ตารางเปรียบเทียบสรุป
สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหามือถือเครื่องใหม่และต้องการคำตอบแบบด่วนจี๋ว่า “โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี” ที่สเปกคุ้มค่า ลื่นไหลสบายตา ในงบประมาณที่จับต้องได้ ผมทำตารางสรุปเปรียบเทียบ 10 รุ่นเด็ดประจำปี 2026 มาให้ดูง่าย ๆ ตรงนี้เลยครับ แต่ถ้าใครอยากอ่านรีวิวเจาะลึกแบบละเอียด ยิบย่อยถึงพริกถึงขิง เลื่อนลงไปอ่านด้านล่างได้เลยครับ รับรองว่าข้อมูลแน่นปึ้ก!
บทนำ
สวัสดีครับเพื่อน ๆ ทุกคน! ยุคนี้ถ้าพูดถึงการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนสักเครื่อง นอกจากเรื่องกล้องสวย แบตอึดแล้ว สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ “หน้าจอ” ที่ต้องลื่นไหลสบายตาใช่ไหมล่ะครับ โดยเฉพาะใครที่เคยใช้จอ 60Hz แบบเดิม ๆ มาก่อน ถ้าได้ลองขยับมาใช้ โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี สักเครื่อง รับรองว่าโลกจะเปลี่ยนไปเลย! การปัดหน้าจอ เลื่อนฟีด Facebook หรือ TikTok มันจะดูเนียนตา สมูทขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แถมราคาเดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้แรงเหมือนเมื่อก่อนแล้วด้วย มีงบหลักพันก็หาซื้อมาใช้งานได้สบาย ๆ ครับ
วันนี้ผมเลยอาสาไปรวบรวมและคัดเน้น ๆ กับ 10 อันดับมือถือจอ 90Hz ที่น่าสนใจที่สุด อัปเดตล่าสุดปี 2026 มาฝากกัน ไม่ว่าจะเป็นสายเกมมิ่งงบประหยัด สายโซเชียล หรือคนที่กำลังมองหา โทรศัพท์ รุ่นไหนดี ที่คุ้มค่าที่สุดในตอนนี้ รับรองว่ามีตัวเลือกที่ถูกใจแน่นอน เราจะมาดูกันว่ารุ่นไหนสเปกแรง รุ่นไหนกล้องแจ่ม และรุ่นไหนที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเพื่อน ๆ มากที่สุด ไปลุยกันเลยครับ!
จัดอันดับ 10 อันดับ โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี อัปเดตล่าสุด 2026
หลังจากดูตารางสรุปกันไปแล้ว ถ้าใครยังตัดสินใจไม่ได้ หรืออยากรู้รายละเอียดลึก ๆ ของแต่ละรุ่นว่า โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี ที่เหมาะกับเราที่สุด ตามมาดูรีวิวจัดเต็มกันต่อด้านล่างนี้ได้เลยครับ ผมเจาะลึกมาให้ครบทุกมุมมองแน่นอน
1. Samsung Galaxy A16 5G ★★★★★
“ราชาแห่งความคุ้มค่า! จอใหญ่ 90Hz 5G แรงเร็ว อัปเดตยาวนาน มั่นใจได้”
สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
เปิดประเดิมอันดับ 1 กับคำถามที่ว่า โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี ที่ครบเครื่องที่สุดในชั่วโมงนี้ ผมขอยกให้ Samsung Galaxy A16 5G เลยครับ รุ่นนี้ถือเป็นตัวตายตัวแทนที่สานต่อความสำเร็จจากรุ่นพี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สิ่งที่ทำให้มันโดดเด่นไม่ใช่แค่สเปกกระดาษ แต่คือประสบการณ์ใช้งานจริงที่ลื่นไหลบนหน้าจอ 90Hz ผสานกับชิปเซ็ต Dimensity 6300 ที่รองรับ 5G ทำให้การใช้งานโซเชียล ดูหนัง หรือเล่นเกมทั่วไปทำได้เนียนตามาก ๆ แถมยังได้ความมั่นใจจากแบรนด์ Samsung ที่การันตีการอัปเดตซอฟต์แวร์ยาวนาน ใครที่มองหา มือถือ Samsung A รุ่นไหนดี ที่ใช้ยาว ๆ 3-4 ปี ตัวนี้คือคำตอบครับ
สเปกเด่น
- หน้าจอ: 6.7 นิ้ว PLS LCD, ความละเอียด HD+ (1600×720), รีเฟรชเรต 90Hz
- ชิปเซ็ต: MediaTek Dimensity 6300
- RAM / ROM: 4GB / 128GB (เพิ่ม MicroSD ได้)
- กล้องหลัง: 50MP (Wide) + เลนส์เสริม
- กล้องหน้า: 13MP
- แบตเตอรี่: 5,000 mAh รองรับชาร์จไว 25W
- ระบบปฏิบัติการ: Android 14 (One UI Core)
- การเชื่อมต่อ: 5G, Wi-Fi 5, Bluetooth 5.3, USB-C
รีวิวแบบเจาะลึก
สำหรับ Samsung Galaxy A16 5G นี้ ผมต้องบอกเลยว่าซัมซุงทำการบ้านมาดีมากในเรื่องของ “ความสมดุล” ครับ แม้หน้าจอจะเป็น PLS LCD ไม่ใช่ โทรศัพท์ จอ AMOLED รุ่นไหนดี แต่คุณภาพสีสันและความสว่างถือว่าทำได้ดีเยี่ยมสไตล์ซัมซุง การที่มี Refresh Rate 90Hz เข้ามาช่วย มันทำให้ความรู้สึกในการใช้งานจริงดู “พรีเมียม” ขึ้นทันตาเห็น ไม่ว่าจะเป็นตอนไถฟีด Facebook, Instagram หรืออ่านเว็บข่าว อาการกระตุกหรือหน่วง ๆ แบบจอ 60Hz หายไปเลยครับ ความละเอียด HD+ บนจอ 6.7 นิ้ว อาจจะไม่คมกริบที่สุด แต่ก็เพียงพอสำหรับการดู Netflix หรือ YouTube ได้เพลิน ๆ โดยไม่กินแบตเตอรี่มากเกินไป
ในด้านประสิทธิภาพ ชิป Dimensity 6300 ถือว่าสอบผ่านฉลุยสำหรับการใช้งานทั่วไปและเกมยอดฮิตอย่าง RoV หรือ Free Fire (ปรับกราฟิกกลาง ๆ) บวกกับแบตเตอรี่ 5,000 mAh ที่ซัมซุงจัดการพลังงานได้เก่ง ทำให้ลากยาวเช้าจรดเย็นได้สบาย เรื่องกล้อง 50MP ก็ถ่ายสวย คมชัด เก็บแสงได้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าพอสมควร แต่ทีเด็ดจริง ๆ ที่ทำให้ผมเชียร์รุ่นนี้ให้เป็นที่ 1 ของ โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี คือเรื่องซอฟต์แวร์ครับ One UI ของซัมซุงมันเสถียรมาก และเขาสัญญาว่าจะอัปเดต Android ให้หลายเวอร์ชัน ซึ่งหาได้ยากในมือถือเรทราคานี้ ใครที่กะซื้อทีเดียวใช้ยาว ๆ ไม่อยากเปลี่ยนบ่อย A16 5G คือตัวเลือกที่คุ้มค่าเงินทุกบาทครับ
คะแนนที่ได้
9.5/10
รีวิวสั้น ๆ – Samsung Galaxy A16 5G
“คุ้มมากครับ ได้ 5G แถมจอ 90Hz ลื่น ๆ ใช้เล่นเฟซ ดูยูทูบทั้งวันแบตยังเหลือ ซัมซุงทำรอมมาดีจริงครับ เครื่องไม่ร้อนด้วย” – บอย, อายุ 28, พนักงานบริษัท
“ซื้อให้คุณแม่ใช้ค่ะ ท่านชอบมาก จอใหญ่ตัวหนังสือชัด สไลด์หน้าจอลื่นนิ้วดี แกบอกว่าใช้ง่ายกว่าเครื่องเก่าเยอะเลย” – ตาล, อายุ 32, ธุรกิจส่วนตัว
2. Samsung Galaxy A06 ★★★★★
“น้องเล็กสเปกครบ! แบตอึด ดีไซน์สวย ในราคาสบายกระเป๋าที่สุด”
สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
มาต่อกันที่อันดับ 2 กับน้องเล็กอย่าง Samsung Galaxy A06 ครับ หลายคนอาจจะสงสัยว่า เอ๊ะ! รุ่นนี้สเปกเดิม ๆ มันจอ 60Hz ไม่ใช่เหรอ? ใช่ครับ! แต่ที่ผมหยิบยกมาไว้ในลิสต์ โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี นี้ด้วย เพราะเป็นคู่แข่งตัวฉกาจที่คนมักจะเอามาเปรียบเทียบกับรุ่นจอ 90Hz ในงบประหยัดเสมอ ด้วยความที่ราคาเป็นมิตรมาก ๆ และได้ความเป็น Samsung ที่ไว้ใจได้ สำหรับใครที่มีงบจำกัดจริง ๆ และอยากได้มือถือที่ใช้งานพื้นฐานได้ครบถ้วน แบตเตอรี่อึด ๆ รุ่นนี้ยังคงเป็นหนึ่งใน สมาร์ทโฟนราคาถูกและดี ที่น่าจับตามองที่สุดครับ
สเปกเด่น
- หน้าจอ: 6.7 นิ้ว PLS LCD, HD+ (1600×720), 60Hz
- ชิปเซ็ต: MediaTek Helio G85
- RAM / ROM: 4GB / 64GB (รองรับ MicroSD สูงสุด 1TB)
- กล้องหลัง: 50MP (Main) + 2MP (Depth)
- กล้องหน้า: 8MP
- แบตเตอรี่: 5,000 mAh ชาร์จไว 25W
- ระบบปฏิบัติการ: Android 14 (One UI Core)
- การเชื่อมต่อ: 4G LTE, Wi-Fi 5, Bluetooth 5.3, USB-C
รีวิวแบบเจาะลึก
แม้ว่า Samsung Galaxy A06 จะไม่ได้มาพร้อมจอ 90Hz เหมือนเพื่อน ๆ ในลิสต์ แต่ในแง่ของการใช้งานจริงสำหรับผู้เริ่มต้น หรือคนที่ต้องการเครื่องสำรอง มันทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมครับ ชิปเซ็ต Helio G85 ถือว่าเป็นชิปเกมมิ่งระดับเริ่มต้นที่ไว้ใจได้ เล่นเกมเบา ๆ หรือใช้งานแอปธนาคาร แอปโซเชียลได้ลื่นไหลพอสมควร จุดเด่นคือหน้าจอขนาดใหญ่ 6.7 นิ้ว ที่แม้จะรีเฟรชเรต 60Hz แต่คุณภาพการแสดงผลของ Samsung ก็ยังให้สีสันที่สวยงาม สว่างสู้แสงได้ดีในระดับหนึ่ง
สิ่งที่ทำให้ A06 น่าสนใจคือ “ความครบครันในราคาประหยัด” ครับ คุณได้กล้อง 50MP ที่ถ่ายภาพนิ่งได้สวยคมชัด ไว้ถ่ายงานส่งครูหรือถ่ายรูปลงโซเชียลได้ไม่อายใคร แบตเตอรี่ 5,000 mAh ที่จัดการพลังงานได้ดีมาก อยู่ข้ามวันได้สบาย ๆ แถมยังรองรับชาร์จไว 25W ซึ่งเร็วกว่าคู่แข่งหลายรุ่นในเรทราคาเดียวกันที่มักจะให้มาแค่ 10W หรือ 18W ใครที่กำลังลังเลว่า โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี แต่อยากเซฟงบลงมาอีกนิดเพื่อไปซื้อเคสหรือหูฟังเพิ่ม A06 เป็นตัวเลือกที่ “พอเพียงและเพียงพอ” ที่สุดครับ
คะแนนที่ได้
9.2/10
รีวิวสั้น ๆ – Samsung Galaxy A06
“ซื้อมาเป็นเครื่องสำรองไว้รับงานไรเดอร์ครับ แบตอึดดี จอใหญ่ดูแผนที่ชัด คุ้มราคาครับ” – หนึ่ง, อายุ 35, ไรเดอร์ส่งอาหาร
“หนูเอามาใช้เรียนออนไลน์กับเล่น TikTok ค่ะ กล้องชัดดีค่ะ ถ่ายรูปสวย ราคาไม่แพงด้วย” – มายด์, อายุ 18, นักเรียนมัธยม
3. Realme C67 ★★★★★
“แชมป์เปี้ยนกล้องสวย! 108MP ซูม 3 เท่าไม่แตก จอ 90Hz สู้แสงแดดได้สบาย”
สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
ขยับมาที่อันดับ 3 กับแบรนด์ที่วัยรุ่นชื่นชอบอย่าง Realme C67 ครับ ถ้าโจทย์ของคุณคือ โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี ที่ “ถ่ายรูปสวยที่สุด” ในงบนี้ ต้องชี้เป้าไปที่ตัวนี้เลย เพราะเขาอัดสเปกกล้องมาให้ถึง 108MP พร้อมฟีเจอร์ In-sensor Zoom 3X ที่หาตัวจับยากในเรทราคานี้ แถมหน้าจอยังเป็น 90Hz แบบ FHD+ ที่สว่างและคมชัดมาก ๆ ใครที่เป็นสายคอนเทนต์ สายถ่ายรูป หรือชอบดูหนังความละเอียดสูง มือถือ Realme รุ่นไหนดี ตัวนี้คือคำตอบที่ใช่เลยครับ
สเปกเด่น
- หน้าจอ: 6.72 นิ้ว IPS LCD, FHD+ (2400×1080), 90Hz, สว่างสูงสุด 950 nits
- ชิปเซ็ต: Snapdragon 685 (6nm)
- RAM / ROM: 8GB / 128GB (DRE เพิ่มแรมได้อีก)
- กล้องหลัง: 108MP (In-sensor Zoom 3X) + 2MP
- กล้องหน้า: 8MP
- แบตเตอรี่: 5,000 mAh ชาร์จไว 33W SUPERVOOC
- ระบบปฏิบัติการ: Android 14 (Realme UI)
- จุดเด่นพิเศษ: ลำโพงคู่ Stereo, กันน้ำกันฝุ่น IP54
รีวิวแบบเจาะลึก
Realme C67 จัดว่าเป็น “ของดี” ที่ซ่อนอยู่ในซีรีส์ C เลยครับ ปกติซีรีส์นี้จะเน้นราคาประหยัด แต่รุ่นนี้อัปเกรดขึ้นมาจนเกือบจะชนรุ่นกลางได้เลย หน้าจอ 90Hz ของรุ่นนี้ไม่ใช่แค่ลื่น แต่เป็นความละเอียด Full HD+ ซึ่งเหนือกว่าหลายรุ่นในระดับเดียวกันที่ยังเป็น HD+ อยู่ ทำให้เวลาดู Netflix หรือ YouTube ภาพจะคมกริบ รายละเอียดชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้นคือความสว่างหน้าจอที่ดันได้ถึง 950 nits ทำให้การหยิบมือถือมาดูแผนที่หรือถ่ายรูปกลางแดดจ้าไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป นี่คือจุดแข็งที่ โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี ควรจะมีครับ
ไฮไลท์เด็ดสุดคือก้องหลัง 108MP ที่ไม่ได้มีไว้แค่คุยตัวเลข แต่ใช้งานได้จริง! ฟีเจอร์ In-sensor Zoom 3X ช่วยให้เราซูมภาพได้คมชัดเหมือนมีเลนส์ Telephoto โดยที่รายละเอียดไม่แตกเบลอเหมือนการซูมดิจิทัลทั่วไป เหมาะมากสำหรับถ่าย Portrait หน้าชัดหลังละลาย หรือถ่ายสตรีทอาร์ตสวย ๆ ส่วนชิป Snapdragon 685 ก็ทำงานร่วมกับจอ 90Hz ได้อย่างลงตัว เล่นเกม RoV ปรับเฟรมเรตสูงได้นิ่ง ๆ แถมยังได้ลำโพงคู่มาเพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมและดูหนังอีก เรียกว่าครบเครื่องเรื่องบันเทิงในราคาที่คุ้มค่าสุด ๆ ครับ
คะแนนที่ได้
9.0/10
รีวิวสั้น ๆ – Realme C67
“กล้องสวยจริงสมคำร่ำลือครับ ถ่ายรูปตอนไปคาเฟ่เพื่อนทักว่าใช้กล้องโปรถ่ายเหรอ จอก็ชัดมาก ดูซีรีส์ฟินเลย” – อาร์ม, อายุ 24, ครีเอทีฟ
“ชอบดีไซน์ด้านหลังมากค่ะ สีเขียวสวยมาก เล่นเกมก็ลื่นไม่ค่อยร้อน แบตชาร์จไวดีด้วยค่ะ” – พลอย, อายุ 20, นักศึกษา
4. Oppo A60 ★★★★☆
“สายถึกทนต้องรุ่นนี้! จอสว่างสู้แสง ชาร์จไว 45W ดีไซน์บางเบาแต่แข็งแกร่ง”
สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
มาถึงอันดับ 4 กับแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามและเซลฟี่อย่าง OPPO แต่รอบนี้ Oppo A60 เขามาเหนือเมฆด้วยจุดขายเรื่อง “ความทนทาน” ครับ ใครที่กำลังหา โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี ที่ไม่ใช่แค่ลื่น แต่ต้องใช้งานได้แบบไม่ต้องทะนุถนอมมาก แถมยังได้หน้าจอที่สว่างสู้แสงแดดประเทศไทยได้ดีเยี่ยม ต้องลองดูรุ่นนี้เลย นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบชาร์จไว 45W SUPERVOOC ที่เร็วที่สุดในกลุ่มราคานี้อีกด้วย ใครเป็นแฟนคลับ โทรศัพท์ OPPO รุ่นไหนดี ห้ามพลาดครับ
สเปกเด่น
- หน้าจอ: 6.67 นิ้ว IPS LCD, HD+ (1604×720), 90Hz, สว่างสูงสุด 950 nits
- ชิปเซ็ต: Snapdragon 680
- RAM / ROM: 8GB / 128GB (เพิ่ม RAM Plus ได้)
- กล้องหลัง: 50MP + 2MP
- กล้องหน้า: 8MP
- แบตเตอรี่: 5,000 mAh ชาร์จไว 45W SUPERVOOC
- ระบบปฏิบัติการ: Android 14 (ColorOS)
- จุดเด่นพิเศษ: มาตรฐานความทนทาน Military Grade Shock Resistance, กันน้ำ IP54
รีวิวแบบเจาะลึก
Oppo A60 คือนิยามของคำว่า “ครบเครื่องเรื่องใช้งานจริง” ครับ จุดที่ผมประทับใจมากคือหน้าจอที่ถึงแม้จะเป็น HD+ แต่ความสว่าง 950 nits นี่คือพระเอกตัวจริง เวลาเราอยู่ข้างนอก แดดแรง ๆ จอ 90Hz ของรุ่นนี้ยังแสดงผลได้ชัดเจน ไม่มืดตึ๊บเหมือนรุ่นอื่น ๆ ทำให้การใช้งานจริงสะดวกมาก ยิ่งไปกว่านั้น ฟีเจอร์กันน้ำสาดได้ (Splash Touch) ทำให้เรายังทัชหน้าจอได้แม้จอมือเปียกหรือฝนตกปรอย ๆ เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเราสุด ๆ
อีกเรื่องที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือระบบชาร์จไว 45W ครับ ในงบประมาณนี้ส่วนใหญ่จะได้แค่ 18W หรือ 33W แต่ Oppo ให้มาถึง 45W ทำให้ชาร์จแบตเตอรี่เต็มเร็วมาก ไม่ต้องรอนาน เหมาะกับไลฟ์สไตล์เร่งรีบ และที่สำคัญคือความ “ถึก” ครับ ตัวเครื่องได้รับการรับรองมาตรฐาน Military Grade เรื่องการกันกระแทก ซึ่งหาได้ยากมากในมือถือแฟชั่นแบบนี้ ใครที่เป็นสายซุ่มซ่าม ชอบทำมือถือหล่น หรืออยากได้มือถือที่ทนทานใช้งานยาว ๆ Oppo A60 คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี ได้อย่างยอดเยี่ยมครับ
คะแนนที่ได้
8.8/10
รีวิวสั้น ๆ – Oppo A60
“ชาร์จแบตไวสะใจมากครับ แป๊บเดียวก็เต็มแล้ว จอสู้แดดดีมาก ใช้งานกลางแจ้งสบายเลยครับ” – เก่ง, อายุ 27, วิศวกรภาคสนาม
“ทำตกไปสองรอบแล้ว เครื่องยังปกติไม่มีรอยเลยค่ะ ทนจริงสมคำโฆษณา ดีไซน์ก็บางสวยดีค่ะ” – นุ่น, อายุ 25, พนักงานออฟฟิศ
5. Vivo Y18 ★★★★☆
“เล็กพริกขี้หนู! ดีไซน์หรู จอ 90Hz สว่างสดใส ถ่ายรูปสวยตามสไตล์ Vivo”
สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
ปิดท้ายช่วงครึ่งแรกด้วย Vivo Y18 อีกหนึ่งรุ่นยอดฮิตที่ติดอันดับ โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี มาอย่างต่อเนื่อง จุดเด่นของรุ่นนี้คือ “ความลงตัว” ครับ ทั้งขนาดตัวเครื่องที่จับถนัดมือ ดีไซน์ฝาหลังแบบลวดลายสวยงาม และหน้าจอ 90Hz ที่ให้ความสว่างสูงถึง 840 nits ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับมือถือรุ่นเริ่มต้น ใครที่มองหา โทรศัพท์ Vivo รุ่นไหนดี ที่ราคาเป็นมิตรแต่ยังได้ความรู้สึกพรีเมียม รุ่นนี้คือคำตอบครับ
สเปกเด่น
- หน้าจอ: 6.56 นิ้ว IPS LCD, HD+ (1612×720), 90Hz, สว่างสูงสุด 840 nits
- ชิปเซ็ต: MediaTek Helio G85
- RAM / ROM: 6GB / 128GB (Extended RAM ได้อีก)
- กล้องหลัง: 50MP + 0.08MP
- กล้องหน้า: 8MP
- แบตเตอรี่: 5,000 mAh ชาร์จ 15W
- ระบบปฏิบัติการ: Android 14 (Funtouch OS 14)
- จุดเด่นพิเศษ: กันน้ำกันฝุ่น IP54, ดีไซน์บางเบา
รีวิวแบบเจาะลึก
Vivo Y18 ทำออกมาได้ดีมากในเรื่องของการบริหารจัดการทรัพยากรครับ การให้ RAM มา 6GB ในขณะที่คู่แข่งหลายรายให้มาแค่ 4GB ทำให้การสลับแอปไปมาทำได้ลื่นไหลกว่าอย่างเห็นได้ชัด เมื่อบวกกับหน้าจอ 90Hz ที่มีความสว่างสูง ทำให้ประสบการณ์การใช้งานทั่วไปดูดีมาก ๆ ครับ หน้าจอมีความคมชัด สีสันสดใส และด้วยขนาด 6.56 นิ้ว ทำให้จับถือมือเดียวได้สะดวก เหมาะกับคนที่ไม่ชอบมือถือเครื่องใหญ่เทอะทะ
เรื่องกล้อง Vivo ไม่เคยทำให้ผิดหวังครับ แม้จะเป็นรุ่นเล็กแต่ซอฟต์แวร์การประมวลผลภาพ Portrait ทำออกมาได้เนียนตา ถ่ายคนแล้วผิวสวยดูดีโดยไม่ต้องแต่งเพิ่มมาก โหมดถ่ายภาพกลางคืนก็ทำได้น่าประทับใจสำหรับราคานี้ แม้ระบบชาร์จอาจจะไม่ไวเท่า Oppo A60 แต่ด้วยความที่แบตเตอรี่จัดการพลังงานได้ดี ทำให้ชาร์จครั้งเดียวก็อยู่ได้ทั้งวัน สรุปแล้ว Vivo Y18 เป็น โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี ที่เหมาะกับสายโซเชียล สายถ่ายรูปเล่น และคนที่ชอบมือถือเครื่องสวย ๆ ถือแล้วไม่อายใครครับ
คะแนนที่ได้
8.7/10
รีวิวสั้น ๆ – Vivo Y18
“เครื่องสวยมากค่ะ สีฟ้าวิบวับดี ถ่ายรูปสวยหน้าเนียนกริบเลย ชอบตรงที่เครื่องไม่ใหญ่เกินไป ถือถนัดมือ” – แพรว, อายุ 22, นักศึกษาจบใหม่
“ใช้งานลื่นดีครับ แรม 6GB เปิดหลายแอปไม่ค่อยค้าง จอก็สว่างดีเวลาออกไปข้างนอก” – ตั้ม, อายุ 29, พนักงานขาย
6. Honor X7b 5G ★★★★☆
“แบตอึดสะใจ 6000 mAh! จอใหญ่ ลำโพงคู่ดังกระหึ่ม สายบันเทิงต้องจัด”
สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
ครึ่งทางของการจัดอันดับ โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี เรามาเจอกับ “ปีศาจแบตเตอรี่” อย่าง Honor X7b 5G กันครับ ใครที่เป็นสายดูซีรีส์มาราธอน หรือเล่นเกมข้ามวันข้ามคืนโดยไม่อยากพก Power Bank ยี่ห้อไหนดี ให้หนักกระเป๋า รุ่นนี้คือคำตอบที่ใช่ที่สุด ด้วยแบตเตอรี่ขนาดยักษ์ 6,000 mAh ที่หาได้ยากในมือถือยุคนี้ แถมยังได้ลำโพงคู่สเตอริโอที่เสียงดังฟังชัด ทำให้การเสพสื่อบันเทิงบนหน้าจอ 90Hz ของรุ่นนี้เต็มอิ่มกว่าใครเพื่อนครับ
สเปกเด่น
- หน้าจอ: 6.8 นิ้ว TFT LCD, FHD+ (2412×1080), 90Hz
- ชิปเซ็ต: MediaTek Dimensity 6020 (5G)
- RAM / ROM: 8GB / 256GB
- กล้องหลัง: 108MP (Main) + 2MP (Macro) + 2MP (Depth)
- กล้องหน้า: 8MP
- แบตเตอรี่: 6,000 mAh ชาร์จไว 35W
- ระบบปฏิบัติการ: Android 13 (MagicOS 7.2)
- จุดเด่นพิเศษ: ลำโพงคู่ Stereo (เสียงดัง 200%), ได้พื้นที่เก็บข้อมูลเยอะ 256GB
รีวิวแบบเจาะลึก
Honor X7b 5G เป็นมือถือที่มีจุดขายชัดเจนมาก ๆ ครับ คือ “เน้นความบันเทิงและการใช้งานที่ยาวนาน” หน้าจอขนาดมหึมา 6.8 นิ้ว FHD+ พร้อมรีเฟรชเรต 90Hz ทำให้การดูหนังหรือเล่นเกมได้อรรถรสเต็มตา แม้ชนิดจอจะเป็น TFT LCD ที่สีอาจจะไม่สดเด้งเท่า AMOLED แต่ความคมชัดถือว่าสอบผ่านสบาย ๆ จุดที่ต้องชมเชยคือลำโพงคู่ที่ Honor จูนมาให้เสียงดังสะใจมาก ๆ เปิดโหมด Extra Volume เสียงดังทะลุ 200% เอาไปเปิดฟังเพลงตอนล้างจานหรือทำความสะอาดห้องได้โดยไม่ต้องต่อลำโพงแยกเลยครับ
ในเรื่องประสิทธิภาพ ชิป Dimensity 6020 รองรับ 5G ทำงานร่วมกับ RAM 8GB ได้ลื่นไหลพอตัว เล่นเกมทั่วไปได้ดี แต่ทีเด็ดจริง ๆ คือแบตเตอรี่ 6,000 mAh ครับ จากการทดสอบใช้งานจริง มันอึดแบบเหลือเชื่อ ดูหนังจบไปหลายเรื่องแบตยังเหลือเฟือ ใครที่ขี้เกียจชาร์จมือถือบ่อย ๆ หรือต้องออกนอกบ้านทั้งวันโดยไม่มีที่ชาร์จ โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี ตัวนี้คือฮีโร่ที่จะช่วยชีวิตคุณได้แน่นอน แถมยังให้ความจุมาถึง 256GB เก็บไฟล์ได้จุใจไม่ต้องลบรูปบ่อย ๆ ครับ
คะแนนที่ได้
8.6/10
รีวิวสั้น ๆ – Honor X7b 5G
“แบตอึดจริงครับ ยอมรับเลย ผมขับรถส่งของเปิด GPS ทั้งวัน กลับบ้านแบตยังเหลือ ไม่ต้องพกพาวเวอร์แบงค์แล้ว” – พี่ศักดิ์, อายุ 40, พนักงานส่งพัสดุ
“ชอบที่เมมเยอะค่ะ 256GB ถ่ายรูปลูก เก็บวิดีโอได้เพียบ จอก็ใหญ่ดีดูซีรีส์เกาหลีฟินมาก” – แม่โบว์, อายุ 34, แม่บ้าน
7. Xiaomi Redmi 13 ★★★★☆
“งานดีไซน์พรีเมียม! ฝาหลังกระจกหรูหรา กล้อง 108MP ในราคาที่ใครก็เอื้อมถึง”
สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
มาถึงคิวของแบรนด์ขวัญใจมหาชนอย่าง Xiaomi กันบ้างครับ กับ Redmi 13 ที่รอบนี้มาแปลก เพราะเขาเน้นดีไซน์ที่ดูแพงเกินราคาไปมาก ด้วยฝาหลังวัสดุกระจกที่ให้สัมผัสพรีเมียมเหมือนรุ่นเรือธง ถ้าคุณกำลังมองหา โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี ที่ถือแล้วดูหล่อ ดูสวย เหมือนเครื่องละหมื่น แต่จ่ายจริงแค่ครึ่งเดียว ต้องรุ่นนี้เลยครับ แถมสเปกภายในก็ไม่ธรรมดา ด้วยกล้อง 108MP และชิป Helio G91 Ultra ตัวใหม่
สเปกเด่น
- หน้าจอ: 6.79 นิ้ว IPS LCD, FHD+ (2460×1080), 90Hz (AdaptiveSync)
- ชิปเซ็ต: MediaTek Helio G91 Ultra
- RAM / ROM: 8GB / 128GB (รุ่นเริ่มต้น)
- กล้องหลัง: 108MP (Samsung ISOCELL HM6) + 2MP (Macro)
- กล้องหน้า: 13MP พร้อม Soft-light Ring
- แบตเตอรี่: 5,030 mAh ชาร์จไว 33W
- ระบบปฏิบัติการ: Android 14 (Xiaomi HyperOS)
- จุดเด่นพิเศษ: ฝาหลังกระจก, กันน้ำ IP53, จอใหญ่เกือบ 6.8 นิ้ว
รีวิวแบบเจาะลึก
Redmi 13 เป็นการยกระดับมาตรฐานมือถือรุ่นประหยัดให้สูงขึ้นไปอีกขั้นครับ สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือ “ความหรูหรา” ฝาหลังกระจกมันให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากพลาสติกทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เย็นมือ หนักแน่น และสะท้อนแสงสวยงาม หน้าจอขนาดใหญ่ 6.79 นิ้ว พร้อมรีเฟรชเรต 90Hz แบบ AdaptiveSync ที่ปรับความลื่นไหลตามการใช้งานอัตโนมัติ ช่วยให้ประหยัดแบตเตอรี่ได้ดีขึ้น การใช้งานทั่วไปบน HyperOS ใหม่ รู้สึกได้ถึงความคล่องตัว อนิเมชันต่าง ๆ ดูสมูทและทันสมัย
เรื่องกล้อง 108MP เซนเซอร์ Samsung HM6 ทำผลงานได้น่าประทับใจครับ โดยเฉพาะการซูม 3 เท่าแบบ In-sensor zoom ที่ยังคงรายละเอียดได้ดี หรือการถ่ายภาพในที่แสงน้อยที่มี Noise ลดลง ส่วนใครที่เป็นสายเซลฟี่ รุ่นนี้มีลูกเล่นไฟวงแหวน (Soft-light Ring) ที่หน้าจอ ช่วยเติมแสงตอนเซลฟี่ในผับหรือร้านอาหารมืด ๆ ให้หน้าสว่างนวลขึ้นได้จริง แม้ว่าชิปเซ็ตอาจจะไม่ได้แรงหวือหวาสำหรับการเล่นเกมหนัก ๆ แต่ถ้าใช้งานทั่วไป เล่นโซเชียล ถ่ายรูป Redmi 13 เป็น โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี ที่ให้ความรู้สึก “หล่อ เท่ คุ้ม” เกินราคาค่าตัวไปไกลเลยครับ
คะแนนที่ได้
8.5/10
รีวิวสั้น ๆ – Xiaomi Redmi 13
“สวยมากครับ ฝาหลังกระจกนี่กินขาดเลย ถือแล้วดูเหมือนเครื่องแพง ๆ จอก็ชัดดีครับ คุ้มราคา” – เต้, อายุ 23, นักดนตรี
“HyperOS ลื่นดีค่ะ เมนูสวย ใช้งานง่าย กล้องชัดดีชอบโหมดถ่ายคน ถ่ายออกมาดูดีเลยค่ะ” – แจน, อายุ 26, พนักงานต้อนรับ
8. Moto G24 Power ★★★★☆
“สายเพียวต้องรัก! Android ลื่น ๆ ไม่มีโฆษณากวนใจ พร้อมแบตอึด 6000 mAh”
สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
ถ้าคุณเบื่อกับมือถือที่แอปขยะเยอะ โฆษณาเด้งกวนใจ และกำลังมองหา โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี ที่เน้นความ “คลีน” และ “เสถียร” ที่สุด ผมขอแนะนำ Moto G24 Power ครับ รุ่นนี้มาพร้อมกับ Pure Android ที่แทบไม่ได้ปรับแต่งอะไรเลย ทำให้ระบบทำงานเบาและลื่นไหลมาก ๆ เมื่อบวกกับหน้าจอ 90Hz และแบตเตอรี่ความจุสะใจ 6,000 mAh มันคือมือถือคู่ใจของคนที่เน้นใช้งานจริงจัง ไม่เน้นลูกเล่นแพรวพราวแต่เน้นประสิทธิภาพที่วางใจได้ครับ
สเปกเด่น
- หน้าจอ: 6.56 นิ้ว IPS LCD, HD+ (1612×720), 90Hz
- ชิปเซ็ต: MediaTek Helio G85
- RAM / ROM: 8GB / 256GB (RAM Boost ได้)
- กล้องหลัง: 50MP + 2MP (Macro)
- กล้องหน้า: 8MP
- แบตเตอรี่: 6,000 mAh ชาร์จไว 30W TurboPower
- ระบบปฏิบัติการ: Android 14 (My UX – ใกล้เคียง Stock Android)
- จุดเด่นพิเศษ: ลำโพงคู่ Stereo Dolby Atmos, กันละอองน้ำ
รีวิวแบบเจาะลึก
Moto G24 Power คือฮีโร่เงียบที่หลายคนอาจมองข้าม แต่ถ้าได้ลองสัมผัสจะหลงรักครับ ความลื่นไหลของหน้าจอ 90Hz บนระบบ Android ที่คลีน ๆ มันให้ความรู้สึกที่ “ติดนิ้ว” มากกว่ามือถือสเปกเดียวกันที่ครอบทับด้วย UI หนา ๆ ใครที่ชอบความเร็ว ความเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน รุ่นนี้ตอบโจทย์สุด ๆ ครับ และที่เซอร์ไพรส์คือลำโพงคู่ Dolby Atmos ที่ให้มิติเสียงดีมาก แยกซ้ายขวาชัดเจน เอามาดูหนังหรือฟังเพลงได้อรรถรสดีเยี่ยม
เรื่องแบตเตอรี่ 6,000 mAh คือจุดแข็งที่แท้จริง เหมาะมากสำหรับไรเดอร์, คนขับรถ, หรือคนที่ต้องทำงานนอกสถานที่ทั้งวันโดยไม่มีเวลาเสียบชาร์จ ระบบชาร์จ 30W ก็ถือว่าเร็วพอสมควรสำหรับแบตก้อนใหญ่ขนาดนี้ นอกจากนี้ Moto ยังใส่ฟีเจอร์เจ๋ง ๆ อย่าง Moto Gestures มาให้ เช่น เขย่าเครื่องเพื่อเปิดไฟฉาย หรือบิดข้อมือเพื่อเปิดกล้อง ซึ่งใช้งานได้จริงและสะดวกมาก ๆ สรุปแล้ว ถ้าคุณถามว่า โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี ที่เสถียร ทนทาน และแบตอึดไว้ใจได้ Moto G24 Power คือตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามครับ
คะแนนที่ได้
8.4/10
รีวิวสั้น ๆ – Moto G24 Power
“ระบบลื่นมากครับ ไม่มีโฆษณาเด้งให้รำคาญ แบตนี่อึดจริงจัง ชาร์จวันเว้นวันยังได้เลยครับ” – เอก, อายุ 30, โปรแกรมเมอร์
“ชอบฟังก์ชันเขย่าเปิดไฟฉายมาก ใช้บ่อยสุด ๆ เครื่องเร็วดีค่ะ ลำโพงดังเสียงเพราะด้วย” – นิ่ม, อายุ 28, พยาบาล
9. Infinix Smart 8 Pro ★★★★☆
“คุ้มค่าจนต้องร้องว้าว! ราคาประหยัดแต่ได้จอ 90Hz พร้อมลูกเล่น Magic Ring”
สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
สำหรับคนที่มีงบประมาณจำกัดจริง ๆ แต่อยากสัมผัสความลื่นไหลของหน้าจอ 90Hz Infinix Smart 8 Pro คือผู้ท้าชิงที่น่ากลัวที่สุดในย่านราคานี้ครับ ด้วยค่าตัวที่ไม่ถึง 3,000 บาท (ในช่วงโปรโมชัน) แต่ได้สเปกที่ครบครัน ทั้งจอ 90Hz, กล้อง 50MP และฟีเจอร์เก๋ ๆ อย่าง Magic Ring ที่คล้ายกับ Dynamic Island ของฝั่งผลไม้ ทำให้มันเป็น โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี ที่คุ้มค่าเงินทุกบาททุกสตางค์อย่างแท้จริงครับ
สเปกเด่น
- หน้าจอ: 6.6 นิ้ว IPS LCD, HD+ (1612×720), 90Hz
- ชิปเซ็ต: MediaTek Helio G36
- RAM / ROM: 8GB / 128GB (Extended RAM ได้)
- กล้องหลัง: 50MP + AI Lens พร้อมไฟแฟลช Ring Light
- กล้องหน้า: 8MP
- แบตเตอรี่: 5,000 mAh ชาร์จ 10W
- ระบบปฏิบัติการ: Android 13 Go Edition (XOS 13)
- จุดเด่นพิเศษ: ฟีเจอร์ Magic Ring แสดงสถานะ, เสียงดัง DTS Processing
รีวิวแบบเจาะลึก
Infinix Smart 8 Pro พิสูจน์ให้เห็นว่าของถูกและดีมีอยู่จริงครับ หน้าจอ 90Hz ของรุ่นนี้ทำงานได้ดีเกินคาดเมื่อเทียบกับราคา ช่วยให้การไถฟีด TikTok หรือ Facebook ดูสมูทขึ้นมากเมื่อเทียบกับจอรุ่นประหยัดทั่วไป ฟีเจอร์ Magic Ring ที่ขยายแถบดำบริเวณกล้องหน้าเพื่อแสดงสถานะการชาร์จหรือปลดล็อกใบหน้า ก็เป็นลูกเล่นที่ทำให้มือถือดูทันสมัยและน่าใช้งานขึ้นเยอะครับ
ถึงแม้ชิปเซ็ต Helio G36 จะไม่ได้แรงมาก แต่ Infinix ก็ฉลาดที่เลือกใช้ Android Go Edition ที่กินทรัพยากรน้อย ทำให้การใช้งานทั่วไปลื่นไหลดี ไม่ค่อยมีอาการหน่วง กล้องหลัง 50MP ถ่ายภาพในที่แสงดี ๆ ได้คมชัด สีสันสดใส เอาไปโพสต์ลงโซเชียลได้ไม่อายใคร และที่น่าชื่นชมคือดีไซน์ฝาหลังที่มี Texture สวยงาม จับแล้วไม่เป็นรอยนิ้วมือง่าย ถ้าคุณกำลังมองหา โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี ให้ลูกหลานใช้ หรือซื้อให้ผู้ใหญ่ที่บ้าน รุ่นนี้ประหยัดงบและตอบโจทย์การใช้งานพื้นฐานได้ครบถ้วนที่สุดครับ
คะแนนที่ได้
8.2/10
รีวิวสั้น ๆ – Infinix Smart 8 Pro
“ซื้อให้ลูกใช้เรียนออนไลน์ครับ คุ้มมาก ราคาแค่นี้ได้จอ 90Hz ลูกบอกเล่นเกมลื่นกว่าเครื่องเก่าเยอะ” – พ่อสมชาย, อายุ 45, ค้าขาย
“ชอบดีไซน์ค่ะ สีทองสวยหรูมาก กล้องก็ชัดใช้ได้เลย เอาไว้ดูยูทูบเสียงดังดีค่ะ” – ก้อย, อายุ 21, นักศึกษา
10. Redmi A3x ★★★☆☆
“น้องเล็กดีไซน์เรือธง! ฝาหลังกระจก จอใหญ่ 90Hz ในราคาสบายกระเป๋าสุด ๆ”
สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️
ปิดท้ายกันด้วยรุ่นน้องเล็กสุดจากค่าย Xiaomi อย่าง Redmi A3x ที่มาพร้อมคอนเซปต์ “Premium Budget” ครับ คือเน้นทำราคาให้ถูกที่สุด แต่ดีไซน์ต้องดูแพงไว้ก่อน รุ่นนี้ได้ฝาหลังกระจกเงางาม (หรือหนังเทียมในบางสี) พร้อมโมดูลกล้องวงกลมขนาดใหญ่ที่ดูคล้ายรุ่นเรือธงราคาแพง เป็นตัวเลือกสุดท้ายสำหรับคำถาม โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี ในงบประมาณจำกัดที่เน้นความสวยงามเป็นหลักครับ
สเปกเด่น
- หน้าจอ: 6.71 นิ้ว IPS LCD, HD+ (1650×720), 90Hz (DC Dimming)
- ชิปเซ็ต: Unisoc T603
- RAM / ROM: 3GB/4GB / 64GB/128GB (เพิ่ม MicroSD ได้)
- กล้องหลัง: 8MP (AI Dual Camera)
- กล้องหน้า: 5MP
- แบตเตอรี่: 5,000 mAh ชาร์จ 10W
- ระบบปฏิบัติการ: Android 14 (Go Edition)
- จุดเด่นพิเศษ: ดีไซน์ฝาหลังกระจก, สแกนนิ้วด้านข้าง, ช่องหูฟัง 3.5 มม.
รีวิวแบบเจาะลึก
Redmi A3x ถูกออกแบบมาเพื่อคนที่ใช้งานพื้นฐานจริง ๆ เช่น โทรเข้า-ออก, เล่น LINE, ดู YouTube และต้องการมือถือที่ “ถือแล้วดูดี” ครับ หน้าจอ 90Hz ของรุ่นนี้ช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานรุ่นประหยัดให้ดูดีขึ้นมาก การเลื่อนเมนูต่าง ๆ ดูสมูทกว่าจอมือถือปุ่มกดหรือสมาร์ทโฟนรุ่นเก่า ๆ เยอะครับ แถมยังมี DC Dimming ช่วยลดการกะพริบของหน้าจอ ทำให้ถนอมสายตาเวลาใช้งานในที่มืดได้ดีขึ้น
ถึงแม้กล้องจะมีความละเอียดแค่ 8MP แต่ AI ของ Xiaomi ก็ช่วยปรับปรุงภาพให้ดูดีขึ้นได้ในสภาพแสงปกติ เพียงพอสำหรับการถ่ายรูปส่งงานหรือถ่ายป้ายประกาศต่าง ๆ จุดที่ต้องพิจารณาคือชิปเซ็ต Unisoc T603 อาจจะไม่เหมาะกับการเล่นเกมกราฟิกหนัก ๆ แต่ถ้าเป็นเกมแนว Puzzle หรือเกมไพ่ทั่วไปก็เล่นได้สบายครับ สรุปคือ ถ้าคุณมีงบน้อยจริง ๆ และอยากได้มือถือที่หน้าตาสวย จอลื่น Redmi A3x คือทางเลือกที่ประหยัดที่สุดในลิสต์ โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี นี้ครับ
คะแนนที่ได้
8.0/10
รีวิวสั้น ๆ – Redmi A3x
“ซื้อให้คุณยายใช้ครับ แกบอกจอใหญ่ดี เครื่องสวยเหมือนเครื่องแพง ๆ เลย คุ้มครับราคานี้” – ท็อป, อายุ 28, พนักงานบริษัท
“เอามาเป็นเครื่องสำรองใส่ซิมทำงานค่ะ เครื่องสวยดี แบตอึด ใช้รับสายโทรไลน์ได้ปกติไม่มีปัญหา” – มด, อายุ 30, เลขานุการ
มุมมองจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญวงการไอที
เพื่อให้เพื่อน ๆ มั่นใจในการเลือกซื้อ โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี มากขึ้น เราได้รวบรวมความเห็นและบทวิเคราะห์จากสื่อเทคโนโลยีชั้นนำทั้งในไทยและต่างประเทศอย่าง GSMArena และ DroidSans ที่มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า “มาตรฐานใหม่ของสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นถึงระดับกลางในปี 2026 คือหน้าจอ Refresh Rate ขั้นต่ำ 90Hz”
“ยุคของหน้าจอ 60Hz กำลังจะหมดไป… การลงทุนกับมือถือจอ 90Hz ในวันนี้ คือการซื้อประสบการณ์ใช้งานที่ลื่นไหลและความสบายตา ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานสมควรได้รับ แม้ในงบประมาณที่จำกัด”
เทรนด์เทคโนโลยีหน้าจอปี 2026
- Adaptive Sync คือสิ่งจำเป็น: ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากเป็นไปได้ควรเลือกรุ่นที่มีฟีเจอร์ Adaptive Sync (ปรับรีเฟรชเรตอัตโนมัติ) เพราะจะช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้มากเมื่อเทียบกับรุ่นที่ล็อก 90Hz ตลอดเวลา
- IPS vs AMOLED: แม้จอ AMOLED จะให้สีดำสนิทและสีสันสดใสกว่า แต่ในงบประหยัด จอ IPS LCD คุณภาพสูง (เช่นใน OPPO A60 หรือ Realme C67) ก็ให้ความสว่างและความแม่นยำของสีที่ดีเยี่ยมไม่แพ้กัน แถมยังไม่มีปัญหาจอเบิร์นในระยะยาวอีกด้วย
- ความสว่าง (Nits) สำคัญไฉน: ปีนี้ผู้เชี่ยวชาญให้ความสำคัญกับ “ค่าความสว่างสูงสุด” มากขึ้น เพราะต่อให้จอลื่นแค่ไหน ถ้ามองไม่เห็นกลางแดดก็ไร้ประโยชน์ ดังนั้นรุ่นที่ทำความว่างได้ 800-900 nits ขึ้นไป จึงได้รับคะแนนรีวิวที่ดีกว่า
บทวิเคราะห์จากทีมงาน ToplistPlus
“ทีมงานมองว่าการแข่งขันในตลาดมือถือจอ 90Hz ปีนี้ดุเดือดมาก ผู้ชนะไม่ใช่แค่คนที่ทำราคาถูกที่สุด แต่คือคนที่ให้ ‘สมดุล’ ที่ดีที่สุด อย่าง Samsung A16 5G ที่ได้ทั้งจอดี ชิป 5G และการอัปเดตยาวนาน ถือเป็น Benchmark ใหม่ของตลาด ส่วน Realme และ Xiaomi ก็สู้ด้วยสเปกกล้องและดีไซน์ที่พรีเมียมเกินราคา ทำให้ผู้บริโภคอย่างเรามีตัวเลือกที่คุ้มค่ามากมาย การเลือกซื้อจึงอยู่ที่ไลฟ์สไตล์ของคุณว่าเน้น ‘ความชัวร์’ หรือ ‘ความคุ้ม’ มากกว่ากัน”
เคล็ดลับการเลือกซื้อ โทรศัพท์ จอ 90Hz ให้โดนใจ ไม่ผิดหวัง
การจะจิ้มเลือก โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี สักเครื่อง ไม่ใช่แค่ดูว่าจอลื่นแล้วจบนะครับ ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ต้องพิจารณาเพื่อให้ได้เครื่องที่เหมาะกับเราจริง ๆ ลองเช็กตามลิสต์นี้ได้เลยครับ
- เช็กชิปเซ็ตให้แมตช์กับจอ: จอ 90Hz จะทำงานได้ลื่นจริง ตัวชิปเซ็ต (CPU/GPU) ต้องแรงพอที่จะปั่นเฟรมเรตไหวด้วยครับ แนะนำให้มองหารุ่นที่ใช้ชิปอย่าง Helio G85/G88/G99 หรือ Snapdragon 680/685 ขึ้นไป จะรับประกันความสมูทได้ดีกว่าชิปรุ่นล่าง ๆ มาก
- ความละเอียดหน้าจอ HD+ หรือ FHD+: ถ้าคุณชอบดู YouTube, Netflix หรืออ่าน E-book บ่อย ๆ แนะนำให้กัดฟันเลือกรุ่นที่เป็นหน้าจอ FHD+ (เช่น Realme C67, Redmi 13) ภาพจะคมกริบอ่านสบายตากว่ามาก แต่ถ้าเน้นประหยัดแบตและงบจำกัด จอ HD+ ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปครับ
- แบตเตอรี่และระบบชาร์จ: จอรีเฟรชเรตสูงย่อมกินไฟมากกว่าจอปกติ ดังนั้นควรเลือกรุ่นที่มีแบตเตอรี่ 5,000 mAh ขึ้นไป และถ้ามีระบบชาร์จไว 33W ขึ้นไปจะดีมาก เพราะช่วยลดเวลารอชาร์จได้เยอะ (ลองดู Power Bank Fast Charge ติดไว้สักอันก็อุ่นใจครับ)
- หน่วยความจำ (RAM/ROM): เพื่อให้การสลับแอปบนจอ 90Hz ไม่สะดุด ควรเลือก RAM อย่างน้อย 6GB หรือ 8GB ครับ ส่วน ROM ควรเริ่มต้นที่ 128GB จะได้ไม่ต้องมานั่งลบรูปบ่อย ๆ
- ทดลองจับเครื่องจริง: ความสว่างหน้าจอและสัมผัสการทัชเป็นเรื่องของความรู้สึกส่วนบุคคล ถ้ามีโอกาส แนะนำให้ไปลองเล่นเครื่องจริงที่หน้าร้าน ลองไถฟีดเร็ว ๆ ดูว่ามันติดนิ้วไหม สบายตาหรือเปล่า ก่อนตัดสินใจซื้อครับ
90Hz vs 60Hz vs 120Hz ต่างกันแค่ไหน? จำเป็นต้องอัปเกรดไหม?
หลายคนอาจสงสัยว่าตัวเลข Hz (Hertz) พวกนี้มันต่างกันขนาดนั้นเลยเหรอ? ผมสรุปให้เห็นภาพง่าย ๆ แบบนี้ครับ
- 60Hz (มาตรฐานเดิม): หน้าจอกะพริบเปลี่ยนภาพ 60 ครั้งต่อวินาที เป็นมาตรฐานที่เราใช้กันมาเป็นสิบปี ถือว่า “พอใช้” แต่ถ้ากลับมาใช้หลังจากเคยลอง 90Hz แล้ว จะรู้สึกว่ามันหน่วง ๆ หรือกระตุกเล็กน้อยเวลาเลื่อนหน้าจอเร็ว ๆ
- 90Hz (จุดสมดุล): เปลี่ยนภาพ 90 ครั้งต่อวินาที ความลื่นไหลเพิ่มขึ้น 50% จาก 60Hz! นี่คือจุดที่ “คุ้มค่าที่สุด” ครับ เพราะตาเปล่าเราแยกความลื่นไหลจาก 60Hz มา 90Hz ได้ชัดเจนมาก แต่กินแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นไม่เยอะเท่า 120Hz เหมาะกับมือถือระดับกลางและประหยัดที่สุด
- 120Hz (ลื่นหัวแตก): พบในมือถือรุ่นท็อป ๆ หรือเกมมิ่งโฟน ลื่นมากจนภาพเนียนกริบ แต่ก็แลกมาด้วยการกินพลังงานที่สูงขึ้น และสำหรับสายตาบางคน อาจจะแยกความต่างระหว่าง 90Hz กับ 120Hz ได้ยากกว่าตอนแยก 60Hz กับ 90Hz ครับ
สรุป: ถ้าคุณยังใช้จอ 60Hz อยู่ การขยับมา 90Hz คือการอัปเกรดที่เห็นผลชัดเจนที่สุดและคุ้มค่าเงินที่สุดในปี 2026 ครับ
วิธีตั้งค่าจอ 90Hz ให้ประหยัดแบตเตอรี่ที่สุด
ซื้อ โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี มาแล้ว ก็ต้องใช้ให้คุ้มแต่ก็ต้องเซฟแบตด้วย ลองทำตามนี้ดูครับ
- เปิดโหมด Adaptive / Auto Switch: มือถือส่วนใหญ่จะมีโหมดนี้มาให้ (ชื่ออาจต่างกันตามแบรนด์) ระบบจะสลับไปใช้ 60Hz อัตโนมัติเมื่อภาพนิ่ง (เช่น ตอนดูรูป หรืออ่านบทความ) และดีดไป 90Hz เมื่อมีการเลื่อนหน้าจอ ช่วยประหยัดแบตได้เยอะมาก
- ปิด 90Hz ในแอปที่ไม่จำเป็น: บางแอปอย่าง Google Maps หรือแอปดูวิดีโอทั่วไป อาจไม่จำเป็นต้องใช้ 90Hz เราสามารถเข้าไปตั้งค่าเลือก Refresh Rate เฉพาะแอปได้ในบางรุ่น
- ใช้ Dark Mode: การใช้โหมดมืดช่วยลดการใช้พลังงานของหน้าจอได้ ยิ่งถ้าเป็นจอกึ่ง ๆ AMOLED ยิ่งช่วยได้เยอะ แถมยังสบายตาเวลาใช้งานตอนกลางคืนด้วยครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- ถาม: โทรศัพท์จอ 90Hz เล่นเกมลื่นกว่าจอ 60Hz จริงไหม?
ตอบ: จริงและไม่จริงครับ! จอ 90Hz สามารถ แสดงผลได้ลื่นกว่าถ้าเกมนั้นรองรับเฟรมเรตสูง (High Frame Rate) และชิปเซ็ตของเครื่องแรงพอที่จะรันเกมได้ถึง 90 FPS แต่ถ้าเล่นเกมที่ล็อกไว้แค่ 60 FPS หรือชิปเซ็ตไม่แรงพอ จอ 90Hz ก็ไม่ได้ช่วยให้เฟรมเรตเกมเพิ่มขึ้นครับ แต่จะช่วยเรื่องการตอบสนองการสัมผัส (Touch Sampling Rate) ที่มักจะสูงตามไปด้วย ทำให้ควบคุมเกมได้ติดนิ้วกว่าครับ - ถาม: จอ IPS 90Hz กับ AMOLED 60Hz เลือกอะไรดี?
ตอบ: ขึ้นอยู่กับความชอบครับ ถ้าชอบความลื่นไหลเวลาไถหน้าจอ เน้นเล่นโซเชียล เลือก IPS 90Hz จะฟินกว่า แต่ถ้าเน้นดูหนัง ชอบสีสด ๆ ดำสนิท เลือก AMOLED 60Hz อาจจะตอบโจทย์กว่า แต่ข่าวดีคือเดี๋ยวนี้เราเริ่มเห็น AMOLED 90Hz ในราคาจับต้องได้แล้วครับ! - ถาม: ทำไมซื้อเครื่องมาแล้วรู้สึกไม่ลื่นเป็น 90Hz?
ตอบ: บางครั้งโรงงานอาจตั้งค่าเริ่มต้นมาเป็น “ประหยัดพลังงาน” หรือ 60Hz ครับ ลองเข้าไปเช็กที่ การตั้งค่า (Settings) > จอภาพ (Display) > อัตรารีเฟรช (Refresh Rate) แล้วปรับเป็น 90Hz หรือ Auto ดูนะครับ - ถาม: งบ 3,000 บาท หาซื้อมือถือจอ 90Hz ได้จริงเหรอ?
ตอบ: ได้จริงครับ! ในปี 2026 นี้ เทคโนโลยีถูกลงมาก รุ่นอย่าง Infinix Smart 8 Pro หรือ Redmi A3x ที่เรารีวิวไป ก็สามารถทำราคาได้ต่ำกว่า 3,000 บาทในช่วงโปรโมชัน แถมได้จอ 90Hz ใช้งานได้จริงด้วยครับ
บทสรุปส่งท้าย: 90Hz คือมาตรฐานใหม่ที่คุณไม่ควรพลาด!
เดินทางมาถึงตอนจบกันแล้ว หวังว่าเพื่อน ๆ คงจะได้คำตอบกันแล้วนะครับว่า โทรศัพท์ จอ 90Hz รุ่นไหนดี ที่จะมาเป็นคู่หูเครื่องใหม่ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่ใหญ่อย่าง Samsung Galaxy A16 5G ที่ครบเครื่องทั้งจอและ 5G, หรือสายกล้องเทพอย่าง Realme C67, ไปจนถึงสายประหยัดสุดคุ้มอย่าง Redmi A3x ทุกรุ่นในลิสต์นี้คือ “ตัวท็อป” ที่เราคัดมาแล้วว่าคุ้มค่าที่สุดในปี 2026 ครับ
การเปลี่ยนมาใช้หน้าจอ 90Hz เป็นการลงทุนเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ให้ผลตอบแทนเป็นความสุขทางสายตาในทุก ๆ ครั้งที่คุณหยิบมือถือขึ้นมาใช้งานครับ ใครที่ยังลังเลอยู่ ผมเชียร์ให้ลองเปิดใจ แล้วคุณจะลืมจอ 60Hz แบบเดิม ๆ ไปเลย! ขอให้มีความสุขกับมือถือเครื่องใหม่ ลื่นไหลหัวแตกกันทุกคนนะครับ!
หมายเหตุจากผู้เขียน:
- รายละเอียดเรื่องสเปก, ราคา, หรือโปรโมชันของแถม ควรตรวจสอบเพิ่มเติมจาก Official Store ใน Lazada หรือ Shopee ของแต่ละแบรนด์ (Samsung, Realme, Oppo, Vivo, Honor, Xiaomi, Infinix) อีกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อนะครับ เพราะราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามแคมเปญครับ
- บทความนี้เขียนขึ้นอย่างเป็นกลาง ไม่ได้รับการสนับสนุนหรือชี้นำจากแบรนด์ใด ๆ ครับ จุดประสงค์คือเพื่อให้เพื่อน ๆ ได้รับข้อมูลที่ย่อยง่ายและเป็นประโยชน์ที่สุด หากกดลิงก์เพื่อตรวจสอบราคา เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นเพียงเล็กน้อยเพื่อเป็นกำลังใจในการทำคอนเทนต์ดี ๆ ต่อไปครับ ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน นโยบายความเป็นส่วนตัว
- ข้อมูลในบทความอ้างอิงจากสเปกและข่าวสารช่วงอัปเดตล่าสุดปี 2026 ซึ่งเทคโนโลยีอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ แนะนำให้ตรวจสอบกับผู้ผลิตโดยตรงหากต้องการข้อมูลเชิงลึกทางเทคนิคครับ
- คะแนนรีวิว (เช่น 9.5/10) เป็นมุมมองจากทีมงาน ToplistPlus ที่ประเมินจากความคุ้มค่าเทียบกับราคา, สเปก, และฟีดแบ็กจากผู้ใช้งานจริงในคอมมูนิตี้ต่าง ๆ ครับ
- รีวิวสั้น ๆ จากผู้ใช้งานในบทความ เป็นตัวอย่างสมมุติที่เรียบเรียงขึ้นเพื่อให้เห็นภาพการใช้งานจริงในหลากหลายอาชีพและช่วงวัยครับ













