลิศครับ Nothing OS ออกแบบมาได้สวยงาม มี Widget ที่เป็นเอกลักษณ์แบบ Dot Matrix และที่สำคัญคือความ “เบา” ของระบบ ทำให้การเปิดปิดแอป การปัดหน้าจอ มันติดนิ้วและสมูทมาก ๆ เทียบชั้นกับมือถือรุ่นแพง ๆ ได้เลย ชิปเซ็ต Dimensity 7200 Pro ที่ปรับแต่งมาร่วมกับ MediaTek ก็ทำงานได้เสถียร จัดการความร้อนได้ดี เล่นเกมยอดฮิตได้สบาย ๆ ครับ
กล้องหลังคู่ความละเอียด 50MP ทั้งสองตัวเป็นอีกจุดเด่นที่น่าสนใจ เพราะปกติมือถือราคานี้มักจะลดสเปกกล้อง Ultra-wide ลง แต่ Nothing ให้มาเต็ม ๆ ทำให้ถ่ายภาพมุมกว้างได้คมชัด สีสันโทนธรรมชาติมีความเป็นศิลปะในตัว (Nothing Style) ส่วนไฟ Glyph Interface ด้านหลัง แม้จะลดจำนวนลงจากรุ่นพี่ แต่ฟังก์ชันหลัก ๆ ยังอยู่ครบ เช่น การตั้งให้ไฟกระพริบตามจังหวะเรียกเข้า หรือเป็นตัวนับถอยหลังเวลาถ่ายรูป ซึ่งมันเก๋มากเวลาวางคว่ำหน้าไว้บนโต๊ะ สรุปคือ ถ้าคุณเป็นสาย Art สาย Design หรือเบื่อมือถือแอนดรอยด์แบบเดิม ๆ Nothing Phone (2a) จะเปิดโลกใหม่ให้คุณแน่นอนครับ
คะแนนที่ได้
9.3/10
รีวิวสั้น ๆ – Nothing Phone (2a)
“ดีไซน์สวยกินขาดครับ ถือไปไหนก็มีแต่คนถาม ระบบลื่นมาก คลีน ๆ สบายตาดีครับ” – อาร์ต, อายุ 27, กราฟิกดีไซเนอร์
“ชอบไฟข้างหลังมากค่ะ เวลาจับเวลาถ่ายรูปมันนับถอยหลังให้เห็นเลย สะดวกดี กล้องก็สวยโอเคเลย” – พลอย, อายุ 23, ครีเอเตอร์
6. Tecno Camon 30 Pro 5G ★★★★☆
“Vlog Master ตัวจริง! เซ็นเซอร์ Sony IMX890 ระดับเรือธง ถ่ายวิดีโอ 4K 60fps ลื่นหัวแตก”
สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
มาต่อกันที่อันดับ 6 กับ Tecno Camon 30 Pro 5G ที่ต้องบอกเลยว่าใครเป็นสาย Content Creator หรือชอบถ่ายวิดีโอ แล้วกำลังหา โทรศัพท์ Android ไม่เกิน 12000 รุ่นไหนดี ตัวนี้คือ Hidden Gem ที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาดครับ เพราะเขาใจป้ำใส่เซ็นเซอร์ Sony IMX890 ตัวเดียวกับที่อยู่ในมือถือราคา 2-3 หมื่นมาให้เลย แถมยังรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 60fps ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง! ซึ่งหาได้ยากมาก ๆ ในเรทราคานี้ เรียกว่าซื้อไปทำ Vlog ได้แบบ Pro สมชื่อเลยครับ
สเปกเด่น
- หน้าจอ: AMOLED 6.78 นิ้ว, Refresh Rate 144Hz
- ชิปเซ็ต: MediaTek Dimensity 8200 Ultimate (4nm)
- RAM/ROM: 12GB/512GB (จุใจมาก)
- กล้องหลัง: 50MP (Sony IMX890, OIS) + 50MP (Ultra-wide) + 2MP
- กล้องหน้า: 50MP Eye-tracking Autofocus
- แบตเตอรี่: 5000 mAh ชาร์จไว 70W
- จุดเด่น: ถ่าย 4K 60fps หน้า-หลัง, ดีไซน์ฝาหลังลายหินอ่อน (บางสี)
รีวิวแบบเจาะลึก
Tecno Camon 30 Pro 5G คือม้ามืดที่สเปกโหดจนน่าตกใจครับ โดยเฉพาะเรื่องกล้องที่ให้มาแบบ “เกินเบอร์” ไปมาก เซ็นเซอร์ IMX890 ขนาดใหญ่ 1/1.56 นิ้ว พร้อมกันสั่น OIS ทำให้ภาพถ่ายมีความคมชัด ไดนามิกเรนจ์กว้าง และถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีเยี่ยมระดับน้อง ๆ เรือธงเลย ยิ่งไปกว่านั้นคือความสามารถในการถ่ายวิดีโอที่ทำได้ถึง 4K 60fps ทั้งหน้าและหลัง ซึ่งถ้าคุณไปลองหาข้อมูล โทรศัพท์ Android ถ่ายวิดีโอดี รุ่นไหนดี ในงบนี้ แทบจะไม่มีรุ่นไหนให้มาครบขนาดนี้ครับ กล้องหน้ายังมีระบบ Eye-tracking Autofocus โฟกัสเข้าตาเป๊ะ ๆ หมดปัญหาหน้าเบลอเวลาไลฟ์สด
ประสิทธิภาพเครื่องก็ไม่ได้ด้อยเลยด้วยชิป Dimensity 8200 Ultimate ที่แรงพอจะเล่นเกมหนัก ๆ ได้สบาย หน้าจอ 144Hz ก็ลื่นไหลติดนิ้วสุด ๆ แถมให้ความจุมาถึง 512GB ไม่ต้องกลัวเมมเต็มเร็ว ส่วนดีไซน์ฝาหลังที่มี Texture คล้ายหินอ่อนธรรมชาติ (ในสี Loewe Design Edition) ก็ดูหรูหราพรีเมียมมาก ๆ ใครที่มองหา โทรศัพท์ Android ไม่เกิน 12000 รุ่นไหนดี ที่เน้นความคุ้มค่าด้านสเปกกล้องและวิดีโอแบบจัดเต็ม ตัวนี้คือคำตอบที่คุ้มที่สุดในนาทีนี้ครับ
คะแนนที่ได้
9.1/10
รีวิวสั้น ๆ – Tecno Camon 30 Pro 5G
“ซื้อมาถ่าย Vlog ลง TikTok ภาพชัดมากครับ กันสั่นนิ่งใช้ได้เลย ไม่ต้องพกกล้องใหญ่แล้ว” – บาส, อายุ 25, YouTuber มือใหม่
“ชอบดีไซน์มากค่ะ ดูแพงเกินราคา ความจำเยอะดีด้วย ถ่ายรูปเก็บไว้ได้เป็นหมื่นรูปเลย” – แพร, อายุ 28, พนักงานการตลาด
7. Realme 12+ 5G ★★★★☆
“Portrait Master! ถ่ายคนสวยจึ้งด้วยกล้อง Sony LYT-600 ดีไซน์หรูหราดุจนาฬิกาเรือนแพง”
สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
สาว ๆ หรือหนุ่ม ๆ ที่ชอบถ่ายรูปแฟนต้องมามุงทางนี้ครับ ถ้าโจทย์คือ โทรศัพท์ Android ไม่เกิน 12000 รุ่นไหนดี ที่ถ่ายคนสวย Skin tone ดีเป็นธรรมชาติ Realme 12+ 5G คือตัวเต็งที่น่าสนใจมาก รุ่นนี้ชูจุดเด่นเรื่อง “Portrait Master” ด้วยกล้องหลักเซ็นเซอร์ Sony LYT-600 พร้อม OIS ที่ถ่ายภาพบุคคลได้หน้าชัดหลังละลายเนียนตา ผสานกับฟิลเตอร์ Cinematic ที่ร่วมมือกับช่างภาพระดับออสการ์ ทำให้รูปที่ได้มี Mood & Tone เหมือนฉากในหนังเลยครับ
สเปกเด่น
- หน้าจอ: AMOLED 6.67 นิ้ว, 120Hz, รองรับ Rainwater Smart Touch
- ชิปเซ็ต: MediaTek Dimensity 7050 5G (6nm)
- RAM/ROM: 8GB/256GB หรือ 12GB/256GB
- กล้องหลัง: 50MP (Sony LYT-600, OIS) + 8MP + 2MP
- แบตเตอรี่: 5000 mAh ชาร์จไว 67W SUPERVOOC
- ดีไซน์: Luxury Watch Design โดย Ollivier Savéo
รีวิวแบบเจาะลึก
Realme 12+ 5G เป็นมือถือที่ถือแล้ว “หล่อ” ครับ ด้วยดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากนาฬิกาหรู ฝาหลังหนัง Vegan Premium ให้สัมผัสที่นุ่มมือและไม่เป็นรอยนิ้วมือ ทำให้ดูแพงเกินราคาไปมาก ส่วนเรื่องกล้องที่เป็นจุดขายหลัก เซ็นเซอร์ Sony LYT-600 ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมครับ โดยเฉพาะโหมด Portrait 2X ที่ซูมจากเซ็นเซอร์โดยไม่เสียรายละเอียด ทำให้ได้ระยะภาพที่สวยเหมือนใช้กล้องโปรถ่าย ระบบกันสั่น OIS ก็ช่วยให้ภาพนิ่งขึ้นถ่ายง่ายขึ้นเยอะครับ
อีกฟีเจอร์เล็ก ๆ ที่ผมชอบคือ Rainwater Smart Touch ครับ เหมาะกับเมืองไทยมาก เวลาฝนตกปรอย ๆ หรือมือเปียกเหงื่อ ก็ยังทัชหน้าจอสั่งงานได้ปกติ ไม่รวนเหมือนรุ่นอื่น ชิปเซ็ต Dimensity 7050 อาจจะไม่ใช่ตัวท็อปสุด แต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป ดูหนัง ฟังเพลง และเล่นเกมระดับกลางได้ลื่นไหลครับ ใครที่กำลังมองหา โทรศัพท์ Android ไม่เกิน 12000 รุ่นไหนดี ที่เน้นถือแล้วสวย ถ่ายรูปคนปัง ๆ ไม่เน้นสเปกบ้าพลัง ตัวนี้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ดีเยี่ยมครับ
คะแนนที่ได้
8.9/10
รีวิวสั้น ๆ – Realme 12+ 5G
“ถ่ายรูปแฟนสวยมากครับ แฟนชอบมาก ผิวดูดีไม่ต้องแต่งแอปเพิ่มเลย เครื่องสีเขียวสวยหรูสุด ๆ” – นัท, อายุ 29, พนักงานธนาคาร
“ชอบสัมผัสฝาหลังที่เป็นหนังค่ะ นุ่มมือไม่ลื่น เครื่องไม่หนักมาก ถือถ่ายรูปนาน ๆ ไม่เมื่อย” – จอย, อายุ 26, พยาบาล
8. Infinix Note 40 Pro+ 5G ★★★★☆
“จอมเวทย์แห่งการชาร์จ! ไวปานสายฟ้า 100W พร้อมชาร์จไร้สายแม่เหล็กเครื่องแรกในเรทนี้”
สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
ถ้าคุณเป็นคนใจร้อน ไม่ชอบรอชาร์จแบตนาน ๆ และอยากลองเทคโนโลยีใหม่ ๆ Infinix Note 40 Pro+ 5G คือคำตอบของคำถาม โทรศัพท์ Android ไม่เกิน 12000 รุ่นไหนดี ครับ รุ่นนี้สร้างปรากฏการณ์ด้วยระบบชาร์จไว All-Round FastCharge 2.0 ที่ให้ความเร็วสูงถึง 100W ชาร์จเต็มในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง แถมยังเป็นรุ่นแรก ๆ ในราคานี้ที่รองรับการชาร์จไร้สายแบบแม่เหล็ก (MagCharge) 20W มาพร้อมหน้าจอโค้ง 3D AMOLED ที่ดูหรูหราเกินราคาไปไกลครับ
สเปกเด่น
- หน้าจอ: 3D-Curved AMOLED 6.78 นิ้ว, 120Hz
- ชิปเซ็ต: Dimensity 7020 (6nm)
- RAM/ROM: 12GB/256GB
- กล้องหลัง: 108MP (OIS) + 2MP + 2MP
- แบตเตอรี่: 4600 mAh ชาร์จไว 100W + ไร้สาย 20W
- ชิปจัดการพลังงาน: Cheetah X1
- ลำโพง: ลำโพงคู่จูนโดย JBL
รีวิวแบบเจาะลึก
Infinix Note 40 Pro+ 5G เป็นมือถือที่เน้นขาย “นวัตกรรม” ครับ การใส่ระบบชาร์จ 100W มาในเรทราคานี้ถือว่าใจป้ำมาก เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่เร่งรีบ ตื่นเช้ามาแบตหมด เสียบชาร์จตอนอาบน้ำแต่งตัว ออกจากบ้านแบตก็เต็มแล้ว แถมยังมีลูกเล่น MagCharge ที่ใช้ร่วมกับเคสแม่เหล็กและ Power Bank แบบแปะหลังได้ เหมือนใช้มือถือรุ่นแพง ๆ เลยครับ หน้าจอโค้ง 3D ก็ช่วยเสริมลุคให้ดูแพงและจับถนัดมือขึ้น
แต่ต้องบอกตามตรงว่าชิปเซ็ต Dimensity 7020 นั้นเน้นการประหยัดพลังงานมากกว่าความแรงครับ การใช้งานทั่วไปลื่นไหลดี แต่ถ้าเอาไปเทียบกับ โทรศัพท์ Android สเปกแรง ในอันดับต้น ๆ อาจจะสู้ไม่ได้ในเรื่องเกมมิ่ง และแบตเตอรี่ที่ลดลงมาเหลือ 4600 mAh เพื่อแลกกับระบบชาร์จไว อาจจะทำให้หมดเร็วกว่านิดหน่อยถ้าใช้งานหนัก แต่แลกมากับการชาร์จกลับที่ไวมาก ก็ถือว่าหยวน ๆ กันได้ครับ สรุปคือ ถ้าคุณชอบความหรูหรา และเทคโนโลยีการชาร์จที่สะดวกสบาย ตัวนี้คุ้มค่าที่สุดครับ
คะแนนที่ได้
8.8/10
รีวิวสั้น ๆ – Infinix Note 40 Pro+ 5G
“ชาร์จไวสะใจมากครับ ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ ไม่ต้องพะวงเรื่องแบตเลย จอโค้งก็สวยดูแพงมาก” – กอล์ฟ, อายุ 30, วิศวกร
“ชอบที่ชาร์จไร้สายได้ค่ะ สะดวกดี เคสที่แถมมาก็สวย ใส่แล้วดูดีมีสกุลสุด ๆ” – ฟ้า, อายุ 24, เลขานุการ
9. iQOO Z9x 5G ★★★★☆
“อึด ถึก ทน! แบตเตอรี่ 6000 mAh เล่นเกมมาราธอนข้ามวัน สเปกคุ้มในงบประหยัด”
สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
สำหรับใครที่มีงบจำกัดแต่อยากได้มือถือแบตอึด ๆ ไว้เล่นเกมหรือใช้งานนาน ๆ โดยไม่ต้องพก Power Bank iQOO Z9x 5G คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ โทรศัพท์ Android ไม่เกิน 12000 รุ่นไหนดี ได้อย่างตรงจุดครับ ด้วยแบตเตอรี่ขนาดมหึมา 6000 mAh ในตัวเครื่องที่บางเฉียบ พร้อมชิป Snapdragon 6 Gen 1 ที่สมดุลทั้งความแรงและการประหยัดพลังงาน ทำให้มันเป็นมือถือที่ “ตายยาก” ที่สุดรุ่นหนึ่งในปีนี้เลยครับ
สเปกเด่น
- หน้าจอ: IPS LCD 6.72 นิ้ว, 120Hz, ความสว่างสูงสุด 1000 nits
- ชิปเซ็ต: Snapdragon 6 Gen 1 (4nm)
- RAM/ROM: 8GB/128GB หรือ 12GB/256GB
- กล้องหลัง: 50MP + 2MP
- แบตเตอรี่: 6000 mAh ชาร์จไว 44W
- ลำโพง: ลำโพงคู่ Stereo เร่งเสียงได้ 300%
- ความทนทาน: กันน้ำกันฝุ่น IP64
รีวิวแบบเจาะลึก
iQOO Z9x 5G เป็นมือถือที่ออกแบบมาเพื่อ “การใช้งานจริง” ครับ จุดเด่นที่สุดคือความอึดของแบตเตอรี่ 6000 mAh ที่ผสานกับชิป Snapdragon 6 Gen 1 (4nm) ที่ประหยัดไฟมาก ทำให้คุณสามารถดูซีรีส์ ดู YouTube หรือนำทาง GPS ได้ยาวนานแบบลืมชาร์จไปเลย เหมาะมากสำหรับไรเดอร์ หรือคนที่ต้องทำงานนอกสถานที่ตลอดวัน อีกจุดที่เซอร์ไพรส์คือลำโพงคู่ที่ดังสะใจมาก มีโหมดเร่งเสียง 300% เอาไว้เปิดเพลงฟังตอนอาบน้ำ หรือเปิดฟังในที่เสียงดัง ๆ ได้ยินชัดแน่นอน
แม้หน้าจอจะเป็น IPS LCD แต่คุณภาพสูงครับ ความสว่าง 1000 nits ใช้งานกลางแดดได้ดี และรีเฟรชเรต 120Hz ก็ช่วยให้การปัดหน้าจอลื่นไหล สำหรับใครที่สนใจ วิธีถนอมแบตมือถือ Android การเลือกมือถือที่แบตใหญ่ ๆ แบบนี้ช่วยลดรอบการชาร์จ ยืดอายุการใช้งานแบตได้ทางอ้อมด้วยนะครับ สรุปคือ ถ้าคุณเน้นความคุ้มค่า แบตอึด ลำโพงดัง และประสิทธิภาพที่ไว้ใจได้ iQOO Z9x 5G คือตัวเลือกที่คุ้มเงินที่สุดครับ
คะแนนที่ได้
8.7/10
รีวิวสั้น ๆ – iQOO Z9x 5G
“แบตอึดจริงครับ ผมขับ Grab ทั้งวัน กลับถึงบ้านแบตยังเหลือ สุดยอดมาก” – พี่ศักดิ์, อายุ 40, ไรเดอร์
“ซื้อให้น้องชายใช้เล่นเกม น้องบอกลื่นดี เครื่องไม่ร้อน ลำโพงดังสะใจวัยรุ่นครับ” – ตั้ม, อายุ 35, พนักงานบริษัท
10. Samsung Galaxy A16 5G ★★★☆☆
“รุ่นเริ่มต้นยอดนิยม! จอ Super AMOLED สวยสด อัปเดต OS ยาวนาน 6 ปี คุ้มค่าระยะยาว”
สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
ปิดท้ายด้วยน้องเล็กจากค่ายเกาหลี Samsung Galaxy A16 5G ที่เข้ามาติดโผ โทรศัพท์ Android ไม่เกิน 12000 รุ่นไหนดี ได้เพราะ “ความคุ้มค่าในระยะยาว” ล้วน ๆ ครับ นี่เป็นครั้งแรกที่ Samsung ประกาศอัปเดต OS และความปลอดภัยให้รุ่นเล็กยาวนานถึง 6 ปี! (ปกติให้แค่รุ่นท็อป) มาพร้อมหน้าจอ Super AMOLED ที่สวยเกินราคา เหมาะมากสำหรับนักเรียน นักศึกษา หรือคนทำงานเริ่มต้นที่อยากได้มือถือ 5G แบรนด์ดังที่ไว้ใจได้ ใช้กันยาว ๆ จนเรียนจบไปเลยครับ
สเปกเด่น
- หน้าจอ: Super AMOLED 6.7 นิ้ว, 90Hz
- ชิปเซ็ต: Dimensity 6300 (รุ่นไทย) หรือ Exynos 1330
- RAM/ROM: 4GB/128GB หรือ 8GB/256GB (เพิ่ม MicroSD ได้)
- กล้องหลัง: 50MP + 5MP + 2MP
- แบตเตอรี่: 5000 mAh ชาร์จไว 25W
- ซอฟต์แวร์: การันตีอัปเดต OS 6 รุ่น / ความปลอดภัย 6 ปี
รีวิวแบบเจาะลึก
Samsung Galaxy A16 5G คือนิยามของ “มือถือสามัญประจำบ้าน” ครับ มันไม่ได้แรงหวือหวา หรือมีกล้องเทพซูมร้อยเท่า แต่มันทำหน้าที่พื้นฐานได้ดีเยี่ยมและเสถียร หน้าจอ Super AMOLED 90Hz คือจุดแข็งที่ทำให้การดู YouTube หรือไถ Facebook ดูดีกว่าคู่แข่งในราคาเดียวกันมาก สีดำสนิท สีสันสดใส สบายตา และที่สำคัญที่สุดคือการสนับสนุนซอฟต์แวร์ 6 ปี หมายความว่าเครื่องนี้จะยังได้รับฟีเจอร์ใหม่ ๆ และความปลอดภัยไปจนถึงปี 2030! ซึ่งหาไม่ได้เลยในมือถือราคาระดับนี้ครับ
ประสิทธิภาพการใช้งานทั่วไปถือว่าสอบผ่าน ลื่นไหลด้วย One UI ที่ปรับแต่งมาดี แบตเตอรี่ 5000 mAh ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั้งวัน สำหรับผู้ปกครองที่มองหา โทรศัพท์ Android สำหรับนักเรียน ให้ลูกหลาน หรือจะซื้อให้ผู้สูงอายุใช้ ตัวนี้ตอบโจทย์มาก เพราะใช้ง่าย ทนทาน และมีศูนย์บริการครอบคลุมทั่วประเทศครับ
คะแนนที่ได้
8.5/10
รีวิวสั้น ๆ – Samsung Galaxy A16 5G
“ซื้อให้คุณแม่ใช้ครับ ท่านชอบมาก จอใหญ่ตัวหนังสือชัด สีสวย ใช้ง่ายไม่ซับซ้อน” – วิน, อายุ 32, พนักงานออฟฟิศ
“ราคาดีมากได้จอ AMOLED คุ้มสุด ๆ เอาไว้ดูซีรีส์เกาหลีฟินมากค่ะ” – นุ่น, อายุ 20, นักศึกษา
มุมมองจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญ: เทรนด์มือถือระดับกลางปี 2025
ในปี 2025 นี้ ตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลาง (Mid-range) มีการแข่งขันที่ดุเดือดจนเส้นแบ่งระหว่าง “รุ่นกลาง” กับ “รุ่นเรือธง” เริ่มจางลงเรื่อย ๆ ครับ สื่อเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง GSMArena และ Android Authority ต่างให้ความเห็นตรงกันว่า ปีนี้คือปีแห่งการ “Trickle-down Technology” หรือการส่งต่อเทคโนโลยีระดับท็อปลงมาสู่รุ่นราคาประหยัด
“ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเกิน 2 หมื่นบาทอีกต่อไป เพื่อให้ได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีเยี่ยม… หน้าจอ OLED 120Hz, ระบบกันสั่น OIS และชาร์จไวระดับ 60W+ กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของมือถือราคาหมื่นต้น ๆ ไปแล้ว”
3 จุดเปลี่ยนสำคัญที่ผู้เชี่ยวชาญจับตามอง:
- AI for Everyone: ฟีเจอร์ AI ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ใน Galaxy S Series หรือ Pixel รุ่นท็อปอีกต่อไป ชิปเซ็ตระดับกลางอย่าง Dimensity 8000 series หรือ Snapdragon 7 series เริ่มมี NPU ที่ทรงพลังพอจะรัน AI แต่งภาพ หรือแปลภาษาแบบ Real-time ได้แล้ว
- The Rise of High-Res Cameras: การมาของเซ็นเซอร์ 200MP และ 50MP เกรดเรือธง (เช่น Sony IMX890) ในมือถือราคาหมื่นนิด ๆ ทำให้คุณภาพของภาพถ่ายกลางคืนและวิดีโอดีขึ้นแบบก้าวกระโดด
- Battery & Durability: มาตรฐานกันน้ำ IP67/IP68 เริ่มแพร่หลายมากขึ้น รวมถึงการการันตีอัปเดตซอฟต์แวร์ที่ยาวนานขึ้น (4-6 ปี) ช่วยยืดอายุการใช้งานและลดขยะอิเล็กทรอนิกส์
บทวิเคราะห์จากทีมงาน ToplistPlus
“จากที่ทีมงานได้ทดสอบและรวบรวมข้อมูลมา เราเห็นได้ชัดว่าในปี 2025 แบรนด์ต่าง ๆ พยายามฉีกหนีคู่แข่งด้วยการสร้าง ‘จุดเด่นเฉพาะตัว’ แทนที่จะทำมือถือเป็ดที่ทำได้ทุกอย่างแต่ไม่สุดสักทาง… POCO เลือกทางความแรง, Realme เลือกทางดีไซน์และ Portrait, ในขณะที่ Samsung เลือกความเสถียรและการใช้งานระยะยาว ดังนั้นคำตอบของคำถาม โทรศัพท์ Android ไม่เกิน 12000 รุ่นไหนดี จึงขึ้นอยู่กับว่า คุณให้ความสำคัญกับ ‘ความเร็ว’, ‘ความสวย’ หรือ ‘ความชัวร์’ มากกว่ากันครับ”
เคล็ดลับการเลือกซื้อ โทรศัพท์ Android งบ 12,000 บาท ให้คุ้มค่าที่สุด
การเดินเข้าไปในร้านแล้วจิ้มเลือกเลยอาจทำให้คุณพลาดของดีได้ครับ ลองใช้เช็กลิสต์ง่าย ๆ 4 ข้อนี้จากผม เพื่อสแกนหามือถือที่ใช่สำหรับคุณ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วิธีดูสเปกโทรศัพท์ Android ก่อนซื้อ)
- เลือกชิปเซ็ตให้ตรงงาน:
- สายเกม (Gamer): มองหาชื่อ Dimensity 8000 Series (เช่น 8300, 8200) หรือ Snapdragon 7 Series ตัวท็อป ประสิทธิภาพจะใกล้เคียงเรือธงที่สุด
- สายใช้งานทั่วไป/โซเชียล: Dimensity 6000/7000 Series หรือ Snapdragon 6 Gen 1 ก็เพียงพอแล้ว เน้นประหยัดแบต
- ความจำต้องถึง:
ปี 2025 แล้ว RAM ควรเริ่มต้นที่ 8GB และ ROM (ความจุ) ควรเป็น 256GB ครับ เพราะแอปและเกมเดี๋ยวนี้กินพื้นที่เยอะมาก 128GB เริ่มจะอึดอัดแล้วสำหรับบางคน - กล้องต้องมี OIS:
อย่าดูแค่ตัวเลขพิกเซล (MP) เยอะ ๆ ครับ ให้ดูว่ามี ระบบกันสั่น OIS (Optical Image Stabilization) ไหม เพราะมันช่วยให้ถ่ายภาพกลางคืนชัดขึ้น และถ่ายวิดีโอไม่สั่นไหว ซึ่งสำคัญมากในมือถือราคานี้ - ชาร์จไว…แต่ต้องดูหัวชาร์จ:
หลายรุ่นรองรับชาร์จไว 45W-100W แต่ “เช็กให้ดีว่าแถมหัวชาร์จมาในกล่องไหม” (เช่น Samsung, Nothing มักไม่แถม) จะได้ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มอีกหลายร้อยบาทครับ
Dimensity vs Snapdragon: ศึกชิงบัลลังก์ความคุ้มค่า
คำถามยอดฮิตตลอดกาลคือ “เอาค่ายไหนดี?” ในงบไม่เกิน 12,000 บาท ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไปพอสมควรครับ หากคุณต้องการทำความเข้าใจลึกซึ้ง ลองอ่าน Snapdragon คืออะไร? เพิ่มเติมได้ แต่สรุปง่าย ๆ คือ:
- MediaTek Dimensity (เช่น 8400, 8300, 7200): นาทีนี้คือ “ราชาแห่งความคุ้มค่า” ครับ ให้ประสิทธิภาพดิบ (Raw Performance) สูงกว่า Snapdragon ในราคาเท่ากัน เล่นเกมได้เฟรมเรตสูงกว่า เห็นผลชัดเจนในรุ่นอย่าง POCO X7 Pro หรือ Infinix GT 20 Pro
- Qualcomm Snapdragon (เช่น 7s Gen 3, 6 Gen 1): ยังคงเด่นเรื่อง “ความเสถียรและการรองรับแอป” ครับ เกมบางเกม หรือแอปอีมูเลเตอร์ มักจะปรับแต่งมาให้ Snapdragon ดีกว่าเล็กน้อย และโมเด็ม 5G มักจะจับสัญญาณได้นิ่งกว่าในบางพื้นที่ รวมถึง ISP (ชิปประมวลผลภาพ) ที่หลายคนยังเชื่อใจในโทนภาพมากกว่าครับ
ทำไม OIS ถึงสำคัญกับมือถือราคานี้?
คุณอาจจะเห็นสเปกกล้อง 108MP หรือ 200MP เต็มไปหมด แต่ทำไมถ่ายออกมาแล้วภาพยังเบลอ? คำตอบคือ OIS (Optical Image Stabilization) หรือระบบกันสั่นที่เลนส์ครับ ในมือถือระดับกลางที่ชิปประมวลผลภาพอาจไม่ได้เทพเท่ารุ่นละ 3-4 หมื่น การมี OIS ช่วยได้มหาศาลครับ
- ถ่ายภาพกลางคืน: OIS ช่วยให้หน้ากล้องเปิดรับแสงได้นานขึ้นโดยภาพไม่สั่น ทำให้ภาพสว่างและ noise น้อยลง
- ถ่ายวิดีโอ: ช่วยลดอาการภาพกระตุกเวลาเดินถ่าย ทำให้วิดีโอดูโปรขึ้นและเวียนหัวน้อยลง
ดังนั้น ถ้าต้องเลือกระหว่าง “พิกเซลเยอะแต่ไม่มี OIS” กับ “พิกเซลน้อยกว่าแต่มี OIS” ผมเชียร์อย่างหลังครับ (ยกเว้นรุ่นเทพ ๆ ที่มีทั้งคู่)
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: งบ 12,000 ซื้อ Android รุ่นกลาง หรือ iPhone มือสองดี?
A: ถ้าเน้นเทคโนโลยีใหม่ จอ 120Hz ชาร์จไว และแบตอึด Android รุ่นใหม่กินขาดครับ แต่ถ้าติด Ecosystem หรือเน้นถ่าย Video ลง IG Story แบบคมกริบ iPhone มือสอง (รุ่นเก่าหน่อย) อาจจะตอบโจทย์กว่า แต่ต้องระวังสภาพแบตเตอรี่ครับ - Q: จำเป็นต้องใช้ 5G ไหม?
A: ณ ปี 2025 ควรมีครับ เพราะเครือข่ายครอบคลุมมากแล้ว และมือถือในเรทราคานี้รองรับ 5G เกือบหมดแล้ว การซื้อรุ่น 4G ตอนนี้อาจจะตกรุ่นเร็วเกินไปครับ - Q: เล่นเกมหนัก ๆ เลือกตัวไหนดีที่สุด?
A: แนะนำ POCO X7 Pro 5G หรือ Infinix GT 20 Pro ครับ ชิปเซ็ตและการระบายความร้อนออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์โดยเฉพาะ - Q: มือถือแบรนด์จีนทนไหม ใช้ได้กี่ปี?
A: เดี๋ยวนี้คุณภาพการผลิตดีขึ้นมากครับ ใช้งานทั่วไป 2-3 ปีได้สบาย ๆ แต่อาจจะต้องดูเรื่องการอัปเดตซอฟต์แวร์ที่อาจจะไม่ยาวนานเท่า Samsung หรือ Pixel ครับ
บทสรุป
จบกันไปแล้วครับกับการจัดอันดับ โทรศัพท์ Android ไม่เกิน 12000 รุ่นไหนดี ฉบับอัปเดตปี 2025! หวังว่าเพื่อน ๆ จะได้คำตอบในใจกันแล้วนะครับ การเลือกมือถือที่ดีที่สุด จริง ๆ แล้วไม่มีสูตรตายตัวครับ มันอยู่ที่ว่า “อะไรสำคัญกับเราที่สุด”
- ถ้าเน้น ความแรง แบบสุดคุ้ม ไปที่ POCO X7 Pro 5G หรือ Infinix GT 20 Pro
- ถ้าเน้น ความสบายใจ และใช้งานยาว ๆ ไปที่ Samsung Galaxy A35 5G
- ถ้าเน้น ถ่ายรูป/วิดีโอ สวยจึ้ง ไปที่ Redmi Note 14 Pro+ หรือ Realme 12+ 5G
- ถ้าเน้น ดีไซน์ ไม่ซ้ำใคร ไปที่ Nothing Phone (2a)
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับมือถือเครื่องใหม่นะครับ แล้วเจอกันใหม่บทความหน้าครับผม!
หมายเหตุจากผู้เขียน:
- รายละเอียดเรื่องสเปก, สีที่มีจำหน่าย, หรือโปรโมชั่นของแถม ควรตรวจสอบเพิ่มเติมจาก Official Store อีกครั้งก่อนกดสั่งซื้อนะครับ เพราะราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา (Flash Sale จะถูกลงอีกเยอะเลย!)
- บทความนี้เขียนขึ้นจากประสบการณ์และการรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นกลาง เพื่อเป็นแนวทางให้เพื่อน ๆ เท่านั้น หากกดลิงก์สินค้า เราอาจได้รับค่าขนมเล็กน้อยเพื่อเป็นกำลังใจในการทำคอนเทนต์ดี ๆ ต่อไปครับ โดยไม่มีผลต่อราคาที่เพื่อน ๆ จ่ายแน่นอน ขอบคุณที่สนับสนุนพวกเรา ToplistPlus ครับผม! สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
- ข้อมูลผลคะแนน Benchmark หรือประสิทธิภาพแบตเตอรี่ อ้างอิงจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการ การใช้งานจริงอาจแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการใช้งานของแต่ละคนครับ













