สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทุกคน! เชื่อว่าหลายคนเวลาเดินเข้าร้านมือถือ หรือไถหน้าจอช้อปปิ้งออนไลน์ คงเคยเจอปัญหาเดียวกันใช่ไหมครับ? ตัวเลขเยอะแยะไปหมด ไม่ว่าจะเป็น Hz, MP, mAh, nm หรือชื่อชิปเซ็ตยาวเหยียดที่อ่านแทบไม่ออก จะซื้อเครื่องใหม่ทั้งทีก็กลัวซื้อมาแล้วไม่คุ้ม กลัวเล่นเกมกระตุก หรือถ่ายรูปออกมาไม่สวยเหมือนที่คิดไว้ วันนี้ผมเลยจะมาแชร์ วิธีดูสเปกมือถือ แบบเจาะลึกแต่เข้าใจง่าย เหมือนเพื่อนมานั่งเล่าให้ฟังครับ รับรองว่าอ่านจบปุ๊บ เพื่อน ๆ จะเดินไปเลือก โทรศัพท์ รุ่นไหนดี ได้อย่างมั่นใจ กลายเป็นกูรูประจำกลุ่มได้เลย!
ในยุค 2026 นี้ เทคโนโลยีมือถือไปไวมากครับ การรู้วิธีดูสเปกมือถือจึงสำคัญสุด ๆ เพราะมันช่วยให้เราประหยัดเงินได้เยอะ ไม่ต้องจ่ายแพงเกินความจำเป็น และที่สำคัญคือได้ของที่ “ใช่” สำหรับไลฟ์สไตล์เราจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสายเกมเมอร์ สายคอนเทนต์ หรือสายใช้งานทั่วไป เดี๋ยวเรามาดูกันทีละส่วนเลยครับ
สารบัญ: เช็คลิสต์ก่อนควักกระเป๋า
- ⚡ 1. ชิปประมวลผล (CPU/SoC) – สมองของเครื่อง
- 💾 2. RAM และ ROM – พื้นที่แห่งความลื่นไหล
- 📱 3. หน้าจอแสดงผล – ประตูสู่โลกดิจิทัล
- 📸 4. กล้องถ่ายรูป – มากกว่าแค่พิกเซล
- 🔋 5. แบตเตอรี่และการชาร์จ – พลังงานที่ยั่งยืน
- 🌐 6. การเชื่อมต่อและระบบปฏิบัติการ
1. ชิปประมวลผล (CPU/SoC): หัวใจหลักของความแรง
ถ้าเปรียบมือถือเป็นคน ชิปประมวลผลก็คือ “สมอง” ครับ วิธีดูสเปกมือถือ ในส่วนนี้สำคัญที่สุด เพราะมันกำหนดเลยว่าเครื่องจะเร็ว จะช้า จะเล่นเกมลื่น หรือจะประหยัดแบตแค่ไหน ปัจจุบันในตลาดมีค่ายหลัก ๆ ที่เราควรรู้จักครับ
ค่ายมังกร (Snapdragon) vs ค่ายเรือใบ (Dimensity) vs ผลไม้ (Apple A-Series)
สำหรับฝั่ง Android การแข่งขันดุเดือดมากครับ ระหว่าง Snapdragon จาก Qualcomm และ Dimensity จาก MediaTek
- Snapdragon (Qualcomm): ยอดนิยมในหมู่เกมเมอร์ มักจะจัดการความร้อนและรองรับเกมได้เสถียรมาก โดยเฉพาะซีรีส์ 8 (เช่น Snapdragon 8 Gen 3 หรือ 4) ที่อยู่ใน มือถือ เรือธง รุ่นไหนดี ส่วนซีรีส์ 7 และ 6 จะอยู่ในรุ่นระดับกลางและประหยัดครับ
- Dimensity (MediaTek): เมื่อก่อนอาจจะเป็นรอง แต่ปี 2026 นี้บอกเลยว่าหายใจรดต้นคอ หรือเผลอ ๆ แซงในบางรุ่นครับ จุดเด่นคือความคุ้มค่าและจัดการพลังงานได้ดีเยี่ยม ถ้าใครมองหา โทรศัพท์ ชิป Dimensity รุ่นไหนดี เดี๋ยวนี้ไว้ใจได้หายห่วงครับ
- Apple A-Series: อันนี้เฉพาะของ iPhone เขาครับ แรงหายห่วง การจัดการดีเยี่ยม ใครเล็ง iPhone รุ่นไหนดี แทบไม่ต้องกังวลเรื่องความแรงเลย
Nanometer (nm) ยิ่งเล็ก ยิ่งดี?
เวลาอ่านสเปกจะเห็นเลขเช่น 4nm, 3nm เลขนี้คือขนาดของทรานซิสเตอร์ครับ จำง่าย ๆ ว่า “ยิ่งเลขน้อย ยิ่งดี” เพราะหมายความว่าอัดแน่นความแรงได้มากขึ้นในพื้นที่เท่าเดิม และที่สำคัญคือ “ประหยัดไฟขึ้น” และ “ร้อนน้อยลง” ครับ ถ้าจะซื้อปีนี้ แนะนำที่ 4nm ลงไปจะแจ่มมากครับ
2. RAM และ ROM: ยิ่งเยอะ ยิ่งเก็บได้เยอะ ลื่นไหลไม่สะดุด
อีกหนึ่งจุดที่คนมักสับสนใน วิธีดูสเปกมือถือ คือ RAM กับ ROM ครับ
RAM (Random Access Memory) = โต๊ะทำงาน
RAM คือพื้นที่ชั่วคราวสำหรับรันแอป ยิ่ง RAM เยอะ เราก็เปิดแอปค้างไว้ได้เยอะ สลับแอปไปมาเกมไม่หลุด
- ใช้งานทั่วไป: ดูหนัง ฟังเพลง เล่นโซเชียล โทรศัพท์ RAM 8GB รุ่นไหนดี ก็เพียงพอแล้วครับในปีนี้
- สายเกมเมอร์/ตัดต่อ: แนะนำขยับไปที่ 12GB หรือ 16GB ครับ เพื่อความลื่นไหลขั้นสุด ยิ่งถ้าเป็น โทรศัพท์ เล่นเกมกราฟิกหนัก รุ่นไหนดี แรมเยอะช่วยได้มากครับ
เกร็ดความรู้: ดูชนิดของ RAM ด้วยนะครับ LPDDR5X จะเร็วกว่า LPDDR4X มาก ส่งผลต่อการโหลดเกมชัดเจนครับ
ROM (Read-Only Memory) = ตู้เก็บของ
นี่คือพื้นที่เก็บรูป แอป วิดีโอของเราครับ สมัยนี้รูปถ่ายสวย ๆ ไฟล์ใหญ่มาก วิดีโอก็ 4K ดังนั้น 128GB อาจจะเริ่มอึดอัดแล้วครับ
- มาตรฐานปี 2026: เริ่มต้นที่ โทรศัพท์ ROM 256GB รุ่นไหนดี กำลังสวยครับ ใช้ได้ยาว ๆ
- สายถ่าย Content: ไป 512GB หรือ 1TB เลยครับ ปลอดภัยไว้ก่อน
- ชนิดหน่วยความจำ: มองหา UFS 3.1 หรือ UFS 4.0 นะครับ จะอ่านเขียนข้อมูลไวมาก เปิดแอปปุ๊บติดปั๊บ เทียบกับ UFS 2.2 ในรุ่นประหยัดจะเห็นผลต่างชัดเจนเวลาลงเกมใหญ่ ๆ
3. หน้าจอแสดงผล: หน้าต่างสู่โลกความเป็นจริง
เราจ้องหน้าจอกันวันละหลายชั่วโมง ดังนั้นเรื่องจอสำคัญมากครับ ใน วิธีดูสเปกมือถือ เรื่องจอมีศัพท์เทคนิค 2-3 คำที่ต้องรู้ครับ
ชนิดของจอ: IPS vs AMOLED
- IPS LCD: มักเจอใน โทรศัพท์ ราคาไม่เกิน 5000 รุ่นไหนดี ให้สีสันสมจริง ราคาประหยัด แต่อาจสู้แดดไม่ดีเท่าและสีดำไม่สนิทครับ
- AMOLED / OLED: นี่คือมาตรฐานของมือถือยุคนี้ครับ ให้สีสันสดใส สีดำดำสนิท ประหยัดแบตกว่า (เมื่อใช้ Dark Mode) ถ้ามีงบหน่อย แนะนำให้เลือก โทรศัพท์ จอ AMOLED รุ่นไหนดี ครับ ประสบการณ์ดูหนังฟินกว่าเยอะ
Refresh Rate (Hz): ความลื่นไหลของภาพ
เคยไถหน้าจอแล้วรู้สึกมันหน่วง ๆ หรือเป็นเงาตามนิ้วไหมครับ? นั่นคือผลของ Refresh Rate
- 60Hz: มาตรฐานเก่า เริ่มไม่ค่อยพอสำหรับคนชินกับจอไว ๆ
- 90Hz – 120Hz: มาตรฐานใหม่ที่ควรมีครับ! ช่วยให้การไถฟีด Facebook หรือเล่นเกมดูลื่นไหลเนียนตามาก ๆ ใครลอง โทรศัพท์ จอ 120Hz รุ่นไหนดี แล้วจะกลับไปใช้ 60Hz ยากเลยครับ
- LTPO: เทคโนโลยีในรุ่นเรือธง ที่ปรับ Hz ขึ้นลงอัตโนมัติ (1-120Hz) เพื่อประหยัดแบตครับ
4. กล้องถ่ายรูป: อย่าโดนตัวเลขหลอก!
มาถึงจุดที่หลายคนพลาดที่สุดใน วิธีดูสเปกมือถือ ครับ คือการดูแต่ “ตัวเลขพิกเซล” (Megapixels – MP) คิดว่า 200MP ต้องชัดกว่า 50MP เสมอ… บอกเลยว่าไม่จริงครับ!
ขนาดเซนเซอร์ (Sensor Size) สำคัญกว่าพิกเซล
เซนเซอร์รับภาพเปรียบเสมือน “ถังรองน้ำฝน” ครับ ยิ่งถังใหญ่ ยิ่งรองแสงได้เยอะ ภาพยิ่งสวย คมชัด และถ่ายที่มืดได้ดี โดยเฉพาะใน โทรศัพท์ ถ่ายกลางคืน รุ่นไหนดี เซนเซอร์มักจะมีขนาดใหญ่ (เช่น 1 นิ้ว) ครับ
รูรับแสง (Aperture – f/xx)
ค่า f ยิ่งเลขน้อย (เช่น f/1.8 กว้างกว่า f/2.2) ยิ่งรับแสงได้ดี ถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้เนียนโดยไม่ต้องใช้ซอฟต์แวร์ช่วยเยอะครับ
กันสั่น OIS (Optical Image Stabilization)
ถ้าคุณเป็นสายถ่าย Vlog หรือมือไม่นิ่ง ต้องมองหา OIS ครับ มันคือฮาร์ดแวร์ที่เลนส์ขยับได้จริงเพื่อแก้การสั่นไหว ต่างจาก EIS ที่ใช้โปรแกรมตัดขอบภาพ ถ้าจะหา วิธีถ่ายคลิปมือถือให้ไม่สั่น การเลือกเครื่องที่มี OIS คือคำตอบแรกครับ
เลนส์เสริม (Ultra-wide / Telephoto)
อย่าดูแค่จำนวนกล้องครับ ดูว่ามันทำอะไรได้บ้าง
– Ultra-wide: ถ่ายมุมกว้าง เก็บวิวครบ
– Telephoto: ซูมไกลโดยภาพไม่แตก ถ้าชอบถ่ายคนหรือถ่ายคอนเสิร์ต แนะนำให้ดู โทรศัพท์ กล้อง Tele รุ่นไหนดี ไว้เลยครับ ดีกว่าใช้ Digital Zoom เยอะ
5. แบตเตอรี่และการชาร์จ: ต้องอึด ต้องไว
สเปกเทพแค่ไหน ถ้าแบตหมดระหว่างวันก็จบกันครับ
- ความจุ (Capacity): หน่วยเป็น mAh (มิลลิแอมป์) มาตรฐานปีนี้ควรอยู่ที่ 5,000 mAh ขึ้นไปครับ จะใช้งานได้ครบวันสบาย ๆ แต่ถ้าเป็นรุ่นจอพับ หรือเครื่องบางมาก ๆ อาจจะลดลงมาหน่อย
- การชาร์จไว (Fast Charging): ดูที่หน่วย Watt (W) ครับ ยิ่งเยอะยิ่งเต็มไว เดี๋ยวนี้ โทรศัพท์ ชาร์จเร็ว รุ่นไหนดี ควรจะอยู่ที่ 33W ขึ้นไป (ชาร์จเต็มใน 1 ชั่วโมง) แต่ถ้าเป็นรุ่นท็อป ๆ อาจจะไปถึง 67W หรือ 120W (เต็มใน 15-20 นาที) ชีวิตเปลี่ยนเลยครับ
คำแนะนำเพิ่มเติม: อย่าลืมพก Powerbank รุ่นไหนดี สำรองไว้ด้วยนะครับ โดยเฉพาะเวลาไปเที่ยว
6. ฟีเจอร์อื่น ๆ ที่ห้ามมองข้าม
นอกจากสเปกหลัก ๆ แล้ว ยังมีจุดเล็ก ๆ ที่ช่วยตัดสินใจได้ครับ
- 5G: ปีนี้ต้อง 5G แล้วครับ เน็ตแรงกว่า ความหน่วงต่ำกว่า โทรศัพท์ 5G รุ่นไหนดี มีให้เลือกตั้งแต่ราคาไม่กี่พันบาทแล้ว
- WiFi: ควรเป็น WiFi 6 หรือ WiFi 6E ขึ้นไป เพื่อการเชื่อมต่อที่เสถียรเวลาอยู่คอนโดหรือที่คนเยอะ ๆ
- ลำโพง: ถ้าชอบดูหนังแบบไม่ใส่หูฟัง มองหา “ลำโพงคู่ (Dual Speakers)” ครับ เสียงมีมิติกว่าลำโพงเดี่ยวเยอะ หรือถ้าชอบโลกส่วนตัวก็หา หูฟังบลูทูธ ยี่ห้อไหนดี มาจับคู่ด้วยจะฟินมาก
- มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น (IP Rating): IP67 หรือ IP68 คือลงน้ำได้ (ชั่วคราว) ส่วน IP54 คือกันละอองน้ำฝนครับ เลือกให้เหมาะกับการใช้งานนะ
มุมมองจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญวงการไอที
“ในปี 2025 นี้ สเปกกระดาษไม่ใช่คำตอบสุดท้ายอีกต่อไป AI (ปัญญาประดิษฐ์) ในชิปเซ็ตมีบทบาทสำคัญมากในการประมวลผลภาพถ่ายและการจัดการแบตเตอรี่ การเลือกมือถือที่มี NPU (Neural Processing Unit) ที่ดี จะช่วยให้ใช้งานได้ยาวนานและฉลาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด”
– Tech Analysis Group
“อย่าดูแค่ความจุแบตเตอรี่ แต่ให้ดูประสิทธิภาพของชิปควบคู่กัน ชิปขนาด 3nm หรือ 4nm แม้แบตเท่าเดิมแต่ใช้งานได้นานกว่ารุ่นเก่าถึง 20-30% ผู้บริโภคควรมองหาเทคโนโลยี LTPO ในหน้าจอเพื่อการประหยัดพลังงานสูงสุด”
– Mobile Hardware Forum
บทวิเคราะห์จากทีมงาน ToplistPlus
“จากการทดสอบและรวบรวมข้อมูล ทีมงาน ToplistPlus เห็นตรงกันว่า วิธีดูสเปกมือถือ ที่ดีที่สุดในปีนี้คือ ‘ความสมดุล’ ครับ ไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงที่สุดเพื่อให้ได้ CPU แรงที่สุดถ้าเราแค่เล่นโซเชียล แต่ควรมองหาเครื่องที่ ‘Software’ เสถียร มีการอัปเดตยาวนาน (3-4 ปีขึ้นไป) และมีศูนย์บริการที่ไว้ใจได้ การลงทุนกับมือถือที่มีรอม (ROM) ความเร็วสูง (UFS) และแรม (RAM) ที่เพียงพอ สำคัญกว่าตัวเลข Megapixel ของกล้องที่เราอาจไม่ได้ใช้เต็มประสิทธิภาพครับ”
สรุปเช็คลิสต์: สเปกที่แนะนำตามงบประมาณ (ปี 2026)
เพื่อให้เพื่อน ๆ เห็นภาพชัดเจน ผมสรุปสเปกขั้นต่ำที่ “ควรมี” ในแต่ละช่วงราคามาให้ครับ จะได้นำไปเทียบเวลาซื้อได้เลย
| ช่วงราคา | หน้าจอ | CPU (แนะนำ) | RAM/ROM | กล้อง/แบต | ดูรุ่นแนะนำ |
|---|---|---|---|---|---|
| ไม่เกิน 5,000 บาท ใช้งานทั่วไป/เรียน/ผู้สูงอายุ |
IPS LCD 90Hz FHD+ |
Helio G99 / Snapdragon 680 |
6GB / 128GB | กล้องหลัก 50MP ชาร์จ 18-33W |
ดูรุ่นราคาประหยัด |
| 5,000 – 10,000 บาท คุ้มค่า/เล่นเกมได้/ถ่ายรูปสวย |
AMOLED 120Hz |
Dimensity 7xxx / Snapdragon 6 Gen 1 |
8GB / 256GB | มีเลนส์ Ultra-wide ชาร์จ 33-67W |
ดูรุ่นคุ้มค่า |
| 10,000 – 20,000 บาท เกมหนัก/Vlog/ครบเครื่อง |
AMOLED คุณภาพสูง HDR10+ |
Dimensity 8xxx / Snapdragon 7/8 Gen |
12GB / 256-512GB | กันสั่น OIS ชาร์จ 67W+ |
ดูรุ่นตัวแรง |
| 20,000 บาท ขึ้นไป เรือธง/ที่สุดของเทคโนโลยี |
LTPO AMOLED ความสว่างสูง |
Top Tier Chipset (Snap 8 / Dimensity 9xxx / Apple A) |
12-16GB / 512GB+ | Telephoto Zoom ชาร์จไว/ไร้สาย |
ดูรุ่นเรือธง |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ซื้อมือถือปี 2026 ยังจำเป็นต้องดูคะแนน Antutu ไหม?
A: Antutu คืออะไร มันคือคะแนนวัดความแรงรวม ๆ ครับ ดูไว้เป็นแนวทางได้ โดยเฉพาะสายเกม โทรศัพท์ คะแนน Antutu สูง รุ่นไหนดี มักจะเล่นเกมลื่น แต่ถ้าใช้งานทั่วไป ไม่ต้องซีเรียสมากครับ ให้ดูรีวิวการใช้งานจริงประกอบดีกว่า
Q: มือถือ 4G ยังน่าซื้ออยู่ไหม หรือต้อง 5G เท่านั้น?
A: ถ้ามีงบจำกัดจริง ๆ (ต่ำกว่า 3,000 บาท) 4G ยังใช้ได้ครับ แต่ถ้างบเกิน 4,000 บาท ผมเชียร์ให้ไป 5G เลยครับ เพราะแอปใหม่ ๆ เริ่มใช้ข้อมูลเยอะ และ 5G จะช่วยให้ใช้งานได้ยาวนานกว่า ไม่ตกรุ่นเร็วครับ
Q: ควรติดฟิล์มกันรอยแบบไหนดี?
A: ขึ้นอยู่กับการใช้งานครับ ถ้าชอบจอสวยใส แนะนำฟิล์มกระจกใส แต่ถ้าเล่นเกมบ่อย ฟิล์มด้านจะลื่นนิ้วกว่า ลองดูคู่มือการเลือก ฟิล์มกันรอย แบบไหนดี เพิ่มเติมได้ครับ
บทสรุป: รู้เขารู้เรา เลือกมือถือร้อยครั้ง คุ้มค่าร้อยครั้ง
เห็นไหมครับว่า วิธีดูสเปกมือถือ ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด แค่เราเข้าใจว่าตัวเลขแต่ละตัวหมายถึงอะไร และมันตอบโจทย์การใช้งานของเราไหม เราก็จะไม่ตกเป็นเหยื่อของการตลาดที่เน้นแต่ตัวเลขหวือหวาครับ
สรุปสั้น ๆ ก่อนจากกัน:
1. CPU ต้องแรงพอและประหยัดไฟ (ดู nm น้อย ๆ)
2. RAM/ROM ต้องเยอะพอ (8GB/256GB กำลังดี) และเป็นชนิดใหม่ (UFS)
3. จอ ต้องสวยสู้แดดและลื่นไหล (AMOLED 120Hz)
4. กล้อง ต้องมีกันสั่น (OIS) และเซนเซอร์ใหญ่
5. ชาร์จ ต้องไว (33W+) จะได้ไม่เสียเวลารอ
หวังว่าบทความนี้จะเป็นคู่มือสามัญประจำบ้านให้เพื่อน ๆ เวลาจะซื้อมือถือใหม่นะครับ ถ้าใครยังมีคำถาม หรืออยากให้แนะนำรุ่นไหนเป็นพิเศษ คอมเมนต์บอกกันได้เลย หรือถ้าอยากดูรุ่นที่คัดมาให้แล้วว่าเด็ดจริง ลองไปดู วิธีเลือกซื้อโทรศัพท์ให้คุ้มค่า เพิ่มเติมได้ครับ ขอให้ได้มือถือที่ถูกใจกันทุกคนครับ!
หมายเหตุจากผู้เขียน:
- รายละเอียดเรื่องสเปกเชิงลึก, เทคโนโลยีชิปเซ็ต, หรือการรับประกัน ควรตรวจสอบเพิ่มเติมจากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของแบรนด์มือถือแต่ละรุ่น เช่น Samsung, Apple, Xiaomi, OPPO, vivo ฯลฯ ด้วยนะครับ เพื่อข้อมูลที่อัปเดตที่สุด
- ToplistPlus เป็นเว็บไซต์รีวิวที่เน้นข้อมูลจริง เปรียบเทียบอย่างเป็นกลาง และช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผล
- บทความนี้เขียนขึ้นอย่างเป็นกลาง ไม่ได้รับการสนับสนุนหรือชี้นำครับจากแบรนด์ใด ๆ จุดประสงค์คือเพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากที่สุด หากกดลิงก์เพื่อตรวจสอบราคา เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นเพียงเล็กน้อยเพื่อสนับสนุนการทำงานและพัฒนาเว็บไซต์ของเรา แต่รับรองได้ว่าจะไม่กระทบต่อการจัดอันดับหรือคำแนะนำสินค้าแน่นอนครับ ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน นโยบายความเป็นส่วนตัว
- บทความนี้จัดทำโดยใช้ AI ช่วยในการรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลจากหลายแหล่งที่น่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม หากมีข้อคลาดเคลื่อน แนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมจากผู้ผลิตหรือร้านค้าโดยตรง ทั้งนี้ข้อมูลในบทความอ้างอิงจากสเปกและข่าวสารช่วงล่าสุด ซึ่งคุณสมบัติหรือราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต
- บางภาพในบทความนี้นำมาจากเว็บไซต์ทางการของแบรนด์ และเว็บไซต์ผู้จัดจำหน่าย เพื่อใช้ประกอบการรีวิวและช่วยให้ผู้อ่านเห็นภาพสินค้าชัดเจนยิ่งขึ้นเท่านั้น
- คะแนนและการจัดกลุ่มในตารางสรุป เป็นการประเมินโดยทีมงาน ToplistPlus อ้างอิงจากสเปกกลางในตลาดปี 2026 เพื่อเป็นแนวทางเบื้องต้นครับ



