9 อันดับ Body Oil ยี่ห้อไหนดี 2026 ออยล์บำรุงผิวกาย ผิวแห้ง ผิวลาย เลือกให้ถูกสูตร

ภาพปกบอดี้ออยล์

ตารางเปรียบเทียบสรุป

ถ้าอยากรู้เร็ว ๆ ว่า Body Oil ยี่ห้อไหนดี ดูตารางนี้ได้เลยค่ะ อ้อยแบ่งไว้ทั้งสายดูแลรอยแตกลาย สายเนื้อบางทาหลังอาบน้ำ สายกลิ่นหอมแบบน้ำหอม และตัวประหยัด ราคาในตารางเป็นช่วงราคาจากร้านบน Shopee และ Lazada ณ วันที่ 7 พ.ย. 2026 ซึ่งเปลี่ยนได้ตามโปรโมชันนะคะ

รีบไหมครับ? ผมสรุปอันดับไว้ให้ตรงนี้แล้ว อยากดูละเอียดค่อยเลื่อนลงไปอ่านต่อ

สรุปเร็ว: ซื้อยี่ห้อไหนดี

อันดับ 1

Bio-Oil Skincare Oil 200 มล.

ผิวลาย รอยแตก สีผิวไม่สม่ำเสมอ

Bio-Oil Skincare Oil 200 มล.

฿609 – ฿669

ดูราคาที่ Shopee

อันดับ 2

Neutrogena Body Oil Light Sesame Formula 250 มล.

ทาหลังอาบน้ำ เนื้อบาง ซึมไว

Neutrogena Body Oil Light Sesame Formula 250 มล.

฿499 – ฿579

ดูราคาที่ Shopee

อันดับ 9

Johnson's Baby Oil

งบน้อย ใช้ได้ทั้งบ้าน

Johnson's Baby Oil

฿60 – ฿129

ดูราคาที่ Shopee

เทียบ 9 อันดับ อันดับ 1Bio-Oil Skincare Oil 200 มล.Bio-Oil Skincare Oil 200 มล. อันดับ 2Neutrogena Body Oil Light Sesame Formula 250 มล.Neutrogena Body Oil Light Sesame Formula 250 มล. อันดับ 3Palmer's Cocoa Butter Formula Skin Therapy Oil 60 มล.Palmer's Cocoa Butter Formula Skin Therapy Oil 60 มล. อันดับ 4NUXE Huile Prodigieuse 100 มล.NUXE Huile Prodigieuse 100 มล. อันดับ 5L'Occitane Almond Supple Skin Oil 100 มล.L'Occitane Almond Supple Skin Oil 100 มล. อันดับ 6Journal The Legacy Body Oil 180 มล.Journal The Legacy Body Oil 180 มล. อันดับ 7erb Dazzling Spring Body Oilerb Dazzling Spring Body Oil อันดับ 8Jose Premium Body Oil Glow & Nourish 150 มล.Jose Premium Body Oil Glow & Nourish 150 มล. อันดับ 9Johnson's Baby OilJohnson's Baby Oil
ข้อมูลจากฉลากและแบรนด์ PurCellin Oil, วิตามิน A และ E, น้ำมันสกัดจากพืช 4 ชนิด, 200 มล. น้ำมันงา, เนื้อบางเบา, ทาตอนผิวหมาด, 250 มล. โกโก้บัตเตอร์, วิตามิน E, น้ำมันอาร์แกน, ไม่มีมิเนอรัลออยล์, 60 มล. ดรายออยล์, น้ำมันพืช 7 ชนิด + วิตามิน E, หน้า/ตัว/ผม, 100 มล. น้ำมันอัลมอนด์, น้ำมันคาเมลินา, กลิ่นอัลมอนด์, 100 มล. น้ำมันเมล็ดองุ่น อาร์แกน มะพร้าว ทานตะวัน อัลมอนด์, กลิ่นน้ำหอม, 180 มล. น้ำมันมะกอกออร์แกนิค, น้ำมันเมล็ดองุ่น, วิตามิน E, กลิ่นลูกแพร์ ฟรีเซีย น้ำมันพืช 8 ชนิด (โจโจบา อะโวคาโด โรสฮิป ฯลฯ), กลิ่น Glow & Nourish, 150 มล. มิเนอรัลออยล์, กลิ่นอ่อน, ทาตอนผิวเปียก, หลายขนาด
คะแนน 9.4/10★★★★★ 9.2/10★★★★★ 9.0/10★★★★★ 8.9/10★★★★☆ 8.8/10★★★★☆ 8.6/10★★★★☆ 8.4/10★★★★☆ 8.1/10★★★★☆ 7.9/10★★★★☆
เหมาะกับใคร คนที่กังวลรอยแตกลาย รอยแผลเป็น และสีผิวไม่สม่ำเสมอ คนที่อยากได้ออยล์ทาตัวทุกวันหลังอาบน้ำ ผิวแห้งมาก ผิวแตกลาย และคุณแม่ตั้งครรภ์ คนที่อยากได้ออยล์ซึมไว กลิ่นหอม ใช้ได้หลายจุด คนที่อยากได้ผิวนุ่ม ดูกระชับ และชอบกลิ่นอัลมอนด์ คนที่อยากให้ออยล์ทาตัวหอมแทนน้ำหอม คนที่ชอบกลิ่นดอกไม้สดชื่น แบบสปา คนที่อยากลองบอดี้ออยล์ครั้งแรกในงบไม่เกิน 300 บาท คนงบน้อย และใช้ได้ทั้งครอบครัว
ช่วงราคา ฿609 – ฿669 ฿499 – ฿579 ฿435 ฿1,319 – ฿1,690 ฿2,160 – ฿2,590 ฿949 – ฿1,190 ฿855 – ฿880 ฿199 – ฿249 ฿60 – ฿129
เช็กราคาล่าสุด ShopeeLazada ShopeeLazada ShopeeLazada ShopeeLazada ShopeeLazada ShopeeLazada ShopeeLazada ShopeeLazada ShopeeLazada

 

บทนำ

Body Oil หรือออยล์บำรุงผิวกาย คือผลิตภัณฑ์ที่ใช้น้ำมันเป็นหลักแทนน้ำ หน้าที่หลักคือเคลือบผิวไว้ไม่ให้น้ำระเหยออกเร็ว ผิวจึงนุ่มและไม่แห้งตึงนานกว่าทาโลชั่นอย่างเดียว เหมาะมากกับอากาศแอร์ทั้งวัน ผิวแห้งตรงหน้าแข้ง ข้อศอก และคนที่กังวลเรื่องผิวแตกลายค่ะ

แต่ออยล์แต่ละยี่ห้อต่างกันเยอะ ทั้งน้ำมันฐาน (มิเนอรัลออยล์ หรือน้ำมันพืช) ความหนืด และกลิ่น บทความนี้อ้อยเทียบจากฉลาก ข้อมูลของแบรนด์ และรีวิวผู้ซื้อ แล้วจัดอันดับตามความเหมาะกับปัญหาผิว ความรู้สึกหลังทา ความคุ้มต่อมิลลิลิตร และความหาซื้อง่ายในไทย ถ้าชอบเนื้อครีมมากกว่า ลองดู ครีมบำรุงผิวกาย ประกอบด้วยก็ได้ค่ะ

9 อันดับ Body Oil ยี่ห้อไหนดี อัปเดตล่าสุด 2026

เรียงจากความเหมาะกับผู้ใช้ส่วนใหญ่ ความรู้สึกหลังทา และความคุ้มค่า อันดับต้น ๆ เป็นออยล์ดูแลผิวโดยตรง ช่วงกลางเป็นออยล์ที่เน้นกลิ่นและความหรูหรา ส่วนท้ายลิสต์เป็นตัวประหยัดที่ใช้ได้ทั้งครอบครัวค่ะ


อันดับ 1

1. Bio-Oil Skincare Oil 200 มล. ★★★★★

“ออยล์ดูแลผิวที่คนพูดถึงมากที่สุดเรื่องรอยแตกลายและรอยแผลเป็น เนื้อบางกว่าที่คิด ใช้ได้ทั้งตัวและหน้า”

Bio-Oil Skincare Oil 200ml บอดี้ออยล์

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

ดูราคาล่าสุดที่ Lazada ดูราคาล่าสุดที่ Shopee

Bio-Oil เป็นออยล์ขวดส้มที่แทบทุกร้านขายยามี แบรนด์อธิบายว่าเป็นออยล์ดูแลผิวที่ช่วยให้รอยแผลเป็น รอยแตกลาย และสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอดูจางลง เมื่อใช้ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน สูตรมีส่วนผสม PurCellin Oil ที่ทำให้เนื้อออยล์บางและซึมเร็วกว่ามิเนอรัลออยล์ทั่วไป ผสมวิตามิน A วิตามิน E และน้ำมันจากดาวเรือง ลาเวนเดอร์ โรสแมรี่ และคาโมมายล์ จุดที่ทำให้ได้อันดับ 1 คือใช้ได้ทั้งตัวและหน้า มีขนาดให้เลือก และหาซื้อของแท้จากร้าน Official ได้ง่ายบนทั้งสองแพลตฟอร์มค่ะ

✅ เหมาะกับ: คุณแม่ตั้งครรภ์ที่อยากดูแลผิวหน้าท้อง และคนที่มีรอยแตกลายหรือรอยแผลเป็นที่หายแล้ว

⛔ ไม่เหมาะกับ: คนที่แพ้น้ำหอมหรือมิเนอรัลออยล์ และคนที่อยากได้ออยล์สูตรน้ำมันพืชล้วน

ข้อมูลจากฉลากและแบรนด์

  • ประเภท: ออยล์ดูแลผิว ใช้ได้ทั้งหน้าและตัว
  • ขนาด: 200 มล. (มี 60 และ 125 มล. ด้วย)
  • ส่วนผสมเด่น: PurCellin Oil, วิตามิน A, วิตามิน E, น้ำมันดาวเรือง ลาเวนเดอร์ โรสแมรี่ คาโมมายล์
  • น้ำมันฐาน: มิเนอรัลออยล์ (Paraffinum Liquidum) ตามฉลาก
  • ใช้: วันละ 2 ครั้ง ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน (ตามแบรนด์)
ข้อดี
  • เนื้อบาง ซึมเร็วกว่าออยล์มิเนอรัลทั่วไป
  • ใช้ได้ทั้งหน้าและตัว
  • หาซื้อง่าย มีร้าน Official
ข้อควรพิจารณา
  • มีน้ำหอม คนแพ้ง่ายควรทดสอบก่อน
  • ต้องใช้ต่อเนื่องหลายเดือนกว่าจะเห็นความต่าง

รีวิวแบบเจาะลึก

ถ้าเทียบกับอันดับอื่นในลิสต์ Bio-Oil เป็นตัวที่ “ตั้งใจดูแลผิว” มากที่สุด ไม่ได้ขายเรื่องกลิ่นหรือความหรูเหมือน NUXE หรือ Journal เวลาทาให้ใช้ปริมาณน้อย 2-3 หยดต่อบริเวณ แล้วนวดวน ๆ จนซึม ถ้าเทเยอะจะรู้สึกมันกว่าที่ควรค่ะ

ข้อที่ควรรู้คือรอยแตกลายสีขาวที่เป็นมานานจะจางได้ยากกว่ารอยใหม่สีแดงหรือชมพู ทุกยี่ห้อเป็นแบบนี้ ไม่ใช่เฉพาะ Bio-Oil และห้ามทาบนแผลเปิดหรือผิวที่ยังไม่ปิดสนิท คุณแม่ตั้งครรภ์ที่ผิวแพ้ง่ายควรถามแพทย์ก่อนใช้ทุกผลิตภัณฑ์นะคะ

คะแนนที่ได้

9.4/10

>>> 👁‍🗨 ดูข้อมูลจากฉลากและแบรนด์ + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<
อันดับ 2

2. Neutrogena Body Oil Light Sesame Formula 250 มล. ★★★★★

“ออยล์งาเนื้อบางเบาแบบคลาสสิก ทาตอนผิวยังหมาด ๆ หลังอาบน้ำ ผิวนุ่มไม่เหนอะ”

Neutrogena Body Oil Light Sesame Formula 250ml บอดี้ออยล์

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

ดูราคาล่าสุดที่ Lazada ดูราคาล่าสุดที่ Shopee

Neutrogena Body Oil สูตร Light Sesame เป็นออยล์ทาตัวรุ่นเก่าแก่ของแบรนด์ ใช้น้ำมันงาเป็นส่วนผสมเด่น แบรนด์ออกแบบให้ทาตอนผิวยังเปียกหมาด ๆ หลังอาบน้ำ ออยล์จะเกลี่ยง่ายและกักความชุ่มชื้นไว้บนผิว เนื้อบางจนหลายคนใช้แทนโลชั่นได้เลย กลิ่นหอมอ่อน ๆ สะอาด ๆ ขวดใหญ่ 250 มล. ใช้ได้นาน จึงได้อันดับ 2 ในฐานะออยล์ทาตัวทุกวันที่ใช้ง่ายที่สุดในลิสต์ค่ะ

✅ เหมาะกับ: คนผิวธรรมดาถึงแห้งที่อยากได้ออยล์ทาตัวประจำวันแบบไม่เหนอะ

⛔ ไม่เหมาะกับ: คนที่แพ้งาหรือแพ้น้ำหอม

ข้อมูลจากฉลากและแบรนด์

  • ประเภท: ออยล์ทาตัว (Body Oil)
  • ขนาด: 250 มล.
  • ส่วนผสมเด่น: น้ำมันงา (Sesame Oil)
  • เนื้อสัมผัส: บางเบา เกลี่ยง่าย
  • วิธีใช้: ทาหลังอาบน้ำตอนผิวยังหมาด หรือผสมในน้ำอาบ (ตามแบรนด์)
ข้อดี
  • เนื้อบาง ไม่เหนอะ ใช้ได้ทุกวัน
  • ขวดใหญ่ คุ้มต่อมิลลิลิตร
  • เป็นสูตรที่มีมานานและมีรีวิวเยอะ
ข้อควรพิจารณา
  • มีน้ำหอม
  • ไม่ได้เน้นเรื่องรอยแตกลายโดยตรง

รีวิวแบบเจาะลึก

จุดที่ทำให้ Neutrogena ต่างจาก Bio-Oil คือเป้าหมาย Bio-Oil เน้นดูแลรอยบนผิว ส่วน Neutrogena เน้นความชุ่มชื้นทั้งตัว ใช้ปริมาณมากกว่าได้โดยไม่รู้สึกหนัก ถ้าทาบนผิวแห้งสนิทจะรู้สึกมันกว่า เคล็ดลับคือซับตัวพอหมาด แล้วทาทันทีภายใน 1-2 นาทีหลังอาบน้ำค่ะ

ใครชอบน้ำมันงาแต่ผิวแพ้ง่าย ให้ลองทาบริเวณท้องแขนก่อน 1-2 วัน เพราะน้ำมันพืชและน้ำหอมก็ทำให้บางคนระคายเคืองได้ค่ะ

คะแนนที่ได้

9.2/10

>>> 👁‍🗨 ดูข้อมูลจากฉลากและแบรนด์ + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<
อันดับ 3

3. Palmer's Cocoa Butter Formula Skin Therapy Oil 60 มล. ★★★★★

“ออยล์โกโก้บัตเตอร์ผสมวิตามินอี เนื้อเข้มข้นกว่าสองอันดับแรก เหมาะกับผิวแห้งมากและผิวแตกลาย”

Palmer's Cocoa Butter Formula Skin Therapy Oil 150ml บอดี้ออยล์

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

ดูราคาล่าสุดที่ Lazada ดูราคาล่าสุดที่ Shopee

Palmer’s เป็นแบรนด์โกโก้บัตเตอร์ที่คุณแม่หลายคนรู้จัก Skin Therapy Oil สูตร Cocoa Butter Formula ผสมโกโก้บัตเตอร์ วิตามินอี และน้ำมันพืชหลายชนิด แบรนด์ระบุว่าช่วยให้รอยแผลเป็น รอยแตกลาย และสีผิวไม่สม่ำเสมอดูดีขึ้น ใช้ได้ทั้งหน้าและตัว เนื้อจะเข้มข้นกว่า Bio-Oil เล็กน้อย กลิ่นโกโก้หอมหวานแบบเป็นเอกลักษณ์ ร้าน Official ในไทยขายขวด 60 มล. ซึ่งพกพาง่ายและเหมาะกับการลองก่อน จึงเป็นตัวเลือกแทน Bio-Oil ที่น่าสนใจค่ะ

✅ เหมาะกับ: คนผิวแห้งมาก ผิวแตกลาย และคนที่ชอบกลิ่นโกโก้

⛔ ไม่เหมาะกับ: คนที่ไม่ชอบกลิ่นหวาน และคนผิวมันที่อยากได้ออยล์บางที่สุด

ข้อมูลจากฉลากและแบรนด์

  • ประเภท: ออยล์ดูแลผิว ใช้ได้ทั้งหน้าและตัว
  • ขนาด: 60 มล. (ต่างประเทศมีขวด 150 มล.)
  • ส่วนผสมเด่น: โกโก้บัตเตอร์, วิตามิน E, น้ำมันอาร์แกน, น้ำมันพืชหลายชนิด (ไม่มีมิเนอรัลออยล์ ตามกล่อง)
  • เนื้อสัมผัส: ปานกลางถึงเข้มข้น
  • ผลิตโดย: E.T. Browne Drug Co. (สหรัฐฯ)
ข้อดี
  • บำรุงผิวแห้งได้อยู่ทั้งวัน
  • ไม่มีมิเนอรัลออยล์ ตามที่ระบุบนกล่อง
  • ใช้ได้ทั้งหน้าและตัว
ข้อควรพิจารณา
  • กลิ่นโกโก้ชัด คนไม่ชอบกลิ่นหวานอาจไม่ถูกใจ
  • เนื้อหนักกว่าในวันอากาศร้อน
  • ขวด 60 มล. หมดเร็วถ้าทาทั้งตัว

รีวิวแบบเจาะลึก

ถ้าลังเลระหว่าง Bio-Oil กับ Palmer’s ให้ดูที่สภาพผิวค่ะ ผิวผสมหรือผิวที่ไม่ได้แห้งมากจะชอบ Bio-Oil ที่บางกว่า ส่วนคนผิวแห้งจนลอกเป็นขุยตรงหน้าแข้ง หรือหน้าท้องที่ตึงช่วงตั้งครรภ์ มักชอบ Palmer’s มากกว่าเพราะรู้สึกชุ่มชื้นนานกว่า

ช่วงหน้าร้อนแนะนำให้ทาก่อนนอนแทนตอนเช้า หรือใช้คู่กับโลชั่นเนื้อบาง จะได้ไม่รู้สึกเหนอะเวลาใส่เสื้อผ้าค่ะ

คะแนนที่ได้

9.0/10

>>> 👁‍🗨 ดูข้อมูลจากฉลากและแบรนด์ + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<
อันดับ 4

4. NUXE Huile Prodigieuse 100 มล. ★★★★☆

“ดรายออยล์ฝรั่งเศสขวดทองที่ซึมไวมาก ใช้ได้ทั้งหน้า ตัว และผม กลิ่นหอมหรูแบบน้ำหอม”

NUXE Huile Prodigieuse 100ml บอดี้ออยล์

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

ดูราคาล่าสุดที่ Lazada ดูราคาล่าสุดที่ Shopee

Huile Prodigieuse คือดรายออยล์ตัวดังของ NUXE จากฝรั่งเศส ใช้น้ำมันพืช 7 ชนิด (ตามขวด) เช่น น้ำมันอัลมอนด์ แมคคาเดเมีย เฮเซลนัท และคามีเลีย ผสมวิตามินอี แบรนด์ระบุว่าใช้ได้ทั้งหน้า ตัว และผม จุดเด่นคือคำว่า “ดรายออยล์” ทาแล้วซึมเร็วมาก ผิวดูเงาสวยแต่ไม่มันเยิ้ม กลิ่นหอมอุ่น ๆ เป็นเอกลักษณ์ ราคาสูงกว่าอันดับต้น แต่ใช้ได้หลายจุดจากขวดเดียว จึงได้อันดับ 4 ค่ะ

✅ เหมาะกับ: คนที่ไม่ชอบความมันค้างบนผิว และอยากได้ออยล์ขวดเดียวใช้ทั้งผิวและผม

⛔ ไม่เหมาะกับ: คนแพ้น้ำหอม และคนที่มีงบจำกัด

ข้อมูลจากฉลากและแบรนด์

  • ประเภท: ดรายออยล์ (Dry Oil) สำหรับหน้า ตัว และผม
  • ขนาด: 100 มล. (หัวสเปรย์)
  • ส่วนผสมเด่น: น้ำมันพืช 7 ชนิด เช่น อัลมอนด์ แมคคาเดเมีย เฮเซลนัท คามีเลีย บอเรจ + วิตามิน E
  • เนื้อสัมผัส: บางมาก ซึมเร็ว
  • ผลิตใน: ฝรั่งเศส
ข้อดี
  • ซึมเร็วที่สุดในลิสต์
  • ใช้ได้ทั้งหน้า ตัว และผม
  • กลิ่นหอมหรู
ข้อควรพิจารณา
  • ราคาต่อมิลลิลิตรสูง
  • กลิ่นค่อนข้างชัด

รีวิวแบบเจาะลึก

NUXE เหมาะกับคนที่เคยลองออยล์แล้วไม่ชอบความเหนอะ เพราะเนื้อบางและแห้งไวกว่า Neutrogena หรือ Palmer’s ชัดเจน ฉีดลงฝ่ามือแล้วลูบบนผิวที่หมาดน้ำ หรือฉีดปลายผมแห้งเพื่อลดผมชี้ฟูได้ด้วยค่ะ

ข้อเสียคือราคาต่อมิลลิลิตรสูงกว่าตัวอื่นหลายเท่า ถ้าจะใช้ทาทั้งตัวทุกวันจะเปลืองเร็ว หลายคนจึงใช้ NUXE เฉพาะจุด เช่น ไหล่ แขน และขา วันที่อยากให้ผิวดูเงาสวยค่ะ

คะแนนที่ได้

8.9/10

>>> 👁‍🗨 ดูข้อมูลจากฉลากและแบรนด์ + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<
อันดับ 5

5. L'Occitane Almond Supple Skin Oil 100 มล. ★★★★☆

“ออยล์อัลมอนด์ของ L'Occitane เนื้อนุ่ม กลิ่นอัลมอนด์หอมละมุน เด่นเรื่องผิวดูกระชับและเนียนนุ่ม”

L'Occitane Almond Supple Skin Oil 100ml บอดี้ออยล์

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

ดูราคาล่าสุดที่ Lazada ดูราคาล่าสุดที่ Shopee

Almond Supple Skin Oil เป็นตัวขายดีในไลน์อัลมอนด์ของ L’Occitane ใช้น้ำมันอัลมอนด์และน้ำมันจากพืชอื่น แบรนด์ระบุว่าช่วยให้ผิวนุ่ม ดูกระชับขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง และควรนวดขึ้นจากขาไปถึงต้นแขน เนื้อออยล์ซึมไวปานกลาง ไม่มันเท่า Palmer’s กลิ่นอัลมอนด์หอมหวานนุ่ม ๆ คนที่ชอบของขวัญหรือเซ็ตอาบน้ำมักเริ่มจากตัวนี้ จุดที่เสียคะแนนคือราคาสูงพอ ๆ กับ NUXE แต่ใช้ได้เฉพาะผิวกายค่ะ

✅ เหมาะกับ: คนที่อยากได้ออยล์นวดตัวกลิ่นหอม และอยากให้ผิวรู้สึกนุ่มเนียนขึ้น

⛔ ไม่เหมาะกับ: คนที่แพ้ถั่วหรืออัลมอนด์ และคนที่อยากได้ราคาประหยัด

ข้อมูลจากฉลากและแบรนด์

  • ประเภท: ออยล์บำรุงผิวกาย
  • ขนาด: 100 มล.
  • ส่วนผสมเด่น: น้ำมันอัลมอนด์, น้ำมันคาเมลินา (ตามแบรนด์)
  • เนื้อสัมผัส: ปานกลาง ซึมได้ดี
  • ผลิตใน: ฝรั่งเศส
ข้อดี
  • กลิ่นอัลมอนด์หอมละมุน
  • นวดแล้วผิวนุ่มลื่น
  • เหมาะเป็นของขวัญ
ข้อควรพิจารณา
  • ราคาสูง
  • ไม่เหมาะกับคนแพ้ถั่ว

รีวิวแบบเจาะลึก

ถ้าเทียบกับ NUXE ที่อันดับใกล้กัน L’Occitane เหมาะกับการนวดมากกว่า เพราะเนื้อออยล์ลื่นอยู่บนผิวนานพอให้นวด ส่วน NUXE ซึมเร็วจนนวดได้ไม่นาน คนที่ชอบนวดขาหลังยืนทำงานทั้งวันจะชอบตัวนี้ค่ะ ถ้าอยากได้น้ำมันนวดแบบไทยกลิ่นสมุนไพร ดูเพิ่มได้ที่ น้ำมันนวดสมุนไพร

คำว่า “ผิวกระชับ” ของแบรนด์หมายถึงความรู้สึกบนผิวและผิวที่ดูเรียบเนียนขึ้นจากความชุ่มชื้น ไม่ได้ช่วยลดไขมันหรือเซลลูไลต์ ใครหวังผลแบบนั้นควรดูแลด้วยการออกกำลังกายและอาหารควบคู่ไปค่ะ

คะแนนที่ได้

8.8/10

>>> 👁‍🗨 ดูข้อมูลจากฉลากและแบรนด์ + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<
อันดับ 6

6. Journal The Legacy Body Oil 180 มล. ★★★★☆

“บอดี้ออยล์แบรนด์ไทยกลิ่นแบบน้ำหอม ผสมน้ำมันพืช 5 ชนิด ทาแล้วหอมติดผิวทั้งวัน”

Journal The Legacy Body Oil 180ml บอดี้ออยล์

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

ดูราคาล่าสุดที่ Lazada ดูราคาล่าสุดที่ Shopee

Journal เป็นแบรนด์ไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นแบบน้ำหอม Body Oil กลิ่น The Legacy ผสมน้ำมันเมล็ดองุ่น อาร์แกน มะพร้าว ทานตะวัน และอัลมอนด์ เนื้อบางซึมไว ผู้ใช้หลายคนบอกว่ากลิ่นติดผิวนานจนแทบไม่ต้องฉีดน้ำหอมเพิ่ม เป็นตัวที่ my-best ไทยให้อันดับสูงเช่นกัน แต่ในลิสต์นี้อ้อยให้น้ำหนักกับการดูแลผิวมากกว่ากลิ่น จึงอยู่อันดับ 6 ค่ะ

✅ เหมาะกับ: คนที่อยากให้ผิวนุ่มพร้อมหอมแบบน้ำหอมในขั้นตอนเดียว

⛔ ไม่เหมาะกับ: คนผิวแพ้ง่ายหรือแพ้น้ำหอม และคนที่ทาออยล์เพื่อดูแลรอยแตกลายโดยเฉพาะ

ข้อมูลจากฉลากและแบรนด์

  • ประเภท: บอดี้ออยล์กลิ่นน้ำหอม
  • ขนาด: 180 มล.
  • ส่วนผสมเด่น: น้ำมันเมล็ดองุ่น อาร์แกน มะพร้าว ทานตะวัน อัลมอนด์
  • อายุหลังเปิด: 6 เดือน (ตามข้อมูลสินค้า)
  • แบรนด์: Journal (ประเทศไทย)
ข้อดี
  • กลิ่นหอมติดทนแบบน้ำหอม
  • น้ำมันพืชล้วน ไม่มีมิเนอรัลออยล์ในจุดขาย
  • แพ็กเกจสวย เหมาะเป็นของขวัญ
ข้อควรพิจารณา
  • น้ำหอมเข้มข้น ไม่เหมาะกับผิวแพ้ง่าย
  • อายุหลังเปิดสั้นกว่าออยล์มิเนอรัล

รีวิวแบบเจาะลึก

Journal กับ Erb (อันดับ 7) เป็นแบรนด์ไทยสายกลิ่นหอมเหมือนกัน ความต่างคือ Journal กลิ่นเข้มและติดทนกว่า ส่วน Erb กลิ่นสดชื่นเบากว่า ถ้าใส่น้ำหอมอยู่แล้วให้เลือกกลิ่นที่ไม่ตีกัน หรือทาออยล์แทนน้ำหอมในวันนั้นเลยค่ะ

ออยล์ที่เป็นน้ำมันพืชล้วนควรเก็บให้พ้นแดดและความร้อน ปิดฝาให้สนิท และใช้ให้หมดภายในอายุหลังเปิด ถ้ากลิ่นเปลี่ยนเป็นกลิ่นหืนแปลว่าน้ำมันเสื่อมแล้วค่ะ

คะแนนที่ได้

8.6/10

>>> 👁‍🗨 ดูข้อมูลจากฉลากและแบรนด์ + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<
อันดับ 7

7. erb Dazzling Spring Body Oil ★★★★☆

“ออยล์แบรนด์สปาไทย น้ำมันมะกอกออร์แกนิคผสมวิตามินอี กลิ่นลูกแพร์กับดอกฟรีเซียสดชื่น”

Erb Dazzling Spring Body Oil บอดี้ออยล์

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

ดูราคาล่าสุดที่ Lazada ดูราคาล่าสุดที่ Shopee

erb เป็นแบรนด์สปาของไทย Dazzling Spring Body Oil ใช้น้ำมันมะกอกออร์แกนิคเป็นฐาน ผสมน้ำมันเมล็ดองุ่นและวิตามินอี กลิ่นลูกแพร์และดอกฟรีเซีย หอมสดชื่นแบบฤดูใบไม้ผลิ ไม่หวานเลี่ยน มีขนาดให้เลือกทั้งขวดเล็กและขวดใหญ่ เนื้อออยล์ซึมได้ดี เหมาะกับการนวดตัวหลังอาบน้ำตอนเย็น ราคาสูงกว่าออยล์ร้านขายยา จึงอยู่กลางลิสต์ค่ะ

✅ เหมาะกับ: คนที่อยากได้ออยล์กลิ่นสดชื่นแบบสปา ใช้นวดผ่อนคลาย

⛔ ไม่เหมาะกับ: คนที่แพ้น้ำหอม และคนที่อยากได้ราคาประหยัด

ข้อมูลจากฉลากและแบรนด์

  • ประเภท: บอดี้ออยล์
  • ขนาด: 100 มล. / 240 มล. (ตามที่วางขาย)
  • ส่วนผสมเด่น: น้ำมันมะกอกออร์แกนิค, น้ำมันเมล็ดองุ่น, วิตามิน E
  • กลิ่น: ลูกแพร์และดอกฟรีเซีย
  • แบรนด์: erb (ประเทศไทย)
ข้อดี
  • กลิ่นสดชื่น ไม่หวานเลี่ยน
  • น้ำมันมะกอกออร์แกนิคเป็นฐาน
  • ขวดสวย เหมาะเป็นของขวัญ
ข้อควรพิจารณา
  • ราคาสูงกว่าออยล์ร้านขายยา
  • หาซื้อได้น้อยร้านกว่ายี่ห้อใหญ่

รีวิวแบบเจาะลึก

erb เหมาะกับคนที่ใช้ออยล์เป็นช่วงเวลาผ่อนคลาย มากกว่าใช้แก้ปัญหาผิว กลิ่นจะเบาและสดชื่นกว่า Journal ทาตอนเย็นแล้วนอนหลับสบาย ตื่นมายังมีกลิ่นอ่อน ๆ อยู่ค่ะ

ก่อนกดซื้อให้ดูขนาดในหน้าร้านให้ดี เพราะร้านมักวางทั้งขวด 100 มล. และขวดใหญ่ไว้ในหน้าเดียวกัน ราคาต่อมิลลิลิตรของขวดใหญ่จะคุ้มกว่าค่ะ

คะแนนที่ได้

8.4/10

>>> 👁‍🗨 ดูข้อมูลจากฉลากและแบรนด์ + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<
อันดับ 8

8. Jose Premium Body Oil Glow & Nourish 150 มล. ★★★★☆

“บอดี้ออยล์แบรนด์ไทยราคาเบา ๆ กลิ่นดอกไม้อ่อน ทาแล้วผิวดูเงาฉ่ำ”

Jose Premium Body Oil Glow 150ml บอดี้ออยล์

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

ดูราคาล่าสุดที่ Lazada ดูราคาล่าสุดที่ Shopee

Jose เป็นแบรนด์ไทยที่วางขายทั้งใน Watsons และร้านออนไลน์ Premium Body Oil สูตร Glow ขายจุดเด่นเรื่องผิวดูเงาฉ่ำและชุ่มชื้น กลิ่นดอกไม้อ่อน ๆ ไม่ฉุน ราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 300 บาท จึงเป็นตัวเลือกดีสำหรับคนที่อยากลองว่าตัวเองชอบออยล์หรือไม่ก่อนลงทุนกับขวดแพง ภาพสินค้าของแบรนด์ระบุน้ำมันพืชหลายชนิด เช่น โจโจบา อะโวคาโด มะพร้าว โรสฮิป งา และเมล็ดองุ่น แต่ยังไม่บอกสัดส่วนหรือรายการ INCI ครบในหน้าร้าน อ้อยจึงให้คะแนนต่ำกว่ายี่ห้อที่บอกสูตรชัดค่ะ

✅ เหมาะกับ: มือใหม่ที่อยากลองบอดี้ออยล์ในงบน้อย และคนที่ชอบผิวดูเงาฉ่ำ

⛔ ไม่เหมาะกับ: คนที่อยากได้ข้อมูลส่วนผสมละเอียดก่อนซื้อ

ข้อมูลจากฉลากและแบรนด์

  • ประเภท: บอดี้ออยล์ บำรุงผิวกาย
  • ขนาด: 150 มล.
  • ส่วนผสมเด่น: น้ำมันโจโจบา อะโวคาโด มะพร้าว โรสฮิป งา เมล็ดองุ่น ซีบัคธอร์น ทีทรี (จากภาพสินค้าของแบรนด์)
  • จุดเด่น: ผิวดูเงาฉ่ำ ชุ่มชื้น (ตามแบรนด์)
  • กลิ่น: ดอกไม้อ่อน ๆ
  • ผลิตใน: ประเทศไทย
ข้อดี
  • ราคาเบา
  • กลิ่นอ่อน ใช้ได้ทุกวัน
  • หาซื้อได้ทั้งร้านขายยาและออนไลน์
ข้อควรพิจารณา
  • หน้าร้านยังไม่แสดงรายการส่วนผสมครบทุกตัว
  • ผิวแห้งมากอาจต้องทาซ้ำระหว่างวัน

รีวิวแบบเจาะลึก

Jose กับ Johnson’s (อันดับ 9) เป็นตัวประหยัดทั้งคู่ ความต่างคือ Jose ตั้งใจเป็นบอดี้ออยล์ที่ให้ผิวดูเงาและมีกลิ่นหอม ส่วน Johnson’s เป็นออยล์เด็กที่เน้นกักความชุ่มชื้นแบบพื้นฐาน ใครอยากได้ความรู้สึกแบบออยล์บิวตี้ในราคาถูก Jose ตอบโจทย์กว่าค่ะ

ก่อนซื้อให้ดูรูปฉลากในแกลเลอรีของหน้าร้าน เพื่อตรวจส่วนผสมและเลขจดแจ้ง อย. ที่ขวดจริงนะคะ

คะแนนที่ได้

8.1/10

>>> 👁‍🗨 ดูข้อมูลจากฉลากและแบรนด์ + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<
อันดับ 9

9. Johnson's Baby Oil ★★★★☆

“ออยล์เด็กขวดใสในตำนาน ราคาถูกที่สุดในลิสต์ กักความชุ่มชื้นได้ดีเมื่อทาตอนผิวยังเปียก”

Johnson's Baby Oil 125ml บอดี้ออยล์

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

ดูราคาล่าสุดที่ Lazada ดูราคาล่าสุดที่ Shopee

Johnson’s Baby Oil เป็นออยล์ขวดใสที่หลายบ้านมีติดไว้ ส่วนผสมหลักคือมิเนอรัลออยล์ผสมน้ำหอมอ่อน ๆ หน้าที่ของมันคือเคลือบผิวไว้ไม่ให้น้ำระเหย ไม่ได้มีสารบำรุงเพิ่มแบบอันดับต้น ๆ แต่ถ้าทาตอนผิวยังเปียกหลังอาบน้ำ ผิวจะนุ่มชุ่มชื้นได้ดีในราคาที่ถูกที่สุดในลิสต์ ใช้ได้ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก จึงติดอันดับในฐานะตัวประหยัดค่ะ

✅ เหมาะกับ: คนที่อยากได้ออยล์ราคาถูก ใช้ทาตัวทั้งบ้าน หรือใช้ช่วยเช็ดเครื่องสำอางกันน้ำบริเวณร่างกาย

⛔ ไม่เหมาะกับ: คนที่อยากได้น้ำมันพืชหรือสารบำรุงเพิ่ม และคนที่แพ้น้ำหอม

ข้อมูลจากฉลากและแบรนด์

  • ประเภท: เบบี้ออยล์ ใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่
  • ขนาด: มีหลายขนาด เช่น 50, 125, 200 และ 300 มล.
  • ส่วนผสมหลัก: มิเนอรัลออยล์ (Paraffinum Liquidum), น้ำหอม
  • เนื้อสัมผัส: ลื่น เกลี่ยง่าย
  • วิธีใช้: ทาหลังอาบน้ำตอนผิวยังเปียกหมาด
ข้อดี
  • ราคาถูกที่สุดในลิสต์
  • หาซื้อได้ทุกที่
  • กักความชุ่มชื้นได้ดีถ้าทาถูกวิธี
ข้อควรพิจารณา
  • ไม่มีสารบำรุงจากพืช
  • ทาบนผิวแห้งจะรู้สึกมันลื่น

รีวิวแบบเจาะลึก

มิเนอรัลออยล์มักถูกมองว่าไม่ดี แต่ในความจริงเป็นสารเคลือบผิวที่ใช้กันมานานและระคายเคืองน้อย จุดที่ต้องเข้าใจคือมันไม่ได้ “ให้” ความชุ่มชื้น แต่ “กัก” น้ำที่อยู่บนผิวไว้ จึงต้องทาตอนผิวยังเปียกเท่านั้นถึงจะได้ผลดีค่ะ

ใช้กับเด็กเล็กให้ทาบาง ๆ และระวังไม่ให้เข้าตาหรือเข้าปาก เก็บขวดให้พ้นมือเด็กเสมอ เพราะการกลืนหรือสำลักออยล์เป็นอันตรายต่อเด็กนะคะ

คะแนนที่ได้

7.9/10

>>> 👁‍🗨 ดูข้อมูลจากฉลากและแบรนด์ + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<

มุมมองจากแหล่งข้อมูลเรื่องการดูแลผิวแห้งด้วยออยล์

ข้อมูลส่วนนี้สรุปจากแหล่งข้อมูลด้านผิวหนังที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ค่ะ

ประเด็นที่ควรรู้ก่อนซื้อ Body Oil

  • ทาตอนผิวยังหมาด ได้ผลดีกว่าทาตอนแห้ง: American Academy of Dermatology แนะนำให้ทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวภายในไม่กี่นาทีหลังอาบน้ำ เพื่อกักความชุ่มชื้นไว้ และระบุว่าออยล์เหมาะกับคนผิวแห้งมาก ดูรายละเอียดได้ที่ Dermatologists’ tips to relieve dry skin
  • รอยแตกลายจางได้บ้าง แต่ไม่หายสนิท: AAD อธิบายว่ารอยแตกลายมักจางลงเองเมื่อเวลาผ่านไป และผลิตภัณฑ์ทาภายนอกได้ผลต่างกันในแต่ละคน รอยใหม่ตอบสนองดีกว่ารอยเก่า ดูเพิ่มที่ Stretch marks: Why they appear and how to get rid of them
  • ธรรมชาติไม่ได้แปลว่าไม่แพ้: น้ำมันพืชและน้ำหอมในออยล์ทำให้คนผิวแพ้ง่ายระคายเคืองได้ ควรทดสอบที่ท้องแขนก่อนใช้ และตรวจเลขจดแจ้งเครื่องสำอางได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

บทวิเคราะห์จากทีมงาน ToplistPlus

จากการเปรียบเทียบฉลากและข้อมูลแบรนด์ของทั้ง {N} ยี่ห้อ ออยล์แบ่งได้คร่าว ๆ เป็นสองแบบ คือแบบมิเนอรัลออยล์ (Bio-Oil, Johnson’s) ที่เคลือบผิวได้ดีและระคายเคืองน้อย กับแบบน้ำมันพืช (NUXE, L’Occitane, Journal, erb) ที่ให้ความรู้สึกบนผิวและกลิ่นที่หลากหลายกว่า อ้อยให้น้ำหนักกับความเหมาะกับปัญหาผิว ความรู้สึกหลังทา และความคุ้มต่อมิลลิลิตร Bio-Oil ได้อันดับ 1 เพราะตอบโจทย์รอยแตกลายซึ่งเป็นเหตุผลอันดับต้น ๆ ที่คนไทยค้นหา Body Oil และหาของแท้ได้ง่ายค่ะ


วิธีเลือก Body Oil ให้เหมาะกับผิว

  1. เริ่มจากปัญหาผิว รอยแตกลายและรอยแผลเป็นเลือกสูตรดูแลผิวอย่าง Bio-Oil หรือ Palmer’s ผิวแห้งทั่วไปเลือกออยล์ทาตัวเนื้อบางอย่าง Neutrogena
  2. ดูน้ำมันฐาน มิเนอรัลออยล์เคลือบผิวได้ดี ราคาถูก ระคายเคืองน้อย ส่วนน้ำมันพืชให้ความรู้สึกนุ่มและมีสารต้านอนุมูลอิสระ แต่เสื่อมได้เร็วกว่าและบางคนแพ้
  3. เลือกความหนืดตามอากาศ หน้าร้อนหรือคนไม่ชอบความมัน เลือกดรายออยล์อย่าง NUXE หรือเนื้อบางอย่าง Neutrogena ผิวแห้งมากหรือห้องแอร์ทั้งวันเลือกเนื้อเข้มข้นอย่าง Palmer’s
  4. เช็กกลิ่นและน้ำหอม สายกลิ่นหอมเลือก Journal หรือ erb ส่วนคนผิวแพ้ง่ายควรเลือกกลิ่นอ่อนที่สุดและทดสอบก่อน
  5. เทียบราคาต่อมิลลิลิตร ขวดใหญ่ของ Neutrogena หรือ Johnson’s คุ้มกว่ามากถ้าทาทั้งตัวทุกวัน ส่วนขวดแพงเหมาะกับการใช้เฉพาะจุด
  6. ซื้อจากร้าน Official หรือร้านที่ขายดีมีรีวิว ออยล์ยี่ห้อดังมีของปลอมและของใกล้หมดอายุวางขาย ให้ดูวันผลิตและวันหมดอายุเมื่อได้รับสินค้า

วิธีทา Body Oil ให้ซึมไว ไม่เหนอะ

  • ทาภายใน 1-3 นาทีหลังอาบน้ำ ซับตัวพอหมาด ผิวที่ยังมีน้ำจะช่วยให้ออยล์กระจายบางและซึมเร็วขึ้น
  • ใช้น้อยกว่าที่คิด 3-5 หยดต่อแขนหรือขาหนึ่งข้างก็พอ เทลงฝ่ามือแล้วถูให้อุ่นก่อนลูบ
  • ผสมกับโลชั่น หยดออยล์ 1-2 หยดลงในโลชั่นที่ใช้อยู่ ได้ความชุ่มชื้นเพิ่มโดยไม่รู้สึกมัน
  • รอ 5 นาทีก่อนใส่เสื้อผ้า ออยล์บางชนิดทิ้งคราบบนผ้าไหมหรือผ้าสีอ่อนได้
  • ระวังพื้นห้องน้ำลื่น ถ้าทาในห้องน้ำ ให้ล้างฝ่าเท้าก่อนเดินออกมา

ใครควรระวังเวลาใช้ Body Oil

  • คนผิวมันหรือเป็นสิวที่หลังและหน้าอก ควรเลือกเนื้อบางมากและเลี่ยงทาบริเวณที่เป็นสิว หรือใช้แค่แขนและขา
  • คนแพ้ถั่วหรือแพ้น้ำหอม อ่านส่วนผสมก่อนทุกครั้ง เพราะหลายยี่ห้อมีน้ำมันอัลมอนด์ เฮเซลนัท หรือแมคคาเดเมีย
  • คุณแม่ตั้งครรภ์ ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ใช้ได้ แต่ควรถามแพทย์ที่ฝากครรภ์ก่อนถ้าผิวแพ้ง่าย และหยุดใช้ทันทีถ้ามีผื่นหรือคัน
  • ผิวที่เป็นแผล ผื่น หรือโรคผิวหนัง ห้ามทาบนแผลเปิด และควรให้แพทย์ผิวหนังดูแลก่อน ถ้าผิวแห้งมากจนแตกหรือคันเรื้อรัง

คำถามที่พบบ่อยเรื่อง Body Oil

  • ถาม: Body Oil ทาตอนไหนดีที่สุด
    ตอบ: ทาหลังอาบน้ำตอนผิวยังหมาด ๆ ดีที่สุดค่ะ ออยล์จะกักน้ำที่อยู่บนผิวไว้ ผิวนุ่มนานกว่าและไม่รู้สึกมันเท่าทาตอนผิวแห้ง ถ้าทาก่อนนอนก็ได้ผลดีเพราะไม่ต้องรีบใส่เสื้อผ้า
  • ถาม: Body Oil ช่วยอะไร
    ตอบ: ช่วยลดการสูญเสียน้ำจากผิว ผิวจึงนุ่ม ไม่แห้งตึงหรือลอกเป็นขุย บางสูตรอย่าง Bio-Oil หรือ Palmer’s แบรนด์ระบุว่าช่วยให้รอยแตกลายและรอยแผลเป็นดูจางลงเมื่อใช้ต่อเนื่อง แต่ไม่ใช่การรักษาให้หายค่ะ
  • ถาม: ใช้ Body Oil แทนโลชั่นได้ไหมคะ
    ตอบ: ได้ค่ะ ถ้าทาตอนผิวยังหมาด ๆ ออยล์ก็ให้ความชุ่มชื้นได้ไม่แพ้โลชั่น แต่คนผิวแห้งมากมักได้ผลดีที่สุดเมื่อทาโลชั่นก่อน แล้วตามด้วยออยล์บาง ๆ เพื่อเคลือบไว้อีกชั้น
  • ถาม: Body Oil ทาหน้าได้ไหม
    ตอบ: เฉพาะยี่ห้อที่ระบุว่าใช้กับหน้าได้ เช่น Bio-Oil, Palmer’s Skin Therapy Oil และ NUXE Huile Prodigieuse ส่วนออยล์ที่มีน้ำหอมเข้ม ๆ หรือเบบี้ออยล์ไม่แนะนำให้ทาหน้า โดยเฉพาะคนที่เป็นสิวง่ายค่ะ
  • ถาม: มิเนอรัลออยล์อันตรายไหม
    ตอบ: มิเนอรัลออยล์เกรดเครื่องสำอางถูกใช้มานานและระคายเคืองน้อย ไม่ได้อันตรายอย่างที่หลายคนกังวลค่ะ ข้อเสียคือไม่มีสารบำรุงเพิ่มเหมือนน้ำมันพืช และบางคนรู้สึกว่าหนักผิว เลือกตามความชอบได้เลย
  • ถาม: Body Oil ทำให้ผิวคล้ำหรือแดดเผาง่ายขึ้นไหม
    ตอบ: ออยล์ทั่วไปไม่ได้ทำให้ผิวคล้ำ แต่ไม่มีสารกันแดด ถ้าออกแดดควรทาครีมกันแดดทับ และเลี่ยงน้ำมันหอมระเหยกลุ่มส้ม (เช่น เบอร์กามอท) บนผิวที่โดนแดดจัด เพราะอาจทำให้ระคายเคืองได้ค่ะ
  • ถาม: Body Oil หนึ่งขวดใช้ได้นานแค่ไหน
    ตอบ: ถ้าทาแขนขาวันละครั้ง ขวด 100-150 มล. ใช้ได้ประมาณ 1-2 เดือน ขวด 200-250 มล. ใช้ได้ 2-3 เดือน และควรใช้ให้หมดตามอายุหลังเปิดที่ระบุบนฉลาก โดยเฉพาะสูตรน้ำมันพืชค่ะ

สรุป Body Oil ยี่ห้อไหนดี

Body Oil ที่ดีที่สุดคือตัวที่ตรงกับปัญหาผิวและทาแล้วเราอยากใช้ต่อทุกวัน เพราะผลของออยล์มาจากความต่อเนื่องค่ะ เริ่มจากขวดเล็กก่อน ทาตอนผิวยังหมาดหลังอาบน้ำ แล้วค่อยขยับไปขวดใหญ่เมื่อรู้แล้วว่าชอบเนื้อและกลิ่นแบบไหน ใครอยากขัดผิวก่อนทาออยล์ ลองดู ผลิตภัณฑ์ขัดผิวกาย ประกอบด้วยนะคะ


หมายเหตุจากผู้เขียน:

  • ข้อมูลสเปก ฟีเจอร์ ราคา และการรับประกัน ควรตรวจสอบเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ทางการของแบรนด์ เช่น Bio-Oil, Neutrogena, Palmer's, NUXE, L'Occitane, erb หรือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เนื่องจากรายละเอียดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลา
  • ToplistPlus เป็นเว็บไซต์รีวิวที่มุ่งเน้นการนำเสนอข้อมูลจริงและการเปรียบเทียบอย่างเป็นกลาง เพื่อช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจเลือกสินค้าได้อย่างมีเหตุผล
  • บทความนี้ไม่ได้รับการสนับสนุนหรือการชี้นำจากแบรนด์ใด ลิงก์สำหรับตรวจสอบราคาเป็นลิงก์ในโปรแกรม Affiliate ของ Shopee และ Lazada ซึ่งเว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชั่นเล็กน้อยเมื่อมีการสั่งซื้อ โดยไม่มีผลต่อการจัดอันดับหรือคำแนะนำ ดูรายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • บทความนี้ใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยรวบรวม วิเคราะห์ และเรียบเรียงข้อมูลจากหลายแหล่ง แล้วตรวจทานโดยทีมงาน แนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลสำคัญกับผู้ผลิตหรือร้านค้าอีกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ
  • คะแนนในบทความเป็นการประเมินเชิงเปรียบเทียบโดยทีมงาน ToplistPlus จากสเปก ฟีเจอร์ ความคุ้มค่าต่อราคา และความเห็นของผู้ใช้ ประกอบกับข้อมูลจาก AAD: Dermatologists' tips to relieve dry skin, AAD: Stretch marks, mybest: Body Oil
  • ภาพสินค้าบางส่วนนำมาจากหน้าร้านค้าและเว็บไซต์ทางการของแบรนด์ เพื่อใช้ประกอบการรีวิวเท่านั้น
  • ข้อมูลส่วนผสมสรุปจากฉลากที่แสดงในหน้าร้านและเว็บไซต์ของแบรนด์ ณ วันที่ 7 พ.ย. 2026 บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากผิวมีผื่น คัน หรือแห้งแตกเรื้อรัง โปรดปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ

ถ้ายังเลือกไม่ได้ ลองดูอันดับ 1 ก่อน เป็นตัวที่คุ้มสุดในรอบนี้ หรือหาของอย่างอื่นต่อได้ที่ หน้าแรก ToplistPlus

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ ขอบพระคุณครับ