10 อันดับ แป้ง ยี่ห้อไหนดี 2026 ทั้งแป้งฝุ่น แป้งพัฟ ตัวท็อป คุมมัน ปกปิดเนียนกริบ!

รูปภาพหน้าปกบทความ SEO แสดงผลิตภัณฑ์แป้งหลายยี่ห้อที่ใช้ประกอบหัวข้อ แป้ง ยี่ห้อไหนดี

บทนำ

สวัสดีค่ะสาว ๆ! เคยเป็นกันมั้ยคะ เวลาเดินเข้าโซนเครื่องสำอางแล้วตาลายไปหมด โดยเฉพาะโซนแป้ง ที่มีให้เลือกเยอะจนงง ตั้งแต่แป้งฝุ่น แป้งพัฟ แป้งผสมรองพื้น ไปจนถึงแป้งโปร่งแสง โอ้ย… แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว! แล้วคำถามสุดคลาสสิกที่ผุดขึ้นมาในใจก็คือ “แป้ง ยี่ห้อไหนดี” ที่จะเหมาะกับผิวเราจริง ๆ ทั้งช่วยคุมมัน เบลอรูขุมขนให้ผิวเนียนกริบ แถมยังต้องติดทนนาน ไม่เป็นคราบระหว่างวันอีก บอกเลยว่าเป็นภารกิจตามหาเนื้อคู่ที่แท้ทรูเลยล่ะค่ะ

เพราะเข้าใจหัวอกสาว ๆ ทุกคนดี วันนี้เลยขอสวมบทเป็นเพื่อนซี้ ขันอาสาไปทำการบ้านหนักมาก รวบรวมข้อมูล จัดอันดับ 10 แป้งตัวท็อปแห่งปี 2025 มาให้เพื่อน ๆ ได้ดูกันแบบเจาะลึกสุด ๆ ค่ะ ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะมีสภาพผิวแบบไหน ผิวมัน ผิวแห้ง หรือผิวผสม หรือกำลังมองหาว่าแป้ง ยี่ห้อไหนดีที่ตอบโจทย์การใช้งานในโอกาสต่าง ๆ ตั้งแต่ลุคใส ๆ ในวันสบาย ๆ ไปจนถึงลุคสวยเป๊ะสำหรับออกงานสำคัญ รับรองว่าในลิสต์นี้มีคำตอบแน่นอนค่ะ เราจะมาดูกันตั้งแต่เนื้อสัมผัส ระดับการปกปิด ส่วนผสมเด็ด ๆ ไปจนถึงรีวิวจากผู้ใช้งานจริง เพื่อช่วยให้เพื่อน ๆ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะลงทุนกับแป้งตัวไหนดี ที่จะมาเป็นลูกรักคนใหม่ในกรุเครื่องสำอางของเราค่ะ ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลยดีกว่าว่า แป้ง ยี่ห้อไหนดี ที่จะครองใจเราในปีนี้!

🦉 เลือกอ่านหัวข้อ

10 อันดับ แป้ง ยี่ห้อไหนดี แห่งปี 2026 คุมมัน ปกปิดเนียนกริบ

ก่อนจะไปดูรีวิวแบบเต็ม ๆ ของแต่ละตัว เรามาดูตารางเปรียบเทียบภาพรวมกันก่อนดีกว่าค่ะ จะได้เห็นชัด ๆ ไปเลยว่าแป้ง ยี่ห้อไหนดีที่คุณสมบัติโดนใจเพื่อน ๆ ที่สุด แล้วค่อยเลื่อนลงไปอ่านรีวิวฉบับเจาะลึกของแต่ละอันดับกันต่อนะคะ

ตารางเปรียบเทียบสรุป

คุณสมบัติ Laura Mercier Ultra-Blur CHANEL Poudre Universelle Sasi Magic Matte M.A.C Studio Fix Cute Press Evory Retouch Innisfree No Sebum Srichand Translucent Canmake Marshmallow Bobbi Brown Sheer Finish Maybelline Fit Me
อันดับที่ 🥇 🥈 🥉 4 5 6 7 8 9 10
รูปภาพสินค้า แป้ง Laura Mercier Translucent Loose Setting Powder Ultra-Blur แป้ง CHANEL Poudre Universelle Libre แป้ง Sasi Magic Matte Foundation Powder แป้ง M.A.C Studio Fix Powder Plus Foundation แป้ง Cute Press Evory Retouch Oil Control Foundation Powder SPF30 PA+++ แป้ง Innisfree No Sebum Mineral Powder แป้ง Srichand Translucent Compact Powder แป้ง Canmake Marshmallow Finish Powder แป้ง Bobbi Brown Sheer Finish Loose Powder แป้ง Maybelline Fit Me Matte + Poreless Powder
ชื่อสินค้า (กดเพื่อเลื่อนไปดูรายละเอียด) Laura Mercier Ultra-Blur CHANEL Poudre Universelle Sasi Magic Matte M.A.C Studio Fix Cute Press Evory Retouch Innisfree No Sebum Srichand Translucent Canmake Marshmallow Bobbi Brown Sheer Finish Maybelline Fit Me
สเปกเด่น แป้งฝุ่นโปร่งแสง, เบลอรูขุมขน, คุมมัน 16 ชม., ไม่มี Talc, ผิวแพ้ง่ายใช้ได้ แป้งฝุ่นเนื้อละเอียด, ผิวโกลว์สุขภาพดี, ปกปิดบางเบา, คุมมันปานกลาง แป้งพัฟผสมรองพื้น, คุมมัน 12 ชม., ปกปิดเนียนกริบ, กันน้ำกันเหงื่อ แป้งพัฟผสมรองพื้น, ปกปิดสูง, ติดทน 24 ชม., เนื้อแมตต์, คุมมัน แป้งพัฟผสมรองพื้น, นวัตกรรมรีทัช, ปกปิดดีเยี่ยม, คุมมัน, กันแดด SPF30 PA+++ แป้งฝุ่นคุมมัน, สารสกัดจากแร่ธาตุธรรมชาติ, ไม่มีส่วนผสมอันตราย, ราคาถูก แป้งฝุ่นโปร่งแสง, คุมมันเยี่ยม, เนื้อเนียนละเอียด, ใช้ได้ทุกสีผิว แป้งอัดแข็งไม่ผสมรองพื้น, เนื้อแมตต์มาร์ชเมลโลว์, เบลอผิว, SPF50+ PA+++ แป้งฝุ่นเนื้อบางเบา, ผิวดูเป็นธรรมชาติ, คุมมัน, มีวิตามินอี, เหมาะกับทุกสภาพผิว แป้งพัฟคุมมัน, เนื้อแมตต์, เบลอรูขุมขน, ไม่ผสมรองพื้น, ราคาเข้าถึงง่าย
คะแนน ★★★★★ (9.8/10) ★★★★★ (9.6/10) ★★★★☆ (9.4/10) ★★★★☆ (9.2/10) ★★★★☆ (9.0/10) ★★★★☆ (8.8/10) ★★★★☆ (8.7/10) ★★★☆☆ (8.5/10) ★★★☆☆ (8.4/10) ★★★☆☆ (8.2/10)
เหมาะกับสภาพผิว ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวมัน, แพ้ง่าย ผิวแห้ง-ผิวผสม, ต้องการงานผิวโกลว์ ผิวมัน, ต้องการปกปิด, งบจำกัด ทุกสภาพผิว, ต้องการการปกปิดสูงสุด ผิวมัน-ผิวผสม, ต้องการการปกปิด, ผิวคนไทย ผิวมันมาก, วัยเรียน, ใช้ได้ทั้งหน้าและผม ผิวมัน-ผิวผสม, ทุกสีผิว ทุกสภาพผิว, ชอบลุคแมตต์แต่ไม่แห้ง, เติมระหว่างวัน ผิวแห้ง-ผิวธรรมดา, ชอบงานผิวธรรมชาติ ผิวมัน, รูขุมขนกว้าง, ต้องการคุมมันราคาเบาๆ
เช็กราคาล่าสุด

Lazada Shopee

Lazada Shopee

Lazada Shopee

Lazada Shopee

Lazada Shopee

Lazada Shopee

Lazada Shopee

Lazada Shopee

Lazada Shopee

Lazada Shopee

 

1. Laura Mercier Translucent Loose Setting Powder Ultra-Blur ★★★★★

“แป้งฝุ่นในตำนานเวอร์ชันใหม่! เบลอผิวเนียนกริบ คุมมัน đỉnhสูง ผิวแพ้ง่ายต้องรัก”

แป้งฝุ่น Laura Mercier Translucent Loose Setting Powder Ultra-Blur

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

ถ้าพูดถึงแป้งฝุ่นแล้วไม่พูดถึง Laura Mercier ก็คงเหมือนคุยไม่สุด! และสำหรับปี 2025 นี้ ตำนานบทใหม่ที่ต้องยกให้ก็คือ Laura Mercier Translucent Loose Setting Powder Ultra-Blur ค่ะ นี่คือการอัปเกรดจากรุ่นเดิมที่ว่าเริ่ดแล้ว ให้เริ่ดขึ้นไปอีกขั้น! ใครที่เคยถามว่ามีแป้ง ยี่ห้อไหนดีที่เหมือนใส่ฟิลเตอร์ให้ผิวตลอดเวลา ตัวนี้คือคำตอบเลยค่ะ ด้วยความที่เนื้อแป้งเนียนละเอียดระดับไมโคร ใช้เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง ทำให้เบลอรูขุมขนและริ้วรอยเล็ก ๆ ได้แบบหายวับไปกับตา ให้ฟินิชผิวแบบ Soft-Matte ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แห้งจนเกินไป แถมยังเป็นสูตร Talc-Free ที่อ่อนโยนต่อผิวสุด ๆ สาวผิวแพ้ง่ายใช้ได้หายห่วงเลยค่ะ

สเปกเด่น

  • ประเภท: แป้งฝุ่นโปร่งแสง (Translucent Loose Powder)
  • คุณสมบัติเด่น: เบลอรูขุมขนและริ้วรอย, คุมมันยาวนาน 16 ชั่วโมง, ฟินิชแบบ Soft-Matte
  • ส่วนผสมสำคัญ: Hyaluronic Acid, Amino Acid, Silica Powders
  • สูตรพิเศษ: Talc-Free, Fragrance-Free, Non-comedogenic (ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน)
  • เหมาะกับ: ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวมันและผิวแพ้ง่าย
จุดเด่น
  • เบลอผิวสวยเหมือนใส่ฟิลเตอร์
  • คุมมันได้ยาวนานถึง 16 ชั่วโมง
  • เนื้อแป้งละเอียด บางเบา ไม่หนักหน้า
  • สูตร Talc-Free อ่อนโยนต่อผิวแพ้ง่าย
  • ไม่ทำให้สีรองพื้นดรอปหรือเปลี่ยนสี
ข้อควรพิจารณา
  • ราคาสูงเมื่อเทียบกับปริมาณ
  • แพ็กเกจจิ้งแบบกระปุกอาจพกพาลำบากและใช้ยากนิดหน่อย

รีวิวแบบเจาะลึก

สิ่งที่ทำให้แป้งตัวนี้โดดเด่นและเป็นคำตอบของคำถามว่า แป้ง ยี่ห้อไหนดี สำหรับคนที่อยากได้งานผิวไร้ที่ติ คือการผสมผสานส่วนผสมที่ลงตัวสุด ๆ ค่ะ เริ่มจาก Silica Powders ที่มีขนาดเล็กและละเอียดมาก ช่วยกระจายแสงและเบลอรูขุมขนได้อย่างน่าทึ่ง ทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นทันทีที่ใช้ แต่ความพิเศษมันอยู่ตรงที่ถึงจะเบลอผิวได้ดี แต่กลับให้ความรู้สึกบางเบา สบายผิว ไม่เหมือนแป้งหนา ๆ เลยค่ะ นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของ Amino Acid และ Hyaluronic Acid ที่ช่วยบำรุงผิวไปในตัว ทำให้แป้งเซตตัวบนผิวได้ดี ไม่ทำให้ผิวแห้งเป็นขุยระหว่างวัน แม้จะเป็นแป้งคุมมันก็ตาม ซึ่งจุดนี้ตอบโจทย์คนผิวผสมหรือผิวแห้งที่อยากได้แป้งคุมมันแต่กลัวหน้าจะแมตต์เกินไปได้ดีมาก ๆ ค่ะ และด้วยคุณสมบัติคุมมันยาวนานถึง 16 ชั่วโมง ทำให้มั่นใจได้เลยว่าต่อให้เจออากาศร้อน ๆ หรือต้องใส่แมสก์ทั้งวัน หน้าก็ยังเป๊ะ ไม่เยิ้ม ไม่เป็นคราบแน่นอนค่ะ สำหรับใครที่กำลังมองหา แป้ง ยี่ห้อไหนดี ที่เป็น The Best ในการเซตเมคอัพ ตัวนี้ยืนหนึ่งจริง ๆ ค่ะ

มาพูดถึงเรื่องการใช้งานกันบ้างค่ะ แพ็กเกจจิ้งของเขามาในรูปแบบกระปุกคลาสสิก แต่ฝาตะแกรงร่อนแป้งถูกออกแบบมาให้จ่ายแป้งได้ในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่หกเลอะเทอะง่ายเกินไป วิธีใช้ที่ดีที่สุดคือการใช้พัฟ Velour Puff ของแบรนด์เอง หรือใช้แปรงคาบูกิขนนุ่ม ๆ วอร์มแป้งบนหลังมือก่อน แล้วค่อย ๆ กดซับเบา ๆ ทั่วใบหน้า โดยเน้นบริเวณ T-Zone หรือส่วนที่มันง่าย แป้งจะเซตตัวเข้ากับผิวได้ทันทีโดยไม่ทิ้งคราบขาวเลยค่ะ ด้วยความเป็นแป้งโปร่งแสง (Translucent) ทำให้ใช้ได้กับทุกสีผิว ไม่ต้องกังวลว่าหน้าจะลอยหรือสีเพี้ยนไปจากรองพื้นที่ลงไว้เลยค่ะ มันคือไอเทม “เซตแล้วจบ” ที่ช่างแต่งหน้ามืออาชีพหลายคนเลือกใช้ และเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมเมื่อมีคนถามว่าแป้ง ยี่ห้อไหนดี ชื่อของ Laura Mercier ถึงขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ เสมอ แม้ราคาจะสูงหน่อย แต่ถ้าเทียบกับคุณภาพและผลลัพธ์ที่ได้ บอกเลยว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากับผิวสวย ๆ ของเรามากค่ะ

คะแนนที่ได้

9.8/10

>>> 👁️‍🗨️ ดูสเปกเด่น + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<

รีวิวสั้น ๆ

“ลูกรักตลอดกาล! รุ่นใหม่เบลอผิวสวยกว่าเดิมอีก คุมมันดีมาก ๆ หน้าไม่ดรอปเลยทั้งวันค่ะ” – มินนี่, อายุ 28 (ผิวผสม)
“ผิวแพ้ง่ายแบบเราใช้ได้สบายเลยค่ะ ไม่อุดตัน สิวไม่ขึ้น เนื้อแป้งเบาสบายผิวจริง ๆ ค่ะ” – เจน, อายุ 34 (ผิวแพ้ง่าย)


2. CHANEL Poudre Universelle Libre ★★★★★

“แป้งฝุ่นระดับไฮเอนด์ มอบผิวสวยหรูดูแพง เนื้อละเอียดดุจอากาศ พร้อมกลิ่นหอมอ่อน ๆ”

แป้งฝุ่น CHANEL Poudre Universelle Libre

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

ถ้าจะพูดว่ามีแป้ง ยี่ห้อไหนดีที่ให้ความรู้สึกหรูหราตั้งแต่แพ็กเกจจิ้งยันเนื้อสัมผัส ชื่อของ CHANEL ต้องมาเป็นอันดับแรก ๆ เลยค่ะ และ CHANEL Poudre Universelle Libre ก็คือแป้งฝุ่นที่สาว ๆ หลายคนใฝ่ฝันอยากจะมีไว้ในครอบครอง ด้วยเนื้อแป้งที่ละเอียด บางเบาเหมือนอากาศ ทำให้เมื่อทาลงบนผิวแล้วจะรู้สึกสบายผิวมาก ๆ ไม่ทิ้งความรู้สึกหนักหน้าไว้เลยค่ะ จุดเด่นของเขาคือการให้ฟินิชผิวที่ดูสวยสุขภาพดี เป็นธรรมชาติ มีความโกลว์เบา ๆ แต่ไม่ถึงกับมันวาว ช่วยปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอและกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับวันที่ต้องการงานผิวสวย ๆ แบบ Effortless Beauty ค่ะ

สเปกเด่น

  • ประเภท: แป้งฝุ่น (Loose Powder)
  • คุณสมบัติเด่น: เนื้อละเอียด บางเบา, ผิวดูสว่างกระจ่างใส, ให้ฟินิชแบบ Natural Glow
  • ส่วนผสมสำคัญ: Photo-Reflective Pigments, Mineral Powders
  • สูตรพิเศษ: ผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนัง, มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ อันเป็นเอกลักษณ์
  • เหมาะกับ: ผิวธรรมดา, ผิวแห้ง, ผิวผสมที่ต้องการลุคผิวสวยสุขภาพดี
จุดเด่น
  • เนื้อแป้งละเอียดและบางเบามาก
  • ให้ฟินิชผิวสวยโกลว์ ดูสุขภาพดี
  • แพ็กเกจจิ้งหรูหราสมแบรนด์
  • เบลอรูขุมขนได้ดีในระดับหนึ่ง
  • มีเฉดสีให้เลือกเข้ากับสีผิวที่หลากหลาย
ข้อควรพิจารณา
  • คุมมันได้ไม่นานเท่าแป้งคุมมันโดยเฉพาะ
  • ราคาสูงมาก
  • มีส่วนผสมของน้ำหอม อาจไม่เหมาะกับคนที่แพ้ง่ายมาก ๆ

รีวิวแบบเจาะลึก

ความลับเบื้องหลังผิวสวยของแป้ง CHANEL ตัวนี้อยู่ที่ Photo-Reflective Pigments ค่ะ ซึ่งเป็นเม็ดสีที่ช่วยกระจายแสง ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งและริ้วรอยต่าง ๆ ดูจางลง เมื่อแสงตกกระทบ ผิวจะดูมีออร่าขึ้นมาทันทีค่ะ มันไม่ใช่ความแวววาวแบบชิมเมอร์นะคะ แต่เป็นความโกลว์ที่ดูเหมือนผิวดีมาตั้งแต่เกิด ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้แป้งตัวนี้แตกต่าง ถ้าใครกำลังมองหาว่ามี แป้ง ยี่ห้อไหนดี ที่จะให้ลุคคุณหนู ดูแพง แป้งตัวนี้คือใช่เลยค่ะ เนื้อแป้งมีความนุ่มลื่น เกลี่ยง่ายมาก สามารถใช้เซตหลังลงรองพื้นเพื่อให้เมคอัพติดทนนานขึ้น หรือจะใช้เดี่ยว ๆ ในวันสบาย ๆ เพื่อปรับผิวให้ดูเนียนใสก็ได้เช่นกันค่ะ ถึงแม้เรื่องการคุมมันอาจจะไม่ใช่จุดแข็งที่สุดของเขา แต่ก็สามารถซับความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้ดีในระดับหนึ่ง เหมาะกับคนผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง หรือคนผิวผสมที่ไม่ได้มีปัญหาหน้ามันมากค่ะ กลิ่นหอมกุหลาบอ่อน ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของ CHANEL ก็ช่วยเพิ่มความสุนทรีย์ระหว่างการแต่งหน้าได้เป็นอย่างดีค่ะ

สำหรับแพ็กเกจจิ้งก็คือที่สุดของความเรียบหรูตามสไตล์ CHANEL ค่ะ กระปุกสีดำตัดกับโลโก้สีขาว มาพร้อมพัฟกำมะหยี่สีขาวขนนุ่มฟูที่ใช้งานได้ดีจริง ๆ ปริมาณที่ให้มาก็ถือว่าเยอะมาก (30g) ใช้ได้นานจนลืมเลยค่ะ การเลือกเฉดสีก็สำคัญนะคะ ถึงแม้บางสีจะดูโปร่งแสง แต่ก็ยังมีเม็ดสีที่ช่วยปรับโทนผิวได้เล็กน้อย แนะนำให้ไปลองเทสต์สีที่เคาน์เตอร์เพื่อหาเฉดที่ใช่ที่สุดค่ะ โดยรวมแล้ว CHANEL Poudre Universelle Libre คือแป้งที่มอบประสบการณ์ที่มากกว่าแค่การแต่งหน้า มันคือการมอบความมั่นใจและความรู้สึกพิเศษให้กับผู้ใช้ ถ้าถามว่า แป้ง ยี่ h้อไหนดี ที่ควรค่าแก่การลงทุนเพื่อเป็นรางวัลให้ตัวเองซักชิ้น บอกเลยว่าตัวนี้ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนค่ะ ผิวสวยหรู ดูผู้ดี คือนิยามของแป้งกระปุกนี้จริง ๆ ค่ะ

คะแนนที่ได้

9.6/10

>>> 👁️‍🗨️ ดูสเปกเด่น + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<

รีวิวสั้น ๆ

“เป็นแป้งที่ใช้แล้วรู้สึกสวยมากค่ะ! ผิวดูผ่องขึ้นทันที เนื้อเบามาก ๆ หมดแล้วซื้อซ้ำแน่นอน” – พลอย, อายุ 31 (ผิวแห้ง)
“กระปุกเดียวใช้ได้เป็นปีเลย คุ้มมากค่ะ ชอบที่ทำให้ผิวดูสวยแบบไม่แมตต์เกินไป” – แอน, อายุ 38 (ผิวธรรมดา)


3. Sasi Magic Matte Foundation Powder ★★★★☆

“แป้งพัฟถูกและดีในตำนาน! ปกปิดเนียนกริบ คุมมันสุดปัง กันน้ำกันเหงื่อไม่มีหวั่น”

แป้งพัฟ Sasi Magic Matte Foundation Powder

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

มาถึงคิวของแป้งพัฟขวัญใจมหาชนกันบ้างค่ะ! ถ้าถามว่ามีแป้ง ยี่ห้อไหนดีที่ทั้งถูกและดี คุณภาพเกินราคาไปมาก ชื่อของ Sasi Magic Matte Foundation Powder ต้องติดโผมาด้วยอย่างแน่นอนค่ะ นี่คือแป้งพัฟผสมรองพื้นที่สร้างปรากฏการณ์ของขาดตลาดมาแล้วนักต่อนัก ด้วยคุณสมบัติที่อัดแน่นมาแบบจัดเต็ม ทั้งการปกปิดที่เนียนกริบ สามารถอำพรางรอยสิว จุดด่างดำ และความไม่สม่ำเสมอของสีผิวได้เป็นอย่างดี แถมยังคุมมันได้ยาวนานถึง 12 ชั่วโมง ให้ฟินิชลุคที่แมตต์สนิท เหมาะกับสภาพอากาศร้อน ๆ ของบ้านเราสุด ๆ ที่สำคัญคือกันน้ำ กันเหงื่อได้ดีมาก ต่อให้เหงื่อออกแค่ไหนก็ไม่มีทางเป็นคราบให้เสียเซลฟ์ค่ะ

สเปกเด่น

  • ประเภท: แป้งพัฟผสมรองพื้น (Foundation Powder)
  • คุณสมบัติเด่น: ปกปิดดีเยี่ยม, คุมมันยาวนาน 12 ชั่วโมง, กันน้ำ กันเหงื่อ
  • เนื้อสัมผัส: เนื้อแป้งเนียนละเอียด ให้ฟินิชลุคแบบแมตต์
  • เฉดสี: มีให้เลือกหลายเฉดสีที่ออกแบบมาเพื่อสีผิวของคนไทยโดยเฉพาะ
  • เหมาะกับ: ผิวมัน, ผิวผสม, ผู้ที่ต้องการการปกปิด และมองหาแป้งราคาน่ารัก
จุดเด่น
  • ราคาถูกมาก หาซื้อง่าย
  • ปกปิดรอยต่าง ๆ ได้เนียนกริบ
  • คุมมันดีเยี่ยม เหมาะกับอากาศเมืองไทย
  • กันน้ำ กันเหงื่อ ติดทนนาน
  • มีเฉดสีเข้ากับผิวคนไทย
ข้อควรพิจารณา
  • เนื้อแป้งอาจจะหนาไปเล็กน้อยสำหรับคนที่ไม่ชอบการปกปิด
  • อาจจะต้องเลือกรองพื้นหรือเบสที่ให้ความชุ่มชื้นก่อนลงแป้งสำหรับคนผิวแห้ง

รีวิวแบบเจาะลึก

ต้องยอมรับเลยว่า Sasi ทำแป้งรุ่นนี้ออกมาได้ตอบโจทย์สาวไทยที่มีผิวมันและต้องการการปกปิดได้ดีมาก ๆ ค่ะ เนื้อแป้งมีความเนียนละเอียด แต่พิกเมนต์สีแน่นสุด ๆ สามารถทาแบบ buildable coverage ได้ คือถ้าต้องการการปกปิดแบบบางเบาก็ใช้แปรงปัดทั่ว ๆ หน้า แต่ถ้าวันไหนต้องการความเป๊ะเป็นพิเศษ ก็สามารถใช้พัฟที่ให้มากด ๆ แท็บ ๆ ลงไปบนผิวได้เลยค่ะ รอยสิวรอยแดงต่าง ๆ คือหายเกลี้ยงโดยแทบไม่ต้องพึ่งคอนซีลเลอร์เลยค่ะ และด้วยเทคโนโลยี Oil-Control ที่ใส่เข้ามา ทำให้แป้งตัวนี้เป็นอีกหนึ่งคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับคำถามที่ว่า มีแป้ง ยี่ห้อไหนดีสำหรับคนหน้ามัน เพราะมันช่วยควบคุมความมันได้อยู่หมัดจริง ๆ ค่ะ จากที่เคยต้องซับหน้าทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง ก็สามารถยืดเวลาออกไปได้เกือบทั้งวันเลยทีเดียว ทำให้ Sasi Magic Matte กลายเป็นไอเทมที่นักเรียน นักศึกษา หรือวัยเริ่มทำงานต้องมีติดกระเป๋าไว้เสมอ

อีกหนึ่งความดีงามของแป้งศศิรุ่นนี้คือเรื่องของเฉดสีค่ะ เขาทำออกมาได้เข้ากับอันเดอร์โทนของสาวไทยมาก ๆ ทำให้ทาแล้วหน้าไม่เทา ไม่ลอยแน่นอนค่ะ แพ็กเกจจิ้งตลับสีฟ้ามิ้นต์ก็น่ารักสดใส พกพาง่าย มีกระจกและพัฟมาให้ในตัว สะดวกต่อการเติมระหว่างวันมาก ๆ ค่ะ แม้ว่าเนื้อแป้งอาจจะให้ความรู้สึกที่แมตต์และปกปิดค่อนข้างสูง ซึ่งอาจจะไม่ใช่ทางของคนผิวแห้งหรือคนที่ไม่ชอบแต่งหน้าหนา แต่สำหรับคนที่ผิวมันและต้องการความเป๊ะปังในราคาที่จับต้องได้นั้น การจะหาว่ามี แป้ง ยี่ห้อไหนดี ที่จะมาสู้กับตัวนี้ได้ในเรื่องความคุ้มค่า บอกเลยว่ายากมากค่ะ มันเป็นแป้งที่พิสูจน์ให้เห็นว่าของดีไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไปจริง ๆ ค่ะ

คะแนนที่ได้

9.4/10

>>> 👁️‍🗨️ ดูสเปกเด่น + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<

รีวิวสั้น ๆ

“ใช้มาตั้งแต่สมัยเรียนจนตอนนี้ทำงานแล้วก็ยังใช้อยู่ค่ะ ถูกและดีจริง ๆ คุมมันเริ่ดมาก” – ฝน, อายุ 24 (ผิวมัน)
“ปกปิดรอยสิวได้ดีมากค่ะ ไม่ต้องใช้คอนซีลเลอร์เลย ตลับเดียวเอาอยู่จริง ๆ” – นุ่น, อายุ 19 (นักศึกษา)


4. M.A.C Studio Fix Powder Plus Foundation ★★★★☆

“แป้งผสมรองพื้นตัวแม่! ปกปิดระดับ Full Coverage ติดทนนานตลอดวัน ผิวเนียนเป๊ะทุกสถานการณ์”

แป้งพัฟ M.A.C Studio Fix Powder Plus Foundation

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

ถ้าพูดถึงแป้งผสมรองพื้นที่เป็นไอคอนิกและยืนหนึ่งเรื่องการปกปิดมาอย่างยาวนาน จะไม่มีชื่อของ M.A.C Studio Fix Powder Plus Foundation ไม่ได้เลยค่ะ! นี่คือแป้งที่ช่างแต่งหน้ามืออาชีพทั่วโลกต่างให้การยอมรับ และเป็นไอเทมที่สาว ๆ หลายคนต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้งไว้สำหรับวันที่ต้องการความสวยเป๊ะแบบจัดเต็ม ถ้ามีใครมาถามว่ามีแป้ง ยี่ห้อไหนดีที่ปกปิดได้เหมือนลงรองพื้นแต่ใช้ง่ายและเร็วกว่า ตัวนี้คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุดค่ะ ด้วยคุณสมบัติการปกปิดระดับสูง สามารถกลบรอยต่าง ๆ ได้อย่างเรียบเนียน ไม่ว่าจะเป็นรอยสิว ฝ้า กระ หรือสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ แต่กลับให้ฟินิชผิวที่ดูเป็นแมตต์กำมะหยี่ ไม่ดูหนาเตอะหรือโบ๊ะจนเกินไปค่ะ

สเปกเด่น

  • ประเภท: แป้งพัฟผสมรองพื้น (Powder Plus Foundation)
  • คุณสมบัติเด่น: ปกปิดสูงสุด (Full Coverage), ติดทนนาน 24 ชั่วโมง, คุมมัน, ให้ลุคแมตต์
  • เนื้อสัมผัส: เนื้อแป้งเนียนนุ่มละเอียดดุจกำมะหยี่
  • เฉดสี: มีเฉดสีให้เลือกเยอะมากกกก ครอบคลุมทุกโทนสีผิวทั่วโลก
  • เหมาะกับ: ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการการปกปิดสูง หรือใช้สำหรับออกงานสำคัญ
จุดเด่น
  • ปกปิดได้เนียนกริบระดับ Full Coverage
  • ติดทนนานมาก ไม่ต้องเติมบ่อย
  • ควบคุมความมันได้ดีเยี่ยม
  • มีเฉดสีให้เลือกเยอะที่สุดแบรนด์หนึ่ง
  • ตลับเดียวจบ ครบทั้งแป้งและรองพื้น
ข้อควรพิจารณา
  • อาจจะอุดตันได้สำหรับบางคน ควรทำความสะอาดผิวหน้าให้ดี
  • หากใช้ในปริมาณที่มากเกินไปอาจจะดูหนาได้
  • ราคาค่อนข้างสูง

รีวิวแบบเจาะลึก

จุดแข็งที่สุดของ M.A.C Studio Fix คือ “ความเนียน” และ “ความทน” ค่ะ เนื้อแป้งถูกออกแบบมาให้ยึดเกาะกับผิวได้ดีเป็นพิเศษ ทำให้ติดทนนานตลอดทั้งวันโดยที่สีไม่ดรอป ไม่หมอง และไม่เป็นคราบเลยค่ะ ต่อให้ต้องเจอทั้งแดด ลม หรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออก แป้งตัวนี้ก็ยังคงรักษาความเป๊ะของผิวไว้ได้เป็นอย่างดี นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมมันถึงเป็นแป้งที่เหล่าคนดัง หรือเจ้าสาวนิยมใช้ในวันสำคัญค่ะ อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้แป้งตัวนี้เป็นคำตอบของคำถามที่ว่า แป้ง ยี่ห้อไหนดี สำหรับคนที่มีปัญหาในการหาเฉดสีที่พอดีกับผิว ก็เพราะว่า M.A.C มีเฉดสีให้เลือกเยอะมาก ๆ ค่ะ ตั้งแต่ผิวขาวสุดไปจนถึงผิวเข้มสุด พร้อมอันเดอร์โทนที่หลากหลาย ทั้งโทนชมพู (NC) และโทนเหลือง (NW) ทำให้ทุกคนสามารถหาเฉดสีที่ใช่สำหรับตัวเองได้อย่างแน่นอนค่ะ การมีแป้งที่สีพอดีกับผิวเป๊ะ ๆ คือพื้นฐานสำคัญของการแต่งหน้าที่สวยงามเลยนะคะ

เทคนิคการใช้แป้งตัวนี้ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคือการเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมค่ะ หากต้องการลุคที่ดูเป็นธรรมชาติขึ้นมาหน่อย สามารถใช้แปรงคาบูกิหัวฟู ๆ ปัดเบา ๆ ทั่วใบหน้า แต่ถ้าต้องการการปกปิดสูงสุด ให้ใช้พัฟฟองน้ำที่มาในตลับ (ซึ่งคุณภาพดีมาก) ค่อย ๆ กดลงบนผิวเบา ๆ ค่ะ การกดจะทำให้แป้งติดผิวได้ดีและเนียนกว่าการถูค่ะ และถึงแม้จะเป็นแป้งที่ปกปิดสูง แต่ด้วยความที่เนื้อแป้งละเอียดมาก ทำให้มันไม่ตกร่องหรือเน้นให้ริ้วรอยดูชัดขึ้นค่ะ อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่มันปกปิดดีมาก ๆ สิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจคือการทำความสะอาดผิวหน้าให้หมดจดในตอนเย็นนะคะ เพื่อป้องกันการอุดตันที่อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ โดยรวมแล้ว ถ้าเพื่อน ๆ กำลังมองหาว่ามี แป้ง ยี่ห้อไหนดี ที่เป็นเหมือนอาวุธลับสำหรับวันที่ต้องการความสวยเป๊ะแบบไร้ที่ติ M.A.C Studio Fix คือการลงทุนที่ไม่มีวันผิดหวังค่ะ

คะแนนที่ได้

9.2/10

>>> 👁️‍🗨️ ดูสเปกเด่น + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<

รีวิวสั้น ๆ

“ใช้รับปริญญาคือหน้าเป๊ะตั้งแต่เช้ายันค่ำเลยค่ะ ถ่ายรูปออกมาผิวสวยมาก ไม่มีดรอปเลย” – กิ๊ฟ, อายุ 23 (บัณฑิตจบใหม่)
“เป็นแป้งสามัญประจำบ้านที่ต้องมีติดไว้ค่ะ วันไหนรีบ ๆ ตบตัวเดียวจบเลย เนียนกริบจริง ๆ” – พี่อร, อายุ 35 (พนักงานออฟฟิศ)


5. Cute Press Evory Retouch Oil Control Foundation Powder SPF30 PA+++ ★★★★☆

“แป้งรีทัชผิวในตำนาน! ปกปิดเนียนใสเหมือนมืออาชีพมาเอง คุมมัน กันแดด ครบจบในตลับเดียว”

แป้งพัฟ Cute Press Evory Retouch

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

มาต่อกันที่แป้งพัฟสัญชาติไทยที่คุณภาพไม่แพ้ใคร และครองใจสาวไทยมาอย่างยาวนานกันค่ะ กับ Cute Press Evory Retouch Oil Control Foundation Powder หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “แป้งรีทัช” นั่นเอง! แค่ชื่อก็บอกแล้วว่าคุณสมบัติของเขาไม่ธรรมดา ถ้าเพื่อน ๆ กำลังมองหาว่ามีแป้ง ยี่ห้อไหนดีที่ทาแล้วเหมือนผิวผ่านการรีทัชมาเบา ๆ ตัวนี้แหละค่ะคือคำตอบ ด้วยนวัตกรรม Double-Coated Powder Technology ที่ทำให้อณูแป้งมีขนาดเล็กและเคลือบผิวได้ดีเป็นพิเศษ ทำให้มันสามารถปกปิดจุดด่างดำ ริ้วรอย และเบลอรูขุมขนได้อย่างเรียบเนียน แต่ยังคงให้ลุคที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ดูหนาหนักจนเกินไปค่ะ

สเปกเด่น

  • ประเภท: แป้งพัฟผสมรองพื้น (Foundation Powder)
  • คุณสมบัติเด่น: ปกปิดเนียนเหมือนรีทัชผิว, คุมมัน 12 ชั่วโมง, กันแดด SPF30 PA+++, กันน้ำ กันเหงื่อ
  • เทคโนโลยีพิเศษ: Double-Coated Powder Technology, Vitamin E & Squalane
  • เฉดสี: มีเฉดสีที่พัฒนามาเพื่อผิวสาวเอเชียโดยเฉพาะ
  • เหมาะกับ: ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวผสมถึงผิวมัน และผู้ที่ต้องการการปกปิดในชีวิตประจำวัน
จุดเด่น
  • ให้การปกปิดที่ดีแต่ยังดูเป็นธรรมชาติ
  • ควบคุมความมันได้ดีและติดทนนาน
  • มีสารกันแดดในตัว สะดวกต่อการใช้งาน
  • มีส่วนผสมของวิตามินอีช่วยบำรุงผิว
  • ราคาสมเหตุสมผล หาซื้อง่าย
ข้อควรพิจารณา
  • เฉดสีอาจจะยังไม่ครอบคลุมเท่าแบรนด์อินเตอร์
  • แพ็กเกจจิ้งอาจจะดูไม่แข็งแรงเท่าแบรนด์ราคาสูง

รีวิวแบบเจาะลึก

ความพิเศษของ “แป้งรีทัช” ที่ทำให้มันกลายเป็นอีกหนึ่งคำตอบของคำถามว่า แป้ง ยี่ห้อไหนดี คือความสามารถในการควบคุมความมันได้ยาวนานถึง 12 ชั่วโมงค่ะ ซึ่งเหมาะกับไลฟ์สไตล์และอากาศของเมืองไทยมาก ๆ ค่ะ ไม่ว่าจะต้องทำงานในห้องแอร์ หรือออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง ก็มั่นใจได้ว่าหน้าจะไม่เยิ้มระหว่างวัน และที่สำคัญคือมันกันน้ำ กันเหงื่อได้ดีมาก ๆ ทำให้เมคอัพยังคงสวยเป๊ะเหมือนเดิม นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มส่วนผสมของ Vitamin E และ Squalane เข้ามาเพื่อช่วยบำรุงให้ผิวคงความชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน ซึ่งเป็นจุดที่แป้งคุมมันหลาย ๆ ตัวมักจะมองข้ามไปค่ะ การมีส่วนผสมบำรุงเหล่านี้ทำให้แป้งเซตตัวบนผิวได้ดีขึ้นและดูไม่เป็นแป้งจนเกินไปค่ะ และอีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับแป้งในยุคนี้ก็คือการป้องกันแสงแดด ซึ่ง Cute Press Evory Retouch ก็จัดมาให้ถึง SPF30 PA+++ เพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตประจำวันในเมืองเลยค่ะ

ในส่วนของเนื้อสัมผัส ต้องบอกว่าแป้งรุ่นนี้ทำออกมาได้ดีมากค่ะ เนื้อเนียนนุ่ม เกลี่ยง่าย ไม่เป็นก้อน สามารถใช้พัฟค่อย ๆ กดลงบนผิวเพื่อเพิ่มระดับการปกปิดในบริเวณที่ต้องการได้โดยไม่ทำให้ดูหนาเลยค่ะ ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวที่ดูเรียบเนียน สว่างใสขึ้น แต่ยังคงความเป็นผิวอยู่ค่ะ แพ็กเกจจิ้งตลับสีม่วงที่เป็นเอกลักษณ์ก็ดูสวยงามน่าใช้ พกพาสะดวก มีชั้นแยกเก็บพัฟอย่างเป็นสัดส่วนเพื่อความสะอาด ถูกสุขลักษณะค่ะ ด้วยคุณสมบัติที่ครบเครื่องทั้งปกปิด คุมมัน กันแดด แถมยังบำรุงผิวไปในตัว ในราคาที่น่าคบหา จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เมื่อมีคนถามถึงว่ามีแป้ง ยี่ห้อไหนดีที่คุณภาพดีและราคาเข้าถึงง่าย Cute Press Evory Retouch จะเป็นชื่อที่หลายคนแนะนำเป็นเสียงเดียวกันค่ะ มันเป็นแป้งที่เหมาะกับทุกวันจริง ๆ ค่ะ

คะแนนที่ได้

9.0/10

>>> �️‍🗨️ ดูสเปกเด่น + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<

รีวิวสั้น ๆ

“เป็นแป้งที่ใช้ทุกวันเลยค่ะ ปกปิดกำลังดี ไม่หนักหน้าเลย คุมมันได้ดีมาก ๆ ค่ะ” – โบว์, อายุ 27 (พนักงานบริษัท)
“ชอบที่ทาแล้วผิวดูเนียนสวยเหมือนในโฆษณาเลยค่ะ กันแดดได้ด้วย ตลับเดียวจบเลย” – แต้ว, อายุ 30 (ฟรีแลนซ์)


6. Innisfree No Sebum Mineral Powder ★★★★☆

“แป้งฝุ่นคุมมันในตำนาน ราคาหลักร้อย! ตัวช่วยชีวิตคนหน้ามัน ใช้ได้สารพัดประโยชน์”

แป้งฝุ่น Innisfree No Sebum Mineral Powder

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

ถ้าพูดถึงแป้งคุมมันที่ราคาน่ารักและเป็นไอเทมที่ต้องมีติดกระเป๋าของสาว ๆ โดยเฉพาะวัยเรียนวัยใส จะขาดชื่อของ Innisfree No Sebum Mineral Powder ไปไม่ได้เด็ดขาดค่ะ! นี่คือแป้งฝุ่นโปร่งแสงขนาดพกพาที่โด่งดังเรื่องการควบคุมความมันแบบสุดขั้ว ถ้าใครมีปัญหาหน้ามันเยิ้มระหว่างวัน หรือกำลังมองหาว่ามีแป้ง ยี่ห้อไหนดีที่จะมาเป็นฮีโร่คอยซับมัน ตัวนี้คือเพื่อนแท้เลยค่ะ ด้วยส่วนผสมจากแร่ธาตุธรรมชาติจากเกาะเชจูและมิ้นท์ ที่ช่วยดูดซับความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ผิวดูแมตต์และสดชื่นขึ้นทันทีที่ใช้ค่ะ

สเปกเด่น

  • ประเภท: แป้งฝุ่นควบคุมความมัน (Loose Powder)
  • คุณสมบัติเด่น: ควบคุมความมันดีเยี่ยม, ปรับสมดุลน้ำและน้ำมันบนผิว, ใช้ได้สารพัดประโยชน์
  • ส่วนผสมสำคัญ: แร่ธาตุธรรมชาติจากเชจู, สารสกัดจากมิ้นท์
  • สูตรพิเศษ: ปราศจากสารอันตราย 6 ชนิด (พาราเบน, ทัลคัม, สีสังเคราะห์, ส่วนผสมจากสัตว์, น้ำมันแร่ และน้ำหอมสังเคราะห์)
  • เหมาะกับ: ผิวมันมาก, ผิวผสม, ผู้ที่มีปัญหาสิว และผิวแพ้ง่าย
จุดเด่น
  • ควบคุมความมันได้ดีมาก ๆ
  • ราคาถูกและหาซื้อง่าย
  • อ่อนโยนต่อผิว ปราศจากสารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง
  • ใช้ได้หลายอย่าง ทั้งเซ็ตเมคอัพ ซับมัน หรือลดความมันของเส้นผม
  • ตลับเล็กกะทัดรัด พกพาสะดวก
ข้อควรพิจารณา
  • ไม่มีคุณสมบัติในการปกปิด
  • อาจทำให้ผิวดูขาวขึ้นเล็กน้อยหากใช้ในปริมาณที่มากเกินไป
  • พัฟที่ให้มามีขนาดเล็ก อาจใช้งานไม่ค่อยถนัด

รีวิวแบบเจาะลึก

สิ่งที่ทำให้แป้ง Innisfree No Sebum เป็นมากกว่าแป้งฝุ่นธรรมดา คือความสารพัดประโยชน์ของมันค่ะ นอกจากจะใช้เซตเมคอัพหลังลงรองพื้น หรือใช้เติมระหว่างวันเพื่อควบคุมความมันแล้ว สาว ๆ หลายคนยังนำไปประยุกต์ใช้ในรูปแบบอื่น ๆ ด้วยค่ะ เช่น ใช้เป็น Dry Shampoo ฉุกเฉินในวันที่ไม่ได้สระผม โดยการเทแป้งลงบนฝ่ามือแล้วขยี้เบา ๆ ที่โคนผม แป้งจะช่วยดูดซับความมัน ทำให้ผมดูมีวอลลุ่มและไม่ลีบแบนค่ะ หรือจะใช้ทาเปลือกตาก่อนลงอายแชโดว์ เพื่อช่วยให้อายแชโดว์ติดทนนานและสีชัดขึ้นก็ได้เช่นกัน นี่จึงเป็นคำตอบที่ดีมากสำหรับคำถามว่า แป้ง ยี่ห้อไหนดี ที่ซื้อหนึ่งแต่ได้ประโยชน์หลายต่อค่ะ ด้วยความที่เนื้อแป้งเป็นสีขาวโปร่งแสงและมีขนาดเล็ก ทำให้มันกลืนไปกับผิวได้ดี ไม่ทิ้งคราบขาว (หากใช้ในปริมาณที่พอเหมาะ) และยังช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้นเล็กน้อยด้วยค่ะ

ความอ่อนโยนก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่สำคัญของแป้งตัวนี้ค่ะ ด้วยสูตร 6-Free ที่ปราศจากสารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง ทำให้คนที่มีผิวแพ้ง่ายหรือมีแนวโน้มเป็นสิวง่ายสามารถใช้ได้อย่างสบายใจค่ะ กลิ่นหอมสะอาด ๆ ของมิ้นท์ก็ช่วยให้รู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่ใช้ แพ็กเกจจิ้งตลับสีเขียวมิ้นท์ขนาดจิ๋วก็พกพาใส่กระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงได้สบาย ๆ เลยค่ะ แม้ว่ามันจะไม่ได้ช่วยเรื่องการปกปิดริ้วรอยหรือจุดด่างดำใด ๆ แต่นั่นก็ไม่ใช่จุดประสงค์หลักของแป้งตัวนี้อยู่แล้วค่ะ หน้าที่ของมันคือการเป็น “หน่วยซับมันเคลื่อนที่” ที่มีประสิทธิภาพสูง และทำหน้าที่นั้นได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติค่ะ สำหรับใครที่กำลังมองหาว่ามี แป้ง ยี่ห้อไหนดี ที่จะมาเป็นตัวช่วยควบคุมความมันในราคาที่ใคร ๆ ก็เอื้อมถึง Innisfree No Sebum คือตัวเลือกที่ต้องลองค่ะ!

คะแนนที่ได้

8.8/10

>>> 👁️‍🗨️ ดูสเปกเด่น + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<

รีวิวสั้น ๆ

“ขาดไม่ได้เลยค่ะตัวนี้! เป็นคนหน้ามันมาก ใช้ซับระหว่างวันคือเริ่ดสุด หน้าแมตต์ทันทีเลย” – ฟ้า, อายุ 20 (นักศึกษา)
“เอาไว้ใช้กับผมวันที่รีบ ๆ คือดีมากค่ะ ผมหายมันเลย ตลับเล็กพกง่าย ชอบมากค่ะ” – เมย์, อายุ 26 (พนักงานออฟฟิศ)


7. Srichand Translucent Compact Powder ★★★★☆

“แป้งม่วงในตำนานเวอร์ชันอัดแข็ง! คุมมันเยี่ยม พกง่าย ใช้สะดวก ตอบโจทย์ทุกสีผิว”

แป้งอัดแข็ง Srichand Translucent Compact Powder

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

จากแป้งฝุ่นในกระปุกสีม่วงที่เป็นตำนาน สู่แป้งอัดแข็งที่ใช้งานง่ายและพกพาสะดวกยิ่งขึ้น! Srichand Translucent Compact Powder คือการนำเอาคุณสมบัติเด่นเรื่องการควบคุมความมันอันเลื่องชื่อของศรีจันทร์ มาใส่ไว้ในตลับที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ค่ะ ถ้าเพื่อน ๆ เป็นแฟนของแป้งม่วงศรีจันทร์แต่รู้สึกว่าการใช้แบบฝุ่นมันอาจจะเลอะเทอะไปหน่อย หรือกำลังมองหาว่ามีแป้ง ยี่ห้อไหนดีที่เป็นแป้งโปร่งแสงคุมมันในรูปแบบตลับ ตัวนี้คือใช่เลยค่ะ เนื้อแป้งมีความเนียนละเอียด บางเบา และโปร่งแสง ทำให้สามารถใช้ได้กับทุกโทนสีผิวโดยไม่ต้องกลัวหน้าลอยค่ะ

สเปกเด่น

  • ประเภท: แป้งอัดแข็งโปร่งแสง (Translucent Compact Powder)
  • คุณสมบัติเด่น: ควบคุมความมันยาวนาน, เนื้อแป้งโปร่งแสงใช้ได้ทุกสีผิว, ช่วยเซ็ตเมคอัพ
  • เทคโนโลยีพิเศษ: Sebum Sensor Technology
  • แพ็กเกจจิ้ง: ตลับพกพาง่าย มีกระจกและพัฟในตัว
  • เหมาะกับ: ผิวมัน, ผิวผสม, ผู้ที่ต้องการแป้งสำหรับเติมระหว่างวัน
จุดเด่น
  • ควบคุมความมันได้ดีเยี่ยม สมชื่อศรีจันทร์
  • รูปแบบตลับพกพาง่าย ใช้งานสะดวก
  • เนื้อแป้งโปร่งแสง ไม่ทำให้สีรองพื้นเปลี่ยน
  • ราคาเข้าถึงง่าย คุณภาพดี
  • ช่วยให้เมคอัพติดทนขึ้น
ข้อควรพิจารณา
  • ไม่มีคุณสมบัติในการปกปิดริ้วรอยหรือจุดด่างดำ
  • อาจจะต้องเติมซ้ำระหว่างวันสำหรับคนผิวมันมาก ๆ
  • พัฟที่ให้มาอาจจะบางไปเล็กน้อย

รีวิวแบบเจาะลึก

หัวใจสำคัญของแป้งศรีจันทร์รุ่นนี้คือเทคโนโลยี Sebum Sensor ที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะค่ะ มันทำหน้าที่เหมือนเซ็นเซอร์คอยตรวจจับและดูดซับความมันส่วนเกินที่ผลิตออกมาจากผิว ทำให้ผิวหน้ายังคงความแมตต์และเรียบเนียนได้ยาวนานขึ้นค่ะ เนื้อแป้งมีความเนียนละเอียดมากเมื่อเทียบกับแป้งอัดแข็งในระดับราคาเดียวกัน ทำให้เวลาทาลงบนผิวแล้วไม่รู้สึกเป็นฝุ่นหรือเป็นก้อนเลยค่ะ มันจะช่วยเซตตัวรองพื้นหรือคุชชั่นให้ติดทนยิ่งขึ้น และเบลอรูขุมขนได้ในระดับหนึ่ง ทำให้ผิวโดยรวมดูนวลเนียนขึ้นค่ะ นี่จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่กำลังมองหาว่ามี แป้ง ยี่ห้อไหนดี ที่จะมาเป็นตัวช่วยควบคุมความมันในชีวิตประจำวันค่ะ

แพ็กเกจจิ้งตลับสีม่วงเข้มดูเรียบหรูเกินราคาไปมากค่ะ ขนาดกำลังดี พกใส่กระเป๋าเครื่องสำอางได้สบาย ๆ มีกระจกเงาบานใหญ่และพัฟคุณภาพดีมาให้ในตัว ทำให้สะดวกมาก ๆ สำหรับการหยิบขึ้นมาเติมระหว่างวันค่ะ การที่มันเป็นแป้งโปร่งแสงก็ถือเป็นข้อดีอย่างมาก เพราะไม่ต้องเสียเวลาเลือกเฉดสีให้วุ่นวาย และไม่ต้องกังวลว่าทาซ้ำแล้วหน้าจะดูหนาหรือสีเพี้ยนไปจากเดิมค่ะ แม้ว่ามันจะไม่ได้ให้การปกปิดใด ๆ แต่สำหรับคนที่ต้องการแป้งที่ทำหน้าที่ควบคุมความมันและเซตเมคอัพโดยเฉพาะ การหาว่ามี แป้ง ยี่ห้อไหนดี ที่จะทำหน้าที่นี้ได้ดีในรูปแบบตลับและราคาที่เป็นมิตรขนาดนี้ บอกเลยว่า Srichand Translucent Compact Powder คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดในตลาดตอนนี้เลยค่ะ

คะแนนที่ได้

8.7/10

>>> 👁️‍🗨️ ดูสเปกเด่น + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<

รีวิวสั้น ๆ

“พกติดกระเป๋าตลอดเลยค่ะ ใช้ง่ายกว่าแบบฝุ่นเยอะเลย คุมมันดีเหมือนเดิม ชอบมากค่ะ” – จ๋า, อายุ 29 (ฟรีแลนซ์)
“ใช้เซตรองพื้นแล้วเมคอัพติดทนขึ้นจริงค่ะ หน้าไม่มันเร็วเหมือนเมื่อก่อน ราคาดีด้วยค่ะ” – แพรว, อายุ 25 (พนักงานออฟฟิศ)


8. Canmake Marshmallow Finish Powder ★★★☆☆

“แป้งมาร์ชเมลโลว์ผิวเนียนนุ่ม! เบลอผิวสวยใสสไตล์ญี่ปุ่น พร้อมกันแดดจัดเต็ม”

แป้งอัดแข็ง Canmake Marshmallow Finish Powder

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

ข้ามมาที่ฝั่งญี่ปุ่นกันบ้างค่ะ กับแป้งอัดแข็งที่ไม่ผสมรองพื้นที่โด่งดังและเป็นที่รักของสาว ๆ ทั่วเอเชีย! Canmake Marshmallow Finish Powder คือแป้งที่มอบฟินิชผิวสมชื่อเลยค่ะ คือให้ผิวที่ดูเนียนนุ่มน่าสัมผัสเหมือนมาร์ชเมลโลว์ ถ้าเพื่อน ๆ กำลังมองหาว่ามีแป้ง ยี่ห้อไหนดีที่ช่วยเบลอรูขุมขนและทำให้ผิวดูผ่องใสขึ้นแบบไม่ดูโบ๊ะ ตัวนี้คือคำตอบที่น่ารักน่าลองมาก ๆ ค่ะ มันเป็นแป้ง Finishing Powder ที่มีเนื้อละเอียดมาก ๆ ช่วยอำพรางความไม่เรียบเนียนของผิวและควบคุมความมันส่วนเกิน ทำให้ผิวดูแมตต์แต่ไม่แห้งกร้าน ยังคงความนุ่มนวลของผิวไว้ค่ะ

สเปกเด่น

  • ประเภท: แป้งอัดแข็งไม่ผสมรองพื้น (Finishing Powder)
  • คุณสมบัติเด่น: เบลอรูขุมขน, ผิวดูเนียนนุ่ม, ควบคุมความมัน, กันแดดสูง SPF50+ PA+++
  • ส่วนผสมสำคัญ: มีส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติ 10 ชนิด และสารบำรุงผิว
  • สูตรพิเศษ: ไม่ต้องใช้คลีนซิ่ง สามารถล้างออกได้ด้วยโฟมล้างหน้า (เมื่อใช้เดี่ยว ๆ)
  • เหมาะกับ: ทุกสภาพผิว, ผู้ที่ชอบลุคใส ๆ เป็นธรรมชาติ หรือใช้เซ็ตเมคอัพ
จุดเด่น
  • ให้ผิวที่ดูเนียนนุ่มเหมือนมาร์ชเมลโลว์
  • เบลอรูขุมขนได้ดีมาก
  • มีค่ากันแดดสูงถึง SPF50+ PA+++
  • แพ็กเกจจิ้งสวยงามน่ารักสไตล์เจ้าหญิง
  • ล้างออกง่าย ไม่ต้องใช้คลีนซิ่ง (เมื่อทาเดี่ยว)
ข้อควรพิจารณา
  • การปกปิดค่อนข้างน้อย
  • พัฟที่ให้มาอาจจะเก็บเนื้อแป้งได้ไม่ดีเท่าที่ควร
  • เฉดสีมีให้เลือกไม่มากนัก

รีวิวแบบเจาะลึก

สิ่งที่ทำให้แป้ง Canmake Marshmallow แตกต่างและเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคำถามว่า แป้ง ยี่ห้อไหนดี คือการที่มันเป็นแป้ง Finishing ที่มีคุณสมบัติครบเครื่องมาก ๆ ค่ะ นอกจากจะช่วยเบลอผิวให้สวยแล้ว ยังมีค่ากันแดดที่สูงลิ่วถึง SPF50+ PA+++ ซึ่งหาได้ยากในผลิตภัณฑ์ประเภทแป้งค่ะ ทำให้มันเหมาะมาก ๆ สำหรับการใช้เติมระหว่างวันเพื่อทัชอัพเมคอัพและเติมการป้องกันแสงแดดไปในตัวค่ะ เนื้อแป้งมีความบางเบาและมีเม็ดสีที่ช่วยปรับผิวให้สว่างขึ้นเล็กน้อย ทำให้หน้าดูไบรท์ ไม่หมองคล้ำค่ะ นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของสารบำรุงที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ทำให้แม้จะเป็นแป้งเนื้อแมตต์แต่ก็ไม่ทำให้ผิวแห้งเป็นขุยค่ะ และจุดเด่นอีกอย่างที่หลายคนชอบคือมันสามารถล้างออกได้ง่ายด้วยสบู่หรือโฟมล้างหน้าธรรมดาเลยค่ะ (ในกรณีที่ไม่ได้ลงรองพื้นหรือเมคอัพอื่น ๆ ที่กันน้ำ) ซึ่งสะดวกมาก ๆ สำหรับวันสบาย ๆ ค่ะ

แพ็กเกจจิ้งของ Canmake ก็ขึ้นชื่อเรื่องความน่ารักฟรุ้งฟริ้งอยู่แล้วค่ะ ตลับสีทองหรูหราลายวิจิตรเหมือนหลุดออกมาจาก παραμύθι (เทพนิยาย) เลยค่ะ พกไปไหนก็มีแต่คนทักแน่นอนค่ะ แม้ว่าพัฟที่ให้มาอาจจะดูบอบบางไปสักหน่อย แต่ก็สามารถใช้งานได้ดีในระดับหนึ่งค่ะ หรือถ้าใครถนัดใช้แปรง ก็สามารถใช้แปรงคาบูกิหัวแบนปัดเบา ๆ เพื่อให้ได้ลุคที่บางเบายิ่งขึ้นค่ะ โดยรวมแล้ว ถ้าเพื่อน ๆ กำลังมองหาว่ามี แป้ง ยี่ห้อไหนดี ที่จะมาเป็นแป้งตัวจบสำหรับเซตทุกอย่างให้เข้าที่ พร้อมเบลอผิวให้สวยนัวสไตล์สาวญี่ปุ่น และยังได้การป้องกันแดดแบบเต็ม ๆ Canmake Marshmallow Finish Powder คือไอเทมที่ต้องลองค่ะ!

คะแนนที่ได้

8.5/10

>>> 👁️‍🗨️ ดูสเปกเด่น + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<

รีวิวสั้น ๆ

“ใช้เซ็ตหลังลงคุชชั่นคือผิวสวยมากค่ะ ดูนวล ๆ เบลอ ๆ เหมือนใส่ฟิลเตอร์เลย” – อาย, อายุ 22 (นักศึกษา)
“ชอบที่กันแดดเยอะดีค่ะ เอาไว้เติมระหว่างวันสะดวกมาก ตลับสวยด้วยค่ะ” – หวาน, อายุ 28 (ครีเอทีฟ)


9. Bobbi Brown Sheer Finish Loose Powder ★★★☆☆

“แป้งฝุ่นเนื้อเชียร์สุดบางเบา มอบผิวสวยเป็นธรรมชาติ คุมมันกำลังดี”

แป้งฝุ่น Bobbi Brown Sheer Finish Loose Powder

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

สำหรับสาว ๆ ที่เป็นแฟนคลับของลุค “Makeup No Makeup” และกำลังมองหาว่ามีแป้ง ยี่ห้อไหนดีที่จะมาช่วยเซตเมคอัพโดยไม่ทำให้ดูเหมือนแต่งหน้าหนาเลยสักนิด Bobbi Brown Sheer Finish Loose Powder คือคำตอบที่ใช่เลยค่ะ นี่คือแป้งฝุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องความบางเบาและให้ฟินิชที่ดูเป็นผิวจริงมากที่สุดตัวหนึ่งในตลาดเลยค่ะ ด้วยอณูแป้งที่ละเอียดและปราศจากน้ำมัน (Oil-Free) 100% ทำให้มันสามารถควบคุมความมันได้โดยไม่ไปบดบังความสวยงามของผิวจริงค่ะ

สเปกเด่น

  • ประเภท: แป้งฝุ่น (Loose Powder)
  • คุณสมบัติเด่น: เนื้อบางเบา (Sheer Finish), ควบคุมความมัน, ให้ลุคที่เป็นธรรมชาติ
  • ส่วนผสมสำคัญ: Vitamin E, Corn Starch
  • สูตรพิเศษ: Oil-Free 100%, Dermatologist-Tested
  • เหมาะกับ: ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวธรรมดาถึงผิวผสม ที่ชอบการแต่งหน้าแบบบางเบา
จุดเด่น
  • เนื้อแป้งบางเบามาก ให้ลุคที่เป็นธรรมชาติสุด ๆ
  • ควบคุมความมันได้ดีในระดับหนึ่ง
  • มีส่วนผสมของวิตามินอี ช่วยบำรุงผิว
  • มีเฉดสีให้เลือกหลากหลาย เข้ากับสีผิวได้ง่าย
  • ไม่ทำให้หน้าดูแห้งหรือเป็นคราบ
ข้อควรพิจารณา
  • การปกปิดน้อยมาก ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการกลบรอยสิว
  • ราคาสูง
  • อาจจะต้องเติมระหว่างวันสำหรับคนผิวมันมาก ๆ

รีวิวแบบเจาะลึก

ปรัชญาของ Bobbi Brown คือการเน้นความงามตามธรรมชาติของผู้หญิงแต่ละคน และแป้งตัวนี้ก็สะท้อนปรัชญานั้นออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบค่ะ มันไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อปกปิดหรือเปลี่ยนแปลง แต่ถูกสร้างมาเพื่อ “เสริม” ให้ผิวจริงดูดีขึ้นค่ะ เนื้อแป้งที่ทำจากข้าวโพด (Corn Starch) ช่วยดูดซับความมันได้อย่างอ่อนโยน ในขณะที่วิตามินอี (Vitamin E) ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและมอบความชุ่มชื้นให้กับผิว ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวที่ดูสดใส ไม่มันวาว แต่ก็ไม่แห้งแมตต์จนเกินไปค่ะ มันคือความสมดุลที่พอดีสำหรับผิวที่ดูสุขภาพดีค่ะ ถ้าใครกำลังค้นหาว่ามี แป้ง ยี่ห้อไหนดี ที่จะทำให้คนอื่นทักว่า “วันนี้ผิวดีจัง” ไม่ใช่ “วันนี้แต่งหน้าสวยจัง” ตัวนี้คือคำตอบที่ถูกต้องที่สุดค่ะ

Bobbi Brown Sheer Finish Loose Powder มีเฉดสีให้เลือกค่อนข้างเยอะ และส่วนใหญ่จะเป็นโทนสีที่เหมาะกับผิวจริง ทำให้เลือกใช้ง่ายค่ะ สามารถใช้แปรงขนนุ่มฟูแตะแป้งแล้วปัดเบา ๆ ทั่วใบหน้าเพื่อเซตรองพื้น หรือจะใช้พัฟกดเบา ๆ เฉพาะบริเวณ T-Zone เพื่อควบคุมความมันก็ได้เช่นกันค่ะ แพ็กเกจจิ้งเรียบหรูสไตล์มินิมอลตามแบบฉบับของ Bobbi Brown ก็ดูดีน่าใช้ค่ะ แม้ว่าราคาอาจจะสูงไปสักหน่อย แต่ด้วยปริมาณที่ให้มาค่อนข้างเยอะและผลลัพธ์ที่ได้นั้นคุ้มค่าแน่นอนค่ะ สำหรับคนที่ไม่ได้มีปัญหาผิวมากนักและแค่อยากได้แป้งดี ๆ สักตัวมาช่วยควบคุมความมันและเซตเมคอัพให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุด การจะหาว่ามี แป้ง ยี่ห้อไหนดี ที่จะมาตอบโจทย์นี้ได้ดีเท่า Bobbi Brown ตัวนี้ก็คงจะยากแล้วล่ะค่ะ

คะแนนที่ได้

8.4/10

>>> 👁️‍🗨️ ดูสเปกเด่น + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<

รีวิวสั้น ๆ

“เป็นแป้งที่ธรรมชาติมากค่ะ เหมือนไม่ได้ทาอะไรเลย แต่หน้าไม่มัน ชอบมากค่ะ” – นัท, อายุ 32 (ครู)
“ใช้เซตใต้ตาแล้วไม่ตกร่องเลยค่ะ เนื้อเบาจริง ๆ สมคำร่ำลือ” – ป่าน, อายุ 29 (กราฟิกดีไซเนอร์)


10. Maybelline Fit Me Matte + Poreless Powder ★★★☆☆

“แป้งคุมมัน เบลอรูขุมขนราคานักเรียน! เนื้อแมตต์เนียนสนิท ฟิตพอดีกับผิว”

แป้งพัฟ Maybelline Fit Me Matte + Poreless Powder

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

ปิดท้ายลิสต์กันด้วยแป้งพัฟคุมมันจากแบรนด์ดรักสโตร์เจ้าดังที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีค่ะ! Maybelline Fit Me Matte + Poreless Powder คือแป้งอัดแข็งไม่ผสมรองพื้นที่ออกแบบมาเพื่อคนผิวมันและมีปัญหารูขุมขนกว้างโดยเฉพาะ ถ้าเพื่อน ๆ กำลังมองหาว่ามีแป้ง ยี่ห้อไหนดีที่ราคาเบา ๆ แต่คุณภาพคับตลับ ตัวนี้คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ ด้วยเทคโนโลยีไมโครพาวเดอร์ที่ช่วยดูดซับความมันและเบลอรูขุมขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและแมตต์สวยตลอดวันค่ะ

สเปกเด่น

  • ประเภท: แป้งอัดแข็งไม่ผสมรองพื้น (Pressed Powder)
  • คุณสมบัติเด่น: ควบคุมความมัน, เบลอรูขุมขน, ให้ฟินิชแบบแมตต์
  • เทคโนโลยีพิเศษ: Perlite Mineral Technology
  • สูตรพิเศษ: ผ่านการทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง, ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน
  • เหมาะกับ: ผิวธรรมดาถึงผิวมัน, ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง
จุดเด่น
  • ราคาถูกมากและหาซื้อง่ายสุด ๆ
  • เบลอรูขุมขนได้ดี ทำให้ผิวดูเนียน
  • ควบคุมความมันได้ดีในระดับราคาเท่านี้
  • มีเฉดสีให้เลือกค่อนข้างเยอะ
  • เนื้อแป้งบางเบา ไม่หนักหน้า
ข้อควรพิจารณา
  • การปกปิดค่อนข้างน้อย
  • แพ็กเกจจิ้งไม่ค่อยแข็งแรงและไม่มีกระจก
  • อาจจะต้องเติมบ่อยระหว่างวัน

รีวิวแบบเจาะลึก

จุดเด่นของแป้ง Fit Me รุ่นนี้อยู่ที่ Perlite Mineral Technology ค่ะ ซึ่งเป็นแร่ธาตุจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติในการดูดซับความมันได้ดีเยี่ยม ทำให้แป้งตัวนี้สามารถควบคุมความเงาบนใบหน้าได้ยาวนานขึ้นค่ะ นอกจากนี้เนื้อแป้งยังช่วยเบลอรูขุมขน ทำให้ผิวโดยรวมดูเรียบเนียนขึ้นทันทีหลังใช้ค่ะ มันเป็นแป้งที่เหมาะมาก ๆ สำหรับใช้เซตหลังจากลงรองพื้นในไลน์เดียวกันอย่าง Maybelline Fit Me Matte + Poreless Foundation เพื่อเสริมประสิทธิภาพการคุมมันและเบลอผิวให้ถึงขีดสุดค่ะ แต่ถึงจะใช้เดี่ยว ๆ ในวันสบาย ๆ มันก็ให้ผลลัพธ์ที่ดีในการควบคุมความมันและทำให้หน้าดูผ่องขึ้นค่ะ สำหรับนักเรียนนักศึกษาหรือใครก็ตามที่กำลังมองหาว่ามี แป้ง ยี่ห้อไหนดี ที่จะมาเป็นตัวเริ่มต้นในการเข้าสู่วงการเมคอัพ ตัวนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมาก ๆ ค่ะ

Maybelline Fit Me Matte + Poreless Powder มีเฉดสีให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย ซึ่งเป็นข้อดีของไลน์ Fit Me ที่เขาพยายามจะทำผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับสีผิวของคนให้ได้มากที่สุดค่ะ เนื้อแป้งมีความบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบค่ะ อย่างไรก็ตาม แพ็กเกจจิ้งของรุ่นนี้อาจจะเป็นจุดที่ต้องพิจารณาสักหน่อยค่ะ เพราะเป็นตลับพลาสติกที่ค่อนข้างบอบบางและไม่มีกระจกมาให้ ทำให้การพกพาไปเติมระหว่างวันอาจจะไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่นัก แต่ถ้ามองข้ามเรื่องแพ็กเกจจิ้งไป แล้วโฟกัสที่คุณภาพของเนื้อแป้งที่อยู่ข้างในเทียบกับราคาแล้ว การจะหาว่ามี แป้ง ยี่ห้อไหนดี ที่จะให้ผลลัพธ์ในการเบลอรูขุมขนและคุมมันได้ดีเท่านี้ในราคาไม่ถึงสามร้อยบาท ก็ต้องบอกว่า Maybelline Fit Me ทำออกมาได้น่าประทับใจมาก ๆ ค่ะ

คะแนนที่ได้

8.2/10

>>> 👁️‍🗨️ ดูสเปกเด่น + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<

รีวิวสั้น ๆ

“ใช้คู่กับรองพื้น Fit Me คือผิวสวยมากค่ะ คุมมันดี รูขุมขนหายไปเลย” – มายด์, อายุ 19 (นักศึกษา)
“แป้งถูกและดีที่แท้ทรูค่ะ ใช้เซตเมคอัพทุกวันเลย เบาสบายผิวดีค่ะ” – ขวัญ, อายุ 25 (พนักงานขาย)


มุมมองจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญ: เบื้องหลังแป้งตลับโปรดของคุณ

การจะตอบคำถามว่า แป้ง ยี่ห้อไหนดี ให้ครอบคลุมที่สุด เราคงมองข้ามมุมมองจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญในวงการความงามไปไม่ได้ค่ะ บรรณาธิการความงามจากนิตยสารชั้นนำและแพทย์ผิวหนังต่างเห็นตรงกันว่า เทรนด์ของแป้งในปี 2025 และปีต่อ ๆ ไป จะมุ่งเน้นไปที่ “ผลิตภัณฑ์แบบไฮบริด” (Hybrid Products) มากขึ้น

“ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองหาแป้งที่ให้แค่การปกปิดหรือควบคุมความมันอีกต่อไปแล้วค่ะ แต่พวกเขามองหาผลิตภัณฑ์ที่ทำได้มากกว่านั้น คือต้องมาพร้อมส่วนผสมบำรุงผิว (Skincare-Infused) ที่ช่วยดูแลผิวในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นกรดไฮยาลูรอนิก, วิตามิน, หรือสารต้านอนุมูลอิสระ และที่สำคัญที่สุดคือต้องอ่อนโยนต่อผิว ปราศจากสารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองอย่างทัลคัมหรือน้ำหอม”

แนวคิดนี้สอดคล้องกับเทรนด์ “Skinimalism” ที่กำลังมาแรง คือการเน้นงานผิวที่ดูเป็นธรรมชาติ สุขภาพดีจากภายใน การเลือกใช้แป้งที่มีส่วนผสมบำรุงจึงเปรียบเสมือนการแต่งหน้าไปพร้อม ๆ กับการดูแลผิว ซึ่งแบรนด์ระดับสูงอย่าง Laura Mercier หรือ Bobbi Brown ก็ได้นำแนวคิดนี้มาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ ๆ ของตนเอง

ปัจจัยที่ผู้เชี่ยวชาญให้ความสำคัญ

  • ความสำคัญของสูตร Talc-Free: ทัลคัม (Talc) เป็นส่วนผสมที่เคยเป็นประเด็นเรื่องความปลอดภัย ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้มองหาแป้งสูตร Talc-Free ซึ่งมักจะใช้ส่วนผสมอื่น ๆ เช่น Silica, Corn Starch, หรือ Mica มาแทนที่ ซึ่งให้เนื้อสัมผัสที่เนียนละเอียดและปลอดภัยกว่า
  • Non-Comedogenic คือมาตรฐาน: สำหรับคนที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่าย การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า “Non-Comedogenic” หรือไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดสิวอุดตันจากการแต่งหน้า
  • การเลือกเฉดสีที่ถูกต้อง: ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่าแป้งที่ดีที่สุดคือแป้งที่มีเฉดสีพอดีกับผิวจริง ๆ การใช้แป้งที่ขาวหรือเข้มเกินไปจะทำให้ลุคโดยรวมดูไม่เป็นธรรมชาติ แนะนำให้ทดสอบสีแป้งบริเวณแนวกรามเสมอ

บทวิเคราะห์จากทีมงาน TOPLISTPLUS

“จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ จะเห็นได้ว่าการเลือก แป้ง ยี่ห้อไหนดี ในปัจจุบันนั้นซับซ้อนกว่าแค่การดูรีวิวหรือราคาค่ะ แต่คือการมองลึกลงไปถึงส่วนผสมและเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง ทีมงานของเราเชื่อว่าแป้งที่ดีที่สุดในปี 2025 คือแป้งที่มอบความสมดุลระหว่าง ‘ผลลัพธ์ที่สวยงาม’ กับ ‘ความอ่อนโยนต่อผิว’ ได้อย่างลงตัวค่ะ การลงทุนกับแป้งที่มีส่วนผสมบำรุงดี ๆ และปราศจากสารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง ถือเป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพผิวที่ดีในระยะยาว ซึ่งคุ้มค่ากว่าการเลือกแป้งราคาถูกแต่ต้องมาคอยแก้ปัญหาผิวในภายหลังค่ะ”


เคล็ดลับเลือกซื้อแป้งยังไงให้เป๊ะ! คู่มือฉบับจับมือสอน

ผู้หญิงถือแป้งพัฟในมือตรงกลางภาพ ใช้ประกอบบทความเคล็ดลับการเลือกซื้อแป้ง ยี่ห้อไหนดี

อ่านรีวิวมาจนตาลาย แต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือก แป้ง ยี่ห้อไหนดี ให้เข้ากับตัวเองที่สุด ไม่ต้องกังวลค่ะ! เรามีไกด์ไลน์ง่าย ๆ มาให้เพื่อน ๆ ได้ลองเช็คลิสต์ตามกันดู รับรองว่าจะช่วยให้การเลือกซื้อง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ

  1. รู้จักสภาพผิวของตัวเองก่อน: นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดค่ะ
    • ผิวมัน: มองหาแป้งที่เขียนว่า “Oil-Control”, “Matte” หรือมีส่วนผสมที่ช่วยดูดซับความมัน เช่น Silica, Kaolin Clay แป้งฝุ่นอย่าง Laura Mercier หรือ Srichand คือเพื่อนแท้ของคุณค่ะ
    • ผิวแห้ง: ควรเลือกแป้งที่มีส่วนผสมให้ความชุ่มชื้น เช่น Hyaluronic Acid, Vitamin E และหลีกเลี่ยงแป้งที่ให้ฟินิชแมตต์จนเกินไป แป้งที่ให้ฟินิชแบบ Natural Glow อย่าง CHANEL หรือ Bobbi Brown จะเหมาะมากค่ะ
    • ผิวผสม: คุณสามารถใช้แป้งสองแบบได้ค่ะ คือใช้แป้งคุมมันทาเฉพาะบริเวณ T-Zone และใช้แป้งที่ให้ความชุ่มชื้นบริเวณแก้ม หรือจะเลือกแป้งที่คุมมันแต่ไม่ทำให้ผิวแห้งอย่าง Cute Press Retouch ก็เป็นทางเลือกที่ดีค่ะ
  2. อยากได้การปกปิดระดับไหน?:
    • ปกปิดน้อย (Sheer): ถ้าต้องการแค่เซ็ตเมคอัพและควบคุมความมันเล็กน้อย แป้งฝุ่นโปร่งแสง (Translucent Powder) คือคำตอบค่ะ
    • ปกปิดปานกลางถึงสูง (Medium to Full Coverage): ถ้าต้องการกลบรอยสิว จุดด่างดำ ให้มองหาแป้งผสมรองพื้น (Foundation Powder) อย่าง M.A.C Studio Fix หรือ Sasi Magic Matte ค่ะ
  3. ชอบฟินิชลุคแบบไหน?:
    • ลุคแมตต์ (Matte): ผิวเรียบเนียน ไม่มีความมันวาว เหมาะกับคนผิวมันหรือคนที่ต้องแต่งหน้าติดทนทั้งวัน
    • ลุคโกลว์ (Glow/Radiant): ผิวดูสวยสุขภาพดี มีความเปล่งปลั่งเล่นแสง เหมาะกับคนผิวแห้งหรือคนที่ชอบงานผิวสไตล์เกาหลี
    • ลุคธรรมชาติ (Natural): ผิวดูเหมือนผิวจริงที่สุด แค่เรียบเนียนและควบคุมความมันเล็กน้อย
  4. เช็คส่วนผสมสักนิดเพื่อผิวที่ดี: พยายามมองหาสูตรที่ปราศจากสารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น Talc, น้ำหอม, พาราเบน โดยเฉพาะถ้าคุณมีผิวที่แพ้ง่ายค่ะ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนังก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจได้อีกระดับค่ะ

เพียงแค่ตอบคำถามเหล่านี้ให้ตัวเองได้ การจะหาว่า แป้ง ยี่ห้อไหนดี ที่เกิดมาเพื่อคุณก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้วค่ะ!


แป้งฝุ่น vs แป้งพัฟ เลือกแบบไหนให้เหมาะกับเรา?

อีกหนึ่งคำถามโลกแตกของวงการเมคอัพ! หลายคนอาจจะยังสับสนว่าระหว่างแป้งฝุ่น (Loose Powder) กับแป้งพัฟหรือแป้งอัดแข็ง (Pressed/Compact Powder) มันต่างกันยังไง และเราควรจะเลือกใช้แบบไหนดี การจะหาคำตอบว่าแป้ง ยี่ห้อไหนดีนั้น ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าเราเข้าใจประเภทของมันดีแค่ไหนค่ะ มาดูข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบกันดีกว่าค่ะ

แป้งฝุ่น (Loose Powder)

ลักษณะ: เป็นแป้งที่มีเนื้อละเอียดฟุ้ง ๆ บรรจุมาในกระปุก
ข้อดี:

  • เนื้อบางเบา: ให้ลุคที่ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด เหมาะสำหรับการเซ็ตรองพื้นโดยไม่ทำให้ดูหนา
  • เบลอผิวได้ดี: ด้วยอณูที่เล็กละเอียด ทำให้สามารถเข้าไปเติมเต็มรูขุมขนและริ้วรอยเล็ก ๆ ได้ดี ให้ผิวที่ดูเรียบเนียน
  • เหมาะกับการ Baking: เป็นเทคนิคการแต่งหน้าที่ใช้แป้งฝุ่นปริมาณมาก ๆ โปะไว้ใต้ตาหรือบริเวณที่ต้องการให้สว่างและติดทนเป็นพิเศษ

ข้อควรพิจารณา:

  • ใช้งานยากกว่า: อาจจะหกเลอะเทอะได้ง่าย ไม่เหมาะกับการพกพาไปเติมระหว่างวัน

เหมาะกับ: ใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการแต่งหน้าที่บ้านเพื่อเซ็ตทุกอย่างให้เข้าที่ หรือคนที่ชอบลุคงานผิวเบา ๆ

แป้งพัฟ / แป้งอัดแข็ง (Pressed / Compact Powder)

ลักษณะ: เป็นแป้งที่ถูกอัดมาในตลับ พกพาสะดวก ซึ่งมีทั้งแบบผสมรองพื้นและไม่ผสมรองพื้น (หากสนใจดู 10 อันดับ แป้งพัฟ ยี่ห้อไหนดี ก็คลิกอ่านเพิ่มเติมได้เลยค่ะ)
ข้อดี:

  • พกพาสะดวก: ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับพกไว้เติมระหว่างวัน
  • ให้การปกปิด: โดยเฉพาะแป้งพัฟผสมรองพื้น (Foundation Powder) ที่สามารถให้การปกปิดได้ดีในขั้นตอนเดียว
  • ควบคุมง่าย: สามารถควบคุมปริมาณการใช้ได้ง่ายกว่าแป้งฝุ่น

ข้อควรพิจารณา:

  • อาจดูหนาได้: หากใช้ในปริมาณที่มากเกินไปหรือเติมซ้ำบ่อย ๆ อาจทำให้หน้าดูเป็นคราบหรือหนาเตอะได้

เหมาะกับ: คนที่ต้องการความรวดเร็วในการแต่งหน้า, คนที่ต้องการการปกปิด, หรือพกไว้สำหรับทัชอัพระหว่างวัน


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ผู้หญิงกำลังเลือกแป้งหน้าเคาน์เตอร์เครื่องสำอาง

ถาม: จำเป็นต้องใช้แป้งหลังลงรองพื้นหรือคุชชั่นทุกครั้งมั้ยคะ?
ตอบ: ไม่จำเป็นเสมอไปค่ะ แต่แนะนำอย่างยิ่งสำหรับคนผิวมันหรือคนที่อยู่ในสภาพอากาศร้อนชื้นแบบบ้านเราค่ะ การใช้แป้งจะช่วยเซ็ตให้ รองพื้น หรือ คุชชั่น ติดทนนานขึ้น ไม่ไหลเยิ้ม และช่วยควบคุมความมันระหว่างวันได้ค่ะ
ถาม: ระหว่างแปรงกับพัฟ ใช้อะไรลงแป้งดีกว่ากัน?
ตอบ: ขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ที่ต้องการค่ะ การใช้แปรง จะให้ลุคที่บางเบาและเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับการเซ็ตเมคอัพทั่ว ๆ ไป ส่วนการใช้พัฟ จะให้การปกปิดที่มากกว่าและช่วยกดแป้งให้ติดผิวได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับคนที่ต้องการการปกปิดหรือต้องการคุมมันเป็นพิเศษค่ะ
ถาม: ถ้าผิวแห้งมาก ควรใช้แป้งแบบไหนดี?
ตอบ: คนผิวแห้งควรเลือกใช้แป้งฝุ่นที่มีเนื้อบางเบาและมีส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้น เช่น Hyaluronic Acid หรือ Vitamin E ค่ะ และควรหลีกเลี่ยงแป้งที่คุมมันมาก ๆ หรือให้ฟินิชที่แมตต์จนเกินไป เพราะอาจจะยิ่งทำให้ผิวดูแห้งและเป็นขุยได้ค่ะ การเตรียมผิวด้วย มอยเจอร์ไรเซอร์ ยี่ห้อไหนดี ที่ให้ความชุ่มชื้นก่อนแต่งหน้าก็สำคัญมากเช่นกันค่ะ
ถาม: แป้งโปร่งแสง (Translucent) กับแป้งมีสีต่างกันยังไง?
ตอบ: แป้งโปร่งแสง จะไม่มีสีหรือมีสีขาว/สีเนื้ออ่อน ๆ ที่เมื่อทาลงบนผิวแล้วจะโปร่งใสไปกับผิว หน้าที่หลักคือใช้เซ็ตเมคอัพและควบคุมความมันโดยไม่ไปเปลี่ยนแปลงสีของรองพื้นค่ะ ส่วน แป้งมีสี จะมีพิกเมนต์สีที่ช่วยเพิ่มการปกปิดและปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอขึ้นค่ะ

บทสรุป: แป้งตัวไหนที่ใช่สำหรับคุณในปี 2025

และแล้วเราก็เดินทางมาถึงช่วงสุดท้ายของการตามหาเนื้อคู่ เอ้ย! ตามหาแป้งที่ใช่กันแล้วนะคะ หวังว่ารีวิวทั้ง 10 อันดับที่เราคัดมาแบบเน้น ๆ จะช่วยให้เพื่อน ๆ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะเลือก แป้ง ยี่ห้อไหนดี มาเป็นลูกรักคนใหม่ในปี 2025 นี้นะคะ จะเห็นได้ว่าแป้งแต่ละตัวก็มีจุดเด่นและเหมาะกับสภาพผิวหรือความต้องการที่แตกต่างกันไปค่ะ

สำหรับคนที่ต้องการที่สุดของความเนียนกริบ คุมมัน đỉnhสูง และอ่อนโยนต่อผิว การลงทุนกับ Laura Mercier Ultra-Blur คือคำตอบที่ไม่มีวันผิดหวังค่ะ แต่ถ้าอยากได้ฟินิชผิวสวยหรูดูแพงแบบลักชู CHANEL Poudre Universelle Libre ก็พร้อมจะเสกให้คุณสวยดุจเจ้าหญิงเลยค่ะ ส่วนใครที่เป็นสายถูกและดี เน้นปกปิด คุมมันในราคาที่จับต้องได้ Sasi Magic Matte และ Cute Press Evory Retouch ก็ยังคงเป็นแชมป์ในใจของใครหลาย ๆ คนเสมอมาค่ะ

ท้ายที่สุดแล้ว การจะหาว่า แป้ง ยี่ห้อไหนดี ที่ดีที่สุดนั้น ไม่มีคำตอบที่ตายตัวค่ะ เพราะแป้งที่ดีที่สุดก็คือแป้งที่ “เหมาะกับเราที่สุด” นั่นเองค่ะ ขอให้เพื่อน ๆ สนุกกับการทดลองและค้นหาแป้งที่ใช่สำหรับตัวเองนะคะ!

ภาพแป้งหลากหลายชนิดจัดเรียงแบบมินิมอลบนพื้นหลังสีเบจ สำหรับบทความ "แป้ง ยี่ห้อไหนดี"


หมายเหตุจากผู้เขียน:

  • รายละเอียดเกี่ยวกับส่วนผสม โปรโมชั่น หรือการรับประกัน ควรตรวจสอบเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ทางการของแต่ละแบรนด์ เช่น Laura Mercier, CHANEL, Sasi, M.A.C, Cute Press, Innisfree หรือจากตัวแทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถืออีกครั้งค่ะ
  • คะแนน (เช่น 9.8/10) เป็นการประเมินโดยทีมงาน TOPLISTPLUS โดยอ้างอิงจากคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์, เนื้อสัมผัส, ส่วนผสม, ราคา, และรีวิวจากผู้ใช้งานจริงจำนวนมาก เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจค่ะ
  • รีวิวสั้น ๆ จากผู้ใช้งาน (เช่น “มินนี่, อายุ 28” หรือ “เจน, อายุ 34”) เป็นตัวอย่างสมมติที่รวบรวมมาจากความคิดเห็นโดยรวมของผู้ใช้งานจริง เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพการใช้งานที่หลากหลายยิ่งขึ้นค่ะ
  • บทความนี้เป็นการรวบรวมข้อมูลจากผลิตภัณฑ์และเทรนด์ในช่วงต้นปี 2025 คุณสมบัติ, แพ็กเกจจิ้ง, หรือราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคตค่ะ
เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ ขอบพระคุณครับ