10 อันดับ โทรศัพท์ Redmi รุ่นไหนดี อัปเดตล่าสุด 2026 สเปกแรง กล้องสวย

ภาพหน้าปกบทความรีวิว เปรียบเทียบ โทรศัพท์ Redmi รุ่นไหนดี พร้อมรูปเครื่องจริง 3 สี

ตารางเปรียบเทียบสรุป

สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหามือถือเครื่องใหม่และมีคำถามยอดฮิตในใจว่า “โทรศัพท์ Redmi รุ่นไหนดี” เพื่อให้ได้สเปกที่คุ้มค่าที่สุดในปี 2026 นี้ เราได้สรุปข้อมูลสั้น ๆ มาให้ดูในตารางด้านล่างนี้ก่อนเลยครับ แต่ถ้าใครอยากอ่านรายละเอียดแบบจัดเต็ม เลื่อนลงไปดูรีวิวเจาะลึกด้านล่างได้เลยครับ

คุณสมบัติ Redmi K80 Pro Redmi Note 14 Pro+ 5G Redmi Turbo 4 Redmi Note 14 Pro 5G Redmi K80 Redmi Note 14 Redmi Turbo 5 Redmi Note 13 Pro+ Redmi 15C Redmi A4 5G
อันดับที่ 🥇 🥈 🥉 4 5 6 7 8 9 10
รูปภาพสินค้า Redmi K80 Pro Redmi Note 14 Pro+ 5G Redmi Turbo 4 Redmi Note 14 Pro 5G Redmi K80 Redmi Note 14 Redmi Turbo 5 Redmi Note 13 Pro+ Redmi 15C Redmi A4 5G
ชื่อสินค้า (กดดูรีวิว) Redmi K80 Pro Redmi Note 14 Pro+ 5G Redmi Turbo 4 Redmi Note 14 Pro 5G Redmi K80 Redmi Note 14 Redmi Turbo 5 Redmi Note 13 Pro+ Redmi 15C Redmi A4 5G
สเปกเด่น Snapdragon 8 Gen 4, จอ 2K 120Hz, ชาร์จ 120W Snapdragon 7s Gen 3, กล้อง 200MP, ชาร์จ 120W Snapdragon 8s Gen 3, จอ 144Hz, ชาร์จ 90W Dimensity 8300-Ultra, กล้อง 200MP, ชาร์จ 67W Snapdragon 8 Gen 3, จอ 2K 120Hz, แบต 5,500mAh Snapdragon 6 Gen 1, จอ AMOLED 120Hz, กล้อง 50MP Dimensity 9300, จอ 1.5K 144Hz, แบต 5,200mAh Dimensity 7200-Ultra, จอโค้ง, กล้อง 200MP Helio G88, จอ 6.71″, แบต 5,000mAh Snapdragon 4 Gen 2, รองรับ 5G, จอ 90Hz
คะแนน ★★★★★ (9.9/10) ★★★★★ (9.7/10) ★★★★★ (9.6/10) ★★★★☆ (9.4/10) ★★★★☆ (9.3/10) ★★★★☆ (9.0/10) ★★★★☆ (9.2/10) ★★★★☆ (8.8/10) ★★★★☆ (8.5/10) ★★★☆☆ (8.2/10)
เหมาะกับใคร สายเรือธง เล่นเกมหนัก ถ่ายรูปโปร สายคอนเทนต์ เน้นกล้องชัด ชาร์จไว เกมเมอร์งบประหยัด สเปกแรงคุ้ม ใช้งานทั่วไป เน้นกล้อง เล่นเกมบ้าง คนชอบจอสวย เล่นเกมลื่น แบตอึด งบจำกัด แต่อยากได้จอ AMOLED ฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ สาย Performance คนชอบดีไซน์พรีเมียม จอโค้ง นักเรียน คนทำงาน เริ่มต้น คนอยากลอง 5G ราคาถูกสุด
ช่วงราคา ต่ำสุด-สูงสุด ฿12,825 – ฿17,990 ฿10,445 – ฿14,990 ฿9,599 – ฿12,299 ฿9,890 – ฿12,999 ฿11,900 – ฿18,000 ฿5,499 – ฿5,999 ฿12,900 – ฿16,900 ฿8,490 – ฿15,990 ฿3,415 – ฿3,999 ฿3,400 – ฿3,999
เช็กราคาล่าสุด

Lazada Shopee

Lazada Shopee

Lazada Shopee

Lazada Shopee

Lazada Shopee

Lazada Shopee

Lazada Shopee

Lazada Shopee

Lazada Shopee

Lazada Shopee

 

🚫 เรื่องจริงที่คนขายไม่ได้บอก (อ่านก่อนพลาด!)

ก่อนจะไปดูรีวิวสเปกเทพ ๆ ผมขอเบรกด้วย “ความจริงที่คุณต้องรู้” เกี่ยวกับมือถือ Redmi 3 ข้อ เพื่อให้การค้นหาคำตอบว่า โทรศัพท์ Redmi รุ่นไหนดี ของคุณแม่นยำที่สุดครับ:

  • 1. “รอมจีน” (China Rom) vs “รอมโกลบอล” (Global Rom) : ในตลาดออนไลน์มีเครื่องหิ้วราคาถูกมากยั่วใจอยู่เยอะครับ แต่ต้องระวัง! ถ้าเป็น “China Rom” เมนูอาจไม่มีภาษาไทย และที่สำคัญคือ “ไม่มี Google Play Store” มาให้ ต้องลงเองซึ่งยุ่งยากและอาจมีปัญหากับแอปธนาคารไทย ถ้าไม่อยากปวดหัว เลือกร้านที่มีประกันศูนย์ไทย หรือระบุชัดเจนว่าเป็น “Global Version” เท่านั้นครับ
  • 2. โฆษณาในระบบ (Ads in UI) : เป็นเรื่องปกติของ Xiaomi/Redmi ที่อาจจะมีโฆษณาโผล่มาในแอประบบ (เช่น แอปเพลง, ไฟล์, หรือตอนติดตั้งแอปใหม่) เพื่อแลกกับสเปกที่คุ้มราคา แต่ข่าวดีคือเราสามารถ “ปิด” (Turn off recommendations) ได้ในการตั้งค่าครับ อย่าเพิ่งตกใจไป
  • 3. กล้องตัวเลขเยอะ ไม่ได้แปลว่าชัดที่สุด : Redmi ชอบจัดหนักเรื่องตัวเลขพิกเซล เช่น 200MP แต่จำไว้ว่าในรุ่นราคาประหยัด การประมวลผลและเลนส์อาจไม่ได้เทพเท่าเรือธง ดังนั้น 200MP ของรุ่น Note อาจสู้ 50MP ของรุ่น K-Series (ที่เป็นเรือธง) ไม่ได้ในบางสถานการณ์ครับ

💡 ฟันธงฉบับคนเจ็บมาเยอะ: รุ่นไหนเหมาะกับคุณจริงๆ?

ไม่ต้องเดาให้เสียเวลา ผมสรุปให้จากประสบการณ์ใช้งานจริง เลือกตามงบและการใช้งานของคุณเลยครับ

✅ สายคุ้มค่า (All-Rounder)

👉 Redmi Note 14 Pro 5G
เหตุผล: เป็นจุดสมดุลที่ดีที่สุด ได้จอสวย กล้องดี ชาร์จไว ในราคาที่ยังไม่กระโดดไปแตะหลักหมื่นกลาง ๆ ใช้ยาว ๆ 2-3 ปีสบายครับ

✅ สายเกมเมอร์ (Performance)

👉 Redmi Turbo 4
เหตุผล: ถ้าเน้นแรงแต่ไม่อยากจ่ายแพงเท่าเรือธง รุ่นนี้คือคำตอบ ได้ชิปตระกูล 8s ที่แรงน้อง ๆ ตัวท็อป เล่น Genshin Impact หรือ ROV ปรับสุดได้ลื่น ๆ

⚠️ สายประหยัดงบ (Budget)

👉 Redmi 15C
เหตุผล: เหมาะสำหรับซื้อให้ลูกหลานเรียนออนไลน์ หรือผู้ใหญ่ใช้เล่น Line/Facebook แบตอึดมาก แต่ถ้าจะเอามาเล่นเกมหนัก ๆ อาจจะไม่ไหวนะครับ

บทนำ

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาวไอทีและคนที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่คู่ใจในปี 2026 นี้! เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกับแบรนด์ “Redmi” กันเป็นอย่างดีในฐานะมือถือสเปกแรงแต่ราคาน่าคบหา แต่ด้วยความที่พี่แกขยันออกรุ่นใหม่มายุบยับไปหมด ทั้ง Note Series, K Series, Turbo Series หรือรุ่นเล็กอย่าง C Series เล่นเอาหลายคนงงตาแตกว่าตกลงปีนี้ โทรศัพท์ redmi รุ่นไหนดี ที่จะตอบโจทย์เราที่สุด?

วันนี้ผมเลยอาสามาเป็นเพื่อนคู่คิด รวบรวมข้อมูล อัปเดตสเปกล่าสุด และคัดเน้น ๆ มาจัดอันดับให้ดูครับว่า โทรศัพท์ redmi รุ่นไหนดี ที่คุ้มค่าแก่การเสียเงินมากที่สุดในปี 2026 ไม่ว่าคุณจะเป็นสายเกมเมอร์ที่ต้องการความแรงทะลุพิกัด สายคอนเทนต์ที่เน้นกล้องสวยระดับ 200 ล้านพิกเซล หรือสายประหยัดที่แค่อยากได้มือถือแบตอึด ๆ ไว้ใช้งานทั่วไป รับรองว่าอ่านบทความนี้จบ คุณจะได้คำตอบแน่นอนครับ แถมเรายังมีข้อมูลของ โทรศัพท์ รุ่นไหนดี ในภาพรวมตลาดมาให้เปรียบเทียบด้วย เอาล่ะครับ ถ้าพร้อมจะเปลี่ยนมือถือเครื่องเก่าที่เริ่มงอแงแล้ว ไปดูกันเลยดีกว่าว่าปีนี้มีรุ่นไหนเด็ดบ้าง!

📌 ดูรีวิวหมวดอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

🦉 เลือกอ่านหัวข้อ

จัดอันดับ 10 อันดับ โทรศัพท์ Redmi รุ่นไหนดี อัปเดตล่าสุด 2026

หลังจากดูตารางสรุปกันไปแล้ว คราวนี้เรามาเจาะลึกรายละเอียดของแต่ละรุ่นกันครับ เพื่อให้เพื่อน ๆ มั่นใจได้ว่า โทรศัพท์ Redmi รุ่นไหนดี ที่สุดสำหรับสไตล์การใช้งานของคุณ


1. Redmi K80 Pro ★★★★★

“ราชาแห่งความเร็ว! ชิป Snapdragon 8 Gen 4 สุดแรง พร้อมกล้องเทเล 50MP สเปกเรือธงในราคาจับต้องได้”

Redmi K80 Pro

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

ถ้าถามว่า ณ เวลานี้ โทรศัพท์ redmi รุ่นไหนดี ที่สุดในแง่ของสเปกและความแรงแบบไม่มีกั๊ก ผมขอยกให้เจ้า Redmi K80 Pro ตัวนี้ขึ้นแท่นอันดับ 1 เลยครับ นี่คือ “Flagship Killer” ตัวจริงของปี 2026 ที่อัดแน่นด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 8 Gen 4 ตัวท็อปสุด (แรงกว่า Gen 3 แบบคนละเรื่อง) มาพร้อมหน้าจอ 2K 120Hz ที่คมชัดบาดตา และที่เซอร์ไพรส์คือรอบนี้ Redmi ใส่ใจเรื่องกล้องมากขึ้น ด้วยการยัดเลนส์ Telephoto 50MP มาให้ด้วย! ปกติเราจะเห็นสเปกแบบนี้ในมือถือราคา 3-4 หมื่น แต่ K80 Pro ทำมาในราคาที่เอื้อมถึงได้ง่ายกว่า เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ประสบการณ์ระดับ High-End ทั้งเล่นเกมและถ่ายรูปครับ

สเปกเด่น

  • หน้าจอ: AMOLED 6.67″ ความละเอียด 2K (3200×1440), 120Hz Refresh Rate, รองรับ Dolby Vision, ความสว่างสูงสุด 4000 nits
  • ชิปเซ็ต: Snapdragon 8 Gen 4 (4nm)
  • RAM / ROM: สูงสุด 24GB LPDDR5X / 1TB UFS 4.0
  • กล้องหลัง: 3 ตัว
    • เลนส์หลัก 50MP (เซนเซอร์ Light Fusion, OIS)
    • เลนส์ Telephoto 50MP (ซูม optical 3x, OIS)
    • เลนส์ Ultra-Wide 12MP
  • กล้องหน้า: 20MP
  • แบตเตอรี่: 5,500mAh รองรับชาร์จไว 120W HyperCharge และชาร์จไร้สาย 50W
  • ระบบปฏิบัติการ: HyperOS บนพื้นฐาน Android 15
  • จุดเด่นอื่น ๆ: กันน้ำกันฝุ่น IP68, สแกนนิ้วใต้จอแบบ Ultrasonic
ข้อดี
  • ชิป Snapdragon 8 Gen 4 แรงที่สุดในตลาดตอนนี้ เล่นเกมลื่นทุกเกม
  • หน้าจอ 2K สวยคมชัด ความสว่างสู้แดดได้สบาย
  • มีกล้อง Telephoto 50MP ถ่าย Portrait สวยมาก
  • ชาร์จไว 120W เต็มเร็วใน 20 นาทีนิด ๆ
  • ได้มาตรฐานกันน้ำ IP68 เป็นรุ่นแรก ๆ ของ K Series
ข้อควรพิจารณา
  • โมดูลกล้องหลังค่อนข้างใหญ่และนูน
  • ไม่มีช่องหูฟัง 3.5 มม. (ต้องใช้หูฟัง Type-C หรือไร้สาย)
  • น้ำหนักตัวเครื่องอาจจะหนักนิดหน่อยสำหรับคนมือเล็ก

รีวิวแบบเจาะลึก

Redmi K80 Pro คือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดสำหรับคำถามว่า โทรศัพท์ redmi รุ่นไหนดี สำหรับปี 2026 ครับ การอัปเกรดครั้งนี้ถือว่าก้าวกระโดดมาก โดยเฉพาะเรื่อง “ประสิทธิภาพ” ชิป Snapdragon 8 Gen 4 ไม่ได้ทำให้แค่เล่นเกมลื่นเท่านั้น แต่ยังช่วยในการประมวลผลภาพถ่าย AI ให้สวยขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใครที่เป็นสาย Redmi เล่นเกมลื่น จะต้องรักรุ่นนี้ เพราะระบบระบายความร้อนใหม่เอาอยู่หมัด แม้จะเล่น Genshin Impact ต่อเนื่องเป็นชั่วโมง เฟรมเรตก็นิ่งกริบ

อีกจุดที่ต้องชมคือ “กล้อง” ครับ ปกติซีรีส์ K จะเน้นแรงไว้ก่อน กล้องแค่พอใช้ แต่ K80 Pro ใส่เลนส์ Telephoto 50MP เข้ามา ซึ่งถ่ายคนสวยมาก ละลายหลังเนียนกริบ ไม่แพ้รุ่นพี่อย่าง Xiaomi Number Series เลย แถมยังได้หน้าจอ 2K ที่ใช้แผงหน้าจอวัสดุใหม่ C9 สว่างตาแตก สู้แดดเมืองไทยได้สบาย ๆ การที่ได้ IP68 มาด้วย ทำให้เรามั่นใจในการใช้งานมากขึ้น ไม่ต้องกลัวฝนตกใส่ หรือทำตกน้ำ (โดยอุบัติเหตุ) สรุปง่าย ๆ คือ ถ้าคุณมีงบถึง K80 Pro คือที่สุดของความครบเครื่อง ที่หาคู่แข่งในราคานี้ได้ยากมากครับ

คะแนนที่ได้

9.9/10

>>> 👁️‍🗨️ ดูสเปกเด่น + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<

รีวิวสั้น ๆ – Redmi K80 Pro

“แรงสะใจมากครับ เล่นเกมปรับสุดไม่มีกระตุกเลย จอก็ชัดมาก ดู Netflix ฟินสุด ๆ คุ้มราคาครับ” – ท็อป, อายุ 25, เกมเมอร์/สตรีมเมอร์

“ชอบกล้องซูมค่ะ ถ่ายรูปเพื่อนสวยมาก หน้าชัดหลังเบลอเนียนกริบ ไม่ต้องพกกล้องใหญ่เลย” – แพรว, อายุ 29, พนักงานการตลาด


2. Redmi Note 14 Pro+ 5G ★★★★★

“King of Mid-Range! ดีไซน์จอโค้งสุดพรีเมียม กล้อง 200MP และชาร์จไวระดับเทพ”

Redmi Note 14 Pro+ 5G

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

มาต่อกันที่อันดับ 2 ซึ่งเป็นคำตอบยอดฮิตของคำถาม โทรศัพท์ Redmi รุ่นไหนดี สำหรับคนงบหมื่นต้น ๆ นั่นคือ Redmi Note 14 Pro+ 5G (Pro Plus) ครับ รุ่นนี้คือตัวท็อปสุดของสาย Note Series ที่อัปเกรดความพรีเมียมขึ้นไปอีกขั้น ด้วยดีไซน์หน้าจอโค้ง 3D ที่จับถือแล้วรู้สึกหรูหราเหมือนเครื่องละ 2-3 หมื่น จุดเด่นคือกล้องหลักความละเอียดสูงถึง 200MP ที่เก็บรายละเอียดได้ยิบยับ และระบบชาร์จไว 120W ที่เสียบชาร์จแป๊บเดียวก็เต็ม พร้อมลุยต่อได้ทันที ใครที่เน้นรูปลักษณ์สวยงามและกล้องดี รุ่นนี้ไม่ทำให้ผิดหวังครับ

สเปกเด่น

  • หน้าจอ: AMOLED Curved 6.67″ FHD+, 120Hz, รองรับ HDR10+
  • ชิปเซ็ต: Snapdragon 7s Gen 3 (4nm)
  • RAM / ROM: 12GB / สูงสุด 512GB
  • กล้องหลัง:
    • เลนส์หลัก 200MP (Samsung HP3, OIS + EIS)
    • เลนส์ Ultra-Wide 8MP
    • เลนส์ Macro 2MP
  • กล้องหน้า: 16MP
  • แบตเตอรี่: 5,000mAh รองรับชาร์จไว 120W
  • มาตรฐานกันน้ำ: IP68 (อัปเกรดจากรุ่นก่อนที่เป็น IP54/68)
ข้อดี
  • ดีไซน์จอโค้ง สวยหรู ดูแพงเกินราคา
  • กล้อง 200MP คมชัดมาก ซูมครอปภาพ (In-sensor zoom) ได้ดี
  • ชาร์จไว 120W เร็วสะใจมากในระดับราคานี้
  • ได้กันน้ำ IP68 ทนทานหายห่วง
  • หน้าจอสู้แสงได้ดี สีสันสดใส
ข้อควรพิจารณา
  • ชิป Snapdragon 7s Gen 3 แรงพอใช้ แต่ไม่ได้แรงระดับเรือธง
  • กล้อง Macro 2MP คุณภาพแค่พอใช้งาน
  • มี Bloatware (แอปแถม) มาให้พอสมควรตอนเปิดเครื่องใหม่

รีวิวแบบเจาะลึก

Redmi Note 14 Pro+ 5G เป็นรุ่นที่พิสูจน์ให้เห็นว่า “ของดีและสวย ไม่จำเป็นต้องแพง” ครับ ถ้าคุณสงสัยว่า โทรศัพท์ redmi รุ่นไหนดี ที่ถือแล้วดูหล่อดูสวย รุ่นนี้กินขาดด้วยดีไซน์จอโค้งและฝาหลังกระจกที่มี Texture สวยงาม หน้าจอ AMOLED 1.5K 120Hz ให้สีสันที่แม่นยำและลื่นไหล ดู YouTube หรือ Netflix ได้อรรถรสสุด ๆ

ไฮไลท์สำคัญคือกล้อง 200MP ที่มีการอัปเกรดซอฟต์แวร์ AI ให้ฉลาดขึ้น ถ่ายภาพกลางคืนได้สว่างและ Noise น้อยลง ระบบกันสั่น OIS ช่วยให้การถ่ายวิดีโอนิ่งขึ้นมาก สามารถใช้ทำ Vlog ง่าย ๆ ได้เลย แม้ชิปเซ็ตจะเป็น Snapdragon 7s Gen 3 ซึ่งเป็นซีรีส์ระดับกลาง (Mid-High) อาจจะไม่ได้แรงทะลุโลกเหมือน K80 Pro แต่สำหรับการใช้งานทั่วไป เล่นโซเชียล ตัดต่อคลิปสั้น หรือเล่นเกมฮิต ๆ อย่าง ROV/PUBG แบบปรับกราฟิกสูง ก็ทำได้ลื่นไหลไม่มีปัญหาครับ สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือระบบชาร์จ 120W ที่ช่วยชีวิตได้ในเวลาเร่งรีบ แค่เสียบชาร์จตอนอาบน้ำแต่งตัว ออกมาแบตก็เกือบเต็มแล้วครับ สะดวกมากจริง ๆ

คะแนนที่ได้

9.7/10

>>> 👁️‍🗨️ ดูสเปกเด่น + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<

รีวิวสั้น ๆ – Redmi Note 14 Pro+ 5G

“เครื่องสวยมากครับ จอโค้งดูพรีเมียมสุด ๆ ชาร์จไวมาก ๆ แป๊บเดียวเต็ม ไม่ต้องพกพาวเวอร์แบงค์เลย” – นนท์, อายุ 30, พนักงานออฟฟิศ

“กล้องชัดสะใจมากค่ะ เอามาซูมดูรายละเอียดไม่แตกเลย ถ่ายกลางคืนก็สวย ชอบดีไซน์มากค่ะ” – มายด์, อายุ 24, นักศึกษา


3. Redmi Turbo 4 ★★★★★

“ปีศาจน้อยแห่งวงการเกมมิ่ง! ชิป Snapdragon 8s Gen 3 แรงจัด จอ 144Hz ลื่นหัวแตก”

Redmi Turbo 4

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

สำหรับสายเกมเมอร์ที่มีงบหมื่นต้น ๆ และกำลังมองหา โทรศัพท์ Redmi รุ่นไหนดี ที่เน้น “ความแรง” เป็นหลัก ตัดสิ่งไม่จำเป็นออกไป ผมขอแนะนำ Redmi Turbo 4 ครับ นี่คือผู้สืบทอดตระกูล Turbo ที่เกิดมาเพื่อฆ่าเรือธงในราคาประหยัด ด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 8s Gen 3 (รุ่นรองท็อปที่แรงน้อง ๆ ตัวพี่) ผสานกับหน้าจอ Refresh Rate สูงถึง 144Hz ทำให้การตอบสนองต่อการสัมผัสรวดเร็วทันใจ เหมาะมากสำหรับเกมแนว FPS ที่ต้องการความไวระดับมิลลิวินาที

สเปกเด่น

  • หน้าจอ: OLED Flat Screen 6.67″ ความละเอียด 1.5K, 144Hz Refresh Rate
  • ชิปเซ็ต: Snapdragon 8s Gen 3 (4nm)
  • RAM / ROM: 12GB / 16GB | 256GB / 512GB
  • กล้องหลัง: 50MP (Sony LYT-600, OIS) + 8MP Ultra-Wide
  • แบตเตอรี่: 5,000mAh ชาร์จไว 90W
  • ระบบระบายความร้อน: IceLoop System ขนาดใหญ่
  • จุดเด่น: น้ำหนักเบา, หน้าจอแบนติดฟิล์มง่าย, รองรับ Air Gestures
ข้อดี
  • ชิปเซ็ตแรงมากในเรทราคานี้ เล่นเกมกราฟิกโหดได้สบาย
  • จอ 144Hz ลื่นไหลมาก ตอบสนองนิ้วไว
  • หน้าจอแบบแบน (Flat) ถูกใจสายเกม ไม่ลั่นขอบจอ
  • ตัวเครื่องบางและเบา ถือนานไม่เมื่อย
  • ระบบระบายความร้อนทำได้ดี เครื่องไม่ร้อนเร็ว
ข้อควรพิจารณา
  • วัสดุตัวเครื่องเป็นพลาสติก อาจดูไม่พรีเมียมเท่ารุ่น Note Pro+
  • กล้องถ่ายรูปพอใช้ได้ แต่ไม่เด่นเท่ารุ่นที่เน้นกล้อง
  • ไม่มีเลนส์ Telephoto

รีวิวแบบเจาะลึก

Redmi Turbo 4 ถูกสร้างมาเพื่อตอบโจทย์คำถามที่ว่า โทรศัพท์ redmi รุ่นไหนดี สำหรับคนเล่นเกมโดยเฉพาะครับ ชิป Snapdragon 8s Gen 3 มีประสิทธิภาพ CPU และ GPU ที่สูงมาก คะแนน AnTuTu ทะลุ 1.5 ล้านได้สบาย ๆ ทำให้รับมือกับเกมกินสเปกในปี 2026 ได้หมด และด้วยหน้าจอแบบ Flat (จอแบน) ทำให้ลดปัญหา “มือลั่น” ไปโดนขอบจอเวลาจับเครื่องเล่นเกมแนวนอน ซึ่งเป็นสิ่งที่เกมเมอร์หลายคนถวิลหา (เพราะเรือธงชอบทำจอโค้ง)

แม้จะเน้นความแรง แต่ Redmi ก็ไม่ได้ทิ้งเรื่องกล้องซะทีเดียว เซนเซอร์ Sony LYT-600 ความละเอียด 50MP พร้อมกันสั่น OIS ถือว่าทำหน้าที่ได้ดีในการถ่ายภาพทั่วไป คมชัดและโฟกัสไว เพียงแต่ลูกเล่นการซูมหรือถ่าย Portrait อาจจะไม่หวือหวาเท่ารุ่น Note Series ครับ แบตเตอรี่ 5,000mAh กับชาร์จไว 90W ถือว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานทั้งวัน ระบบระบายความร้อน IceLoop ช่วยคุมอุณหภูมิได้ดี ทำให้เฟรมเรตไม่ตกวูบวาบเวลาเล่นนาน ๆ ใครที่เน้น Performance ต่อราคา (Price/Performance) สูงสุด Turbo 4 คือตัวเลือกอันดับ 1 ครับ

คะแนนที่ได้

9.6/10

>>> 👁️‍🗨️ ดูสเปกเด่น + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<

รีวิวสั้น ๆ – Redmi Turbo 4

“ใครสายเกมต้องตัวนี้เลยครับ ลื่นหัวแตก จอ 144Hz คือดีงามมาก ราคานี้หาตัวจับยาก” – แบงค์, อายุ 22, นักศึกษา/Rider

“เครื่องเบาดีครับ ถือเล่นเกมนาน ๆ ไม่เมื่อยมือเลย ความแรงเกินราคาไปเยอะ คุ้มครับ” – อาร์ท, อายุ 28, วิศวกร


4. Redmi Note 14 Pro 5G ★★★★☆

“รุ่นน้องตัวคุ้ม! สเปกครบเครื่อง กล้อง 200MP จอสวย ในงบไม่ถึงหมื่น(บางช่วงโปร)”

Redmi Note 14 Pro 5G

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

หากงบประมาณสำหรับรุ่น Pro+ สูงเกินไป และคุณกำลังมองหา โทรศัพท์ Redmi รุ่นไหนดี ที่ลดสเปกลงมานิดหน่อยแต่ยังได้ประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยม Redmi Note 14 Pro 5G คือตัวเลือกที่ลงตัวครับ รุ่นนี้ยังคงจุดเด่นเรื่องกล้อง 200MP และหน้าจอ AMOLED ที่สวยงามเอาไว้ แต่ปรับเปลี่ยนชิปเซ็ตมาใช้ Dimensity 8300-Ultra ซึ่งก็ยังถือว่าแรงเหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไปและเล่นเกมระดับกลางถึงสูงได้ดี เป็นรุ่นที่ทำยอดขายถล่มทลายเพราะความคุ้มค่าครับ

สเปกเด่น

  • หน้าจอ: AMOLED 6.67″ CrystalRes 1.5K, 120Hz, 1800 nits
  • ชิปเซ็ต: MediaTek Dimensity 8300-Ultra (4nm)
  • RAM / ROM: 8GB / 12GB | 256GB / 512GB
  • กล้องหลัง: 200MP (OIS) + 8MP Ultra-Wide + 2MP Macro
  • แบตเตอรี่: 5,100mAh ชาร์จไว 67W Turbo Charging
  • กันน้ำ: IP54 (กันละอองน้ำ)
ข้อดี
  • ได้กล้อง 200MP เหมือนรุ่นพี่ ถ่ายรูปสวยคมชัด
  • หน้าจอ 1.5K สวยมาก ขอบจอบาง
  • ชิป Dimensity 8300-Ultra ประสิทธิภาพดีและประหยัดพลังงาน
  • แบตเตอรี่ 5,100mAh ใช้งานได้นานกว่าวัน
  • ราคาเข้าถึงง่ายกว่ารุ่น Pro+ พอสมควร
ข้อควรพิจารณา
  • ชาร์จ 67W ช้ากว่ารุ่น Pro+ (120W) แต่ก็ถือว่าเร็วแล้ว
  • กันน้ำได้แค่ระดับ IP54 (กันฝนปรอยๆ) ไม่ใช่ IP68
  • วัสดุฝาหลังอาจดูพรีเมียมน้อยกว่ารุ่น Pro+ เล็กน้อย

รีวิวแบบเจาะลึก

Redmi Note 14 Pro 5G เป็นรุ่นที่สร้างสมดุลระหว่าง “ราคา” และ “ประสิทธิภาพ” ได้ดีที่สุดรุ่นหนึ่งครับ สำหรับคนที่ถามว่า โทรศัพท์ redmi รุ่นไหนดี ที่ใช้งานได้ครอบคลุม เล่นเกมได้ ถ่ายรูปสวย แบตอึด ในราคาไม่เจ็บตัว รุ่นนี้ตอบโจทย์ครบ ชิปเซ็ต Dimensity 8300-Ultra จาก MediaTek เป็นชิปที่ underrated (ถูกประเมินค่าต่ำ) เพราะจริง ๆ แล้วมันแรงและจัดการพลังงานได้ดีมาก เล่นเกมทั่วไปได้ลื่น ๆ เครื่องไม่ค่อยร้อน

กล้อง 200MP พร้อม OIS ช่วยให้การถ่ายภาพสนุกขึ้น สามารถใช้โหมด 2x หรือ 4x Lossless Zoom (ซูมโดยไม่เสียรายละเอียดมาก) เพื่อถ่าย Portrait หรือวัตถุไกล ๆ ได้ดี หน้าจอ CrystalRes AMOLED มีความสว่างสูง ใช้งานกลางแจ้งได้ชัดเจน แม้ระบบชาร์จจะเป็น 67W (เทียบกับ 120W ของตัวท็อป) แต่ก็ชาร์จเต็มได้ภายใน 45 นาที ซึ่งถือว่าเร็วมากแล้วสำหรับคนทั่วไป ถ้าคุณไม่ได้ต้องการฟีเจอร์กันน้ำระดับลงสระได้ (IP68) หรือวัสดุหรูหราขั้นสุด รุ่นนี้จะช่วยคุณประหยัดเงินไปได้หลายพันบาทโดยที่ประสบการณ์ใช้งานแทบไม่ต่างกันเลยครับ

คะแนนที่ได้

9.4/10

>>> 👁️‍🗨️ ดูสเปกเด่น + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<

รีวิวสั้น ๆ – Redmi Note 14 Pro 5G

“คุ้มค่ามากครับ กล้องชัดสุด ๆ ถ่ายรูปขายของออนไลน์ได้เลย แบตก็อึดอยู่ได้ทั้งวัน” – เอก, อายุ 32, พ่อค้าออนไลน์

“ชอบหน้าจอค่ะ สีสวยมาก ดูซีรีส์เกาหลีฟินเลย เครื่องไม่ร้อนด้วยเวลาเล่นนาน ๆ” – จอย, อายุ 26, พนักงานต้อนรับ


5. Redmi K80 ★★★★☆

“รองเรือธงที่ทรงพลัง! ชิป Snapdragon 8 Gen 3 อดีตตัวท็อป จอ 2K สวยตาแตก”

Redmi K80

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

ปิดท้ายครึ่งแรกด้วย Redmi K80 (รุ่นธรรมดา) ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับคนที่อยากได้สเปกเรือธงแต่ไม่อยากจ่ายราคาเต็มครับ รุ่นนี้ใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 3 ซึ่งเป็นตัวท็อปของปีก่อนหน้า (2025) แต่ความแรงของมันยังถือว่า “เหลือเฟือ” สำหรับปี 2026 เรียกว่าแรงกว่ามือถือระดับกลางทุกตัวในตลาดแน่นอน แถมยังได้หน้าจอ 2K 120Hz เหมือนรุ่น Pro อีกด้วย เป็นรุ่นที่ตอบโจทย์ โทรศัพท์ Redmi รุ่นไหนดี สำหรับคนเน้น Performance ในงบที่คุ้มค่าครับ

สเปกเด่น

  • หน้าจอ: OLED 2K (3200×1440), 120Hz, Dolby Vision, 4000 nits peak brightness
  • ชิปเซ็ต: Snapdragon 8 Gen 3 (4nm)
  • RAM / ROM: 12GB / 16GB | 256GB / 512GB
  • กล้องหลัง: 50MP (OIS) + 8MP Ultra-Wide + 2MP Macro
  • แบตเตอรี่: 5,500mAh ชาร์จไว 90W
  • วัสดุ: เฟรมโลหะ ฝาหลังกระจก
ข้อดี
  • ชิป Snapdragon 8 Gen 3 ยังแรงมาก เล่นเกมได้ทุกเกมปรับสุด
  • หน้าจอ 2K เกรดเดียวกับตัว Pro สวยคมชัดมาก
  • แบตเตอรี่ 5,500mAh อึดกว่ารุ่นทั่วไป
  • วัสดุงานประกอบดีเยี่ยม เฟรมโลหะแข็งแรง
  • ราคาถูกกว่ารุ่น Pro หลายพันบาท
ข้อควรพิจารณา
  • ไม่มีกล้อง Telephoto เหมือนรุ่น Pro (ซูมไกลสู้ไม่ได้)
  • ชาร์จ 90W (รุ่น Pro 120W)
  • ไม่มีชาร์จไร้สาย

รีวิวแบบเจาะลึก

Redmi K80 รุ่นมาตรฐานนี้เหมาะมากสำหรับคนที่มีงบประมาณจำกัดแต่อยากสัมผัสประสบการณ์ระดับ High-End ครับ การที่มันใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 3 อาจจะดูเหมือนตกรุ่นไป 1 ปี แต่ในทางปฏิบัติ ความแรงของมันยังทิ้งห่างชิปซีรีส์ 7 หรือ Dimensity ระดับกลางแบบไม่เห็นฝุ่น เล่นเกมลื่นไม่ต่างจาก Gen 4 มากนักในการใช้งานจริง สิ่งที่คุณจะได้จากรุ่นนี้คือ “หน้าจอ” ที่สวยเกินราคา ความละเอียด 2K บนมือถือเรทราคานี้หาได้ยากมากครับ ดูหนังหรือเล่นเกมภาพสวย ๆ ได้อรรถรสเต็มเปี่ยม

จุดที่ถูกตัดออกไปเมื่อเทียบกับตัว Pro คือเรื่องกล้องซูม Telephoto และความเร็วในการชาร์จที่ลดลงเหลือ 90W (ซึ่งก็ยังเร็วมากอยู่ดี เต็มใน 30 นาทีนิด ๆ) ถ้าคุณไม่ใช่สายถ่ายรูป Portrait ที่ต้องซูมเยอะ ๆ แต่เน้นความลื่นไหลของระบบ ความสวยของจอ และความอึดของแบตเตอรี่ K80 คือตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดตัวหนึ่งในตระกูล Redmi เลยครับ เป็น โทรศัพท์ redmi รุ่นไหนดี ที่ผมเชียร์สำหรับคนฉลาดเลือกครับ

คะแนนที่ได้

9.3/10

>>> 👁️‍🗨️ ดูสเปกเด่น + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<

รีวิวสั้น ๆ – Redmi K80

“สเปกเทพในราคาจับต้องได้ครับ จอสวยมากกกก ดู Netflix ชัดตาแตก แบตก็ทน” – บาส, อายุ 27, พนักงาน IT

“เล่น Genshin ลื่น ๆ เลยครับ ไม่ต้องจ่ายแพงซื้อตัว Pro ก็เล่นได้เหมือนกัน คุ้มครับ” – โอม, อายุ 23, นักศึกษา


6. Redmi Note 14 ★★★★☆

“รุ่นเริ่มต้นที่ให้จอ AMOLED 120Hz! คุ้มค่าที่สุดสำหรับคนงบ 5,000 บาท”

Redmi Note 14

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

ขยับมาที่กลุ่มราคาสบายกระเป๋ากันบ้างครับ กับ Redmi Note 14 (รุ่นมาตรฐาน) ถ้าโจทย์ของคุณคือ โทรศัพท์ Redmi รุ่นไหนดี ในงบประมาณ 5-6 พันบาท แต่อยากได้หน้าจอสวย ๆ ไว้ดูหนังดูคลิป รุ่นนี้กินขาดคู่แข่งในตลาดราบคาบ เพราะ Redmi ใจป้ำใส่หน้าจอ AMOLED 120Hz มาให้ในรุ่นเริ่มต้น! ซึ่งปกติราคานี้เรามักจะเจอแต่จอ LCD ธรรมดา นอกจากจอสวยแล้ว ดีไซน์ก็ยังถอดแบบมาจากรุ่น Pro ให้ความรู้สึกทันสมัยและบางเบาครับ

สเปกเด่น

  • หน้าจอ: AMOLED 6.67″ FHD+, 120Hz, ความสว่างสูงสุด 1200 nits
  • ชิปเซ็ต: Snapdragon 6 Gen 1 (4nm)
  • RAM / ROM: 6GB / 8GB | 128GB / 256GB (เพิ่ม MicroSD ได้)
  • กล้องหลัง: 50MP (Main) + 2MP (Depth)
  • กล้องหน้า: 13MP
  • แบตเตอรี่: 5,000mAh ชาร์จไว 33W
  • จุดเด่น: มีช่องหูฟัง 3.5 มม., ลำโพงคู่, กันน้ำ IP54
ข้อดี
  • หน้าจอ AMOLED 120Hz สวยที่สุดในเรทราคานี้
  • ชิป Snapdragon 6 Gen 1 ประสิทธิภาพดีกว่ารุ่นก่อนหน้าพอสมควร
  • แบตเตอรี่อึด ใช้งานทั่วไปได้เกินวันสบาย ๆ
  • ดีไซน์สวย ทันสมัย ขอบจอบางลง
  • มีช่องหูฟัง 3.5 มม. และเพิ่มเมมได้
ข้อควรพิจารณา
  • ชาร์จ 33W ถือว่ากลาง ๆ ไม่ได้เร็วมาก
  • ไม่มีกล้อง Ultra-Wide (ตัดออกเพื่อลดต้นทุน)
  • ลำโพงคู่เสียงดังแต่เบสไม่ค่อยมี

รีวิวแบบเจาะลึก

Redmi Note 14 รุ่นธรรมดาถือเป็นการยกระดับมาตรฐานมือถือรุ่นเริ่มต้นใหม่ครับ สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือ “หน้าจอ” ที่ให้มาแบบไม่กั๊ก AMOLED สีสันสดใส สู้แสงแดดได้ดี และมีความลื่นไหล 120Hz ทำให้การไถฟีด Facebook หรือ TikTok รู้สึกสมูทตามาก ๆ ชิปเซ็ต Snapdragon 6 Gen 1 แม้จะไม่ใช่ตัวแรงระดับเล่นเกมหนัก ๆ แต่สำหรับการใช้งานทั่วไป เปิดแอปโซเชียล สั่งอาหาร หรือเล่นเกมเบา ๆ อย่าง Candy Crush, Subway Surfers หรือแม้แต่ ROV (ปรับกลาง) ก็ทำได้ลื่นไหลดีครับ

ข้อสังเกตคือรุ่นนี้ตัดกล้อง Ultra-Wide ออกไป เหลือแค่กล้องหลักและกล้อง Depth ทำให้มุมมองการถ่ายภาพอาจจะไม่หลากหลายเท่ารุ่น Pro แต่ถ้าคุณเน้นถ่ายอาหาร ถ่ายวิวทั่วไป หรือถ่ายคน กล้องหลัก 50MP ก็ทำหน้าที่ได้ดีสมราคาครับ สำหรับใครที่ลังเลระหว่างรุ่นนี้กับรุ่นอื่น ลองดู รีวิว Redmi Note 14 5G เพิ่มเติมเพื่อประกอบการตัดสินใจได้ครับ แต่โดยรวมในงบ 5 พันกลาง ๆ หาตัวจับยากครับ

คะแนนที่ได้

9.0/10

>>> 👁️‍🗨️ ดูสเปกเด่น + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<

รีวิวสั้น ๆ – Redmi Note 14

“คุ้มมากครับ ซื้อให้แม่ใช้ แม่ชอบจอใหญ่ สีสวย ตัวหนังสือชัดดีครับ” – กอล์ฟ, อายุ 28, พนักงานธนาคาร

“งบเท่านี้ได้จอ AMOLED 120Hz คือที่สุดแล้วค่ะ ดูซีรีส์ภาพสวยมาก แบตก็ทน” – น้ำตาล, อายุ 22, นักศึกษา


7. Redmi Turbo 5 ★★★★☆

“ม้ามืดสายสปีด! ขุมพลัง Dimensity 9300 แรงระดับท็อป ในราคาหมื่นกลาง”

Redmi Turbo 5

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

มาถึงรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวปลายปี 2025 กับ Redmi Turbo 5 ครับ รุ่นนี้ออกมาเพื่อสานต่อความแรงของตระกูล Turbo โดยขยับไปใช้ชิปเซ็ตฝั่ง MediaTek ตัวท็อปอย่าง Dimensity 9300 ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความแรงแบบดิบเถื่อน คะแนน Benchmark สูสีกับ Snapdragon 8 Gen 3 เลยทีเดียว ถ้าคุณเป็นฮาร์ดคอร์เกมเมอร์ที่ต้องการ โทรศัพท์ Redmi รุ่นไหนดี ที่เฟรมเรตไม่ตกและเล่นได้ยาว ๆ รุ่นนี้เกิดมาเพื่อคุณครับ

สเปกเด่น

  • หน้าจอ: AMOLED 1.5K, 144Hz Refresh Rate, 480Hz Touch Sampling Rate
  • ชิปเซ็ต: Dimensity 9300 (4nm)
  • RAM / ROM: 12GB / 16GB | 256GB / 512GB (UFS 4.0)
  • กล้องหลัง: 50MP (Sony IMX906, OIS) + 8MP
  • แบตเตอรี่: 5,200mAh ชาร์จไว 90W
  • ระบบระบายความร้อน: VC Liquid Cooling ขนาดใหญ่พิเศษ
ข้อดี
  • ชิป Dimensity 9300 แรงระดับท็อป 10 ของโลก เล่นได้ทุกเกม
  • หน้าจอ 144Hz ลื่นไหลสุด ๆ เหมาะกับเกม FPS
  • แบตเตอรี่ 5,200mAh ใช้งานได้นานขึ้น
  • ระบบระบายความร้อนดีมาก เครื่องไม่ค่อยร้อน
  • ชาร์จไว 90W เติมไฟเร็วทันใจ
ข้อควรพิจารณา
  • ดีไซน์อาจจะดูดุดันไปหน่อยสำหรับสาย Lifestyle
  • ไม่มีเลนส์ Telephoto (เน้นประสิทธิภาพมากกว่ากล้อง)
  • ราคาสูงกว่า Turbo 4 พอสมควร

รีวิวแบบเจาะลึก

Redmi Turbo 5 คือร่างอวตารของเครื่องเล่นเกมพกพาในคราบสมาร์ทโฟนครับ ชิป Dimensity 9300 มีสถาปัตยกรรมแบบ All-Big Core (ไม่มีคอร์ประหยัดพลังงาน มีแต่คอร์แรง!) ทำให้ประสิทธิภาพ Multi-core สูงมาก เหมาะกับการ Redmi เล่นเกมลื่น แบบ Multitasking หรือเปิดบอทเกมไปพร้อม ๆ กัน หน้าจอ 144Hz ตอบสนองนิ้วไวมาก ใครสาย PubG หรือ Call of Duty Mobile จะได้เปรียบเรื่องจังหวะการยิงแน่นอน

ถึงจะเน้นแรง แต่กล้องหลัก 50MP ที่ใช้เซนเซอร์ Sony IMX906 ก็ไม่ได้ขี้เหร่นะครับ ถ่ายภาพกลางวันสวยคมชัด สีสันจัดจ้านตามสไตล์ AI ของ Xiaomi แต่ถ้าเทียบเรื่องการซูมหรือถ่ายคน อาจจะยังเป็นรอง K80 Pro หรือ Note 14 Pro+ อยู่บ้าง รุ่นนี้เหมาะกับคนที่ชัดเจนในความต้องการ คือ “ขอแรงที่สุด ในงบที่จ่ายไหว” ครับ

คะแนนที่ได้

9.2/10

>>> 👁️‍🗨️ ดูสเปกเด่น + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<

รีวิวสั้น ๆ – Redmi Turbo 5

“ใครบอก MediaTek ร้อน รุ่นนี้ไม่ร้อนเลยครับ ระบายความร้อนดีมาก เล่นเกมยาว ๆ เฟรมเรตนิ่งกริบ” – เต้, อายุ 24, นักแข่ง E-Sport สมัครเล่น

“ชอบความลื่นของจอครับ 144Hz คือโลกใหม่เลย กลับไปใช้ 60Hz ไม่ได้แล้ว” – มาร์ค, อายุ 26, โปรแกรมเมอร์


8. Redmi Note 13 Pro+ ★★★★☆

“ตำนานยังไม่ตาย! รุ่นยอดฮิตปีก่อน ที่ราคาลงมาจนน่าซื้อสุด ๆ ได้กล้อง 200MP + กันน้ำ IP68”

Redmi Note 13 Pro+

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

บางครั้ง โทรศัพท์ Redmi รุ่นไหนดี อาจไม่ได้หมายถึงรุ่นใหม่ล่าสุดเสมอไปครับ แต่หมายถึงรุ่นที่ “คุ้มค่าที่สุด” และ Redmi Note 13 Pro+ คือนิยามของคำนั้น แม้จะเปิดตัวมาสักพัก แต่สเปกของมันยังคงโหดหิน ทั้งกล้อง 200MP, ชาร์จไว 120W, จอโค้งสวยงาม และกันน้ำ IP68 ที่สำคัญคือ “ราคา” ที่ปรับลงมาจนชนกับรุ่นกลางของปีนี้ ทำให้คุณได้สเปกอดีตตัวท็อปในราคาเบา ๆ ครับ

สเปกเด่น

  • หน้าจอ: Curved AMOLED 6.67″ 1.5K, 120Hz
  • ชิปเซ็ต: Dimensity 7200-Ultra (4nm)
  • RAM / ROM: 8GB / 12GB | 256GB / 512GB
  • กล้องหลัง: 200MP (Samsung HP3, OIS) + 8MP + 2MP
  • แบตเตอรี่: 5,000mAh ชาร์จไว 120W HyperCharge
  • กันน้ำ: IP68
ข้อดี
  • ราคาน่าคบหามากเมื่อเทียบกับสเปกที่ได้
  • กล้อง 200MP ยังคงถ่ายสวยคมชัด ไม่ตกยุค
  • ดีไซน์สวยหรู จอโค้ง วัสดุดี (โดยเฉพาะรุ่นฝาหลังหนัง Vegan)
  • กันน้ำ IP68 หายห่วงเรื่องเปียกฝน
  • ชาร์จไว 120W เร็วสะใจ
ข้อควรพิจารณา
  • ชิป Dimensity 7200-Ultra อาจจะสู้รุ่นใหม่ ๆ อย่าง 8300 หรือ 7s Gen 3 ไม่ได้ในระยะยาว
  • การอัปเดต Android อาจจะไปต่อได้น้อยกว่ารุ่นใหม่

รีวิวแบบเจาะลึก

ถ้าคุณไม่ได้ซีเรียสว่าจะต้องถือรุ่นใหม่ล่าสุด Redmi Note 13 Pro+ คือเพชรในตมครับ กล้อง 200MP ตัวเดียวกับรุ่น Note 14 Pro+ ทำให้คุณภาพรูปถ่ายแทบไม่ต่างกันเลย แต่คุณจ่ายถูกกว่าหลายพันบาท ชิป Dimensity 7200-Ultra แม้จะเก่ากว่านิดหน่อย แต่ประสิทธิภาพยังถือว่าดีมากสำหรับการใช้งานทั่วไปและเล่นเกมกราฟิกกลาง ๆ ได้ลื่นไหล

จุดเด่นที่ทำให้รุ่นนี้ยังน่าซื้อคือ “ความครบเครื่อง” ครับ ได้ทั้งจอสวย ชาร์จไว กันน้ำ ดีไซน์พรีเมียม ใครที่กำลังมองหา Redmi Note Series รุ่นไหนดี ที่คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ รุ่นนี้คือตัวเลือกที่ผมเชียร์สุดใจ โดยเฉพาะช่วงที่มี Flash Sale ราคาจะยิ่งดึงดูดใจมากครับ

คะแนนที่ได้

8.8/10

>>> 👁️‍🗨️ ดูสเปกเด่น + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<

รีวิวสั้น ๆ – Redmi Note 13 Pro+

“ตอนแรกลังเลรุ่นใหม่ แต่พอดูราคาตัวนี้แล้วกดเลยครับ คุ้มมาก สเปกแทบไม่ต่างกันเลย” – บอย, อายุ 31, พนักงานขาย

“ใช้มาปีกว่าแล้วยังลื่นอยู่เลยค่ะ กล้องสวย ชาร์จไว เครื่องสวย เพื่อนทักตลอดว่ารุ่นอะไร” – ฟ้า, อายุ 25, เลขานุการ


9. Redmi 15C ★★★★☆

“มือถือเครื่องแรกของลูกหลาน หรือเครื่องสำรองสุดอึด จอใหญ่ แบตทน ราคา 3 พันนิด ๆ”

Redmi 15C

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

สำหรับใครที่มีงบจำกัดจริง ๆ หรือกำลังมองหา โทรศัพท์ Redmi รุ่นไหนดี ให้ผู้สูงอายุใช้เล่น Line หรือให้เด็ก ๆ ไว้เรียนออนไลน์ Redmi 15C คือคำตอบครับ ในราคา 3 พันต้น ๆ คุณจะได้หน้าจอขนาดใหญ่ 6.71 นิ้ว แบตเตอรี่ 5,000mAh ที่อยู่ได้เป็นวัน และดีไซน์ที่ดูดีเกินราคา เป็นรุ่นประหยัดที่ขายดีถล่มทลายทุกปีครับ

สเปกเด่น

  • หน้าจอ: IPS LCD 6.71″ HD+ (1650 x 720), 90Hz Refresh Rate
  • ชิปเซ็ต: MediaTek Helio G88 (12nm)
  • RAM / ROM: 4GB / 6GB | 128GB (เพิ่ม MicroSD ได้สูงสุด 1TB)
  • กล้องหลัง: 50MP (Main) + Auxiliary Lens
  • แบตเตอรี่: 5,000mAh ชาร์จ 18W (หัวชาร์จ 10W ในกล่อง)
  • จุดเด่น: สแกนนิ้วด้านข้าง, ปลดล็อกด้วยใบหน้า, ช่องหูฟัง 3.5 มม.
ข้อดี
  • ราคาประหยัดมาก คุ้มค่าสุด ๆ
  • หน้าจอใหญ่ 6.71 นิ้ว ตัวหนังสือใหญ่สะใจผู้สูงอายุ
  • แบตเตอรี่อึด ใช้งานทั่วไปได้นาน
  • ดีไซน์ฝาหลังสวย ทนรอยขีดข่วน
  • รองรับ 90Hz ไถหน้าจอลื่นกว่ารุ่นราคาถูกทั่วไป
ข้อควรพิจารณา
  • ความละเอียดจอแค่ HD+ อาจจะไม่คมกริบ
  • ชาร์จค่อนข้างช้า (18W)
  • กล้องถ่ายที่แสงน้อยไม่ค่อยดี
  • ใช้พอร์ต Micro-USB (ในบางล็อต) หรือ Type-C แบบช้า

รีวิวแบบเจาะลึก

Redmi 15C ทำหน้าที่ของมันได้ดีเยี่ยมในฐานะ “สมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น” ครับ ชิป Helio G88 อาจจะเก่าไปบ้าง แต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานพื้นฐาน เช่น เล่น Facebook, Line, YouTube หรือแอปธนาคาร หน้าจอ 90Hz ช่วยให้ประสบการณ์การใช้งานดูลื่นไหลขึ้นกว่ารุ่นเก่า ๆ ที่เป็น 60Hz อย่างเห็นได้ชัด

ถ้าคุณกำลังมองหา โทรศัพท์ Redmi ราคาไม่เกิน 5000 รุ่นไหนดี ตัวนี้คือเบอร์ต้น ๆ ในลิสต์ครับ สิ่งที่ต้องทำใจคือเรื่องกล้องและการเล่นเกมหนัก ๆ ที่รุ่นนี้อาจจะไม่ตอบโจทย์ แต่ถ้าซื้อไปใช้งานทั่วไป รับรองว่าคุ้มค่าทนทานครับ หรือลองดู รีวิว Redmi 15C เพิ่มเติมเพื่อดูตัวอย่างภาพถ่ายได้ครับ

คะแนนที่ได้

8.5/10

>>> 👁️‍🗨️ ดูสเปกเด่น + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<

รีวิวสั้น ๆ – Redmi 15C

“ซื้อให้พ่อใช้ พ่อบอกจอใหญ่ดี ตัวหนังสือชัด แบตอยู่ได้ 2 วันเลยถ้าไม่ค่อยเล่น” – ปอ, อายุ 35, พนักงานราชการ

“เอาไว้เป็นเครื่องสำรองรับออเดอร์ Grab ดีมากครับ เครื่องไม่แพง แบตทน คุ้ม” – แม็ก, อายุ 29, ไรเดอร์


10. Redmi A4 5G ★★★☆☆

“ประตูสู่โลก 5G ที่ถูกที่สุด! อินเทอร์เน็ตแรงปรู๊ด ในราคาไม่ถึง 4 พัน”

Redmi A4 5G

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

ปิดท้ายกันด้วย Redmi A4 5G รุ่นเล็กพริกขี้หนูที่มาพร้อมจุดขายเด็ดคือ “รองรับ 5G” ในราคาที่ถูกเหลือเชื่อ! ใครที่อยากลองใช้น็ต 5G แรง ๆ แต่ไม่อยากซื้อมือถือแพง ๆ โทรศัพท์ Redmi รุ่นไหนดี ที่ตอบโจทย์นี้ ก็ต้องรุ่นนี้เลยครับ แถมดีไซน์ด้านหลังยังออกแบบมาดูคล้ายรุ่นเรือธงรุ่นพี่ด้วยนะ ถือแล้วไม่ดูเป็นมือถือราคาประหยัดเลย

สเปกเด่น

  • หน้าจอ: LCD 6.74″ HD+, 90Hz
  • ชิปเซ็ต: Snapdragon 4 Gen 2 (4nm)
  • RAM / ROM: 4GB / 6GB | 64GB / 128GB
  • กล้องหลัง: 50MP
  • แบตเตอรี่: 5,000mAh ชาร์จ 18W
  • จุดเด่น: รองรับ 5G Dual SIM, ดีไซน์ Halo Ring สวยงาม
ข้อดี
  • เป็นมือถือ 5G ที่ราคาถูกที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาด
  • ชิป Snapdragon 4 Gen 2 ประสิทธิภาพดีเกินราคา
  • ดีไซน์สวย ดูพรีเมียมเกินค่าตัว
  • หน้าจอใหญ่ ไหลลื่น 90Hz
  • แบตเตอรี่อึดใช้งานได้นาน
ข้อควรพิจารณา
  • ความละเอียดหน้าจอแค่ HD+
  • ชาร์จช้า (18W)
  • รอมเริ่มต้น 64GB อาจจะน้อยไปสำหรับบางคน (แนะนำรุ่น 128GB)

รีวิวแบบเจาะลึก

Redmi A4 5G เป็นการปฏิวัติวงการมือถือราคาประหยัดอย่างแท้จริงครับ ปกติราคานี้เราจะได้แค่ชิป 4G ตัวเก่า ๆ แต่ Redmi ใส่ Snapdragon 4 Gen 2 มาให้ ซึ่งเป็นชิป 4nm ที่จัดการพลังงานดีมากและรองรับ 5G ทำให้การโหลดแอป ดู YouTube หรือ Video Call ชัดแจ๋วไม่กระตุก ดีไซน์วงแหวนกล้องขนาดใหญ่ด้านหลัง (Halo Ring) ทำให้ดูคล้าย Xiaomi 14 Ultra รุ่นพี่ ช่วยเพิ่มความหรูหราเวลาถือใช้งาน

ข้อควรระวังคือหน่วยความจำเริ่มต้น 64GB อาจจะเต็มเร็วถ้าลงแอปเยอะ แนะนำให้กัดฟันเพิ่มเงินอีกนิดไปรุ่น 128GB จะใช้ยาว ๆ ได้สบายใจกว่าครับ ใครที่มองหา สมาร์ทโฟนราคาถูกและดี ที่รองรับเทคโนโลยีอนาคต รุ่นนี้คุ้มค่าที่สุดในตอนนี้ครับ

คะแนนที่ได้

8.2/10

>>> 👁️‍🗨️ ดูสเปกเด่น + รีวิวแบบเจาะลึก + <<<

รีวิวสั้น ๆ – Redmi A4 5G

“เน็ต 5G แรงจริงครับ ดูยูทูปชัดแจ๋ว ไม่ต้องรอหมุน ราคาแค่นี้ทำได้ขนาดนี้คือสุดยอด” – หนุ่ม, อายุ 30, รปภ.

“เครื่องสวยเหมือนรุ่นแพง ๆ เลยค่ะ ถ่ายรูปก็โอเคนะคะ แบตอึดดี” – แพตตี้, อายุ 20, นักศึกษา


มุมมองจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านไอที

สื่อเทคโนโลยีชื่อดังระดับโลกอย่าง GSMArena และ Android Authority ต่างให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ปี 2026 เป็นปีทองของแบรนด์ลูกอย่าง Redmi ที่สามารถเบียดแย่งส่วนแบ่งตลาดจากแบรนด์แม่และคู่แข่งได้อย่างดุเดือด

“Redmi ไม่ใช่แค่มือถือราคาประหยัดอีกต่อไป แต่เป็นแบรนด์ที่กำหนดมาตรฐานใหม่ของคำว่า ‘ความคุ้มค่า’ โดยเฉพาะตระกูล Note และ K Series ที่ให้ฟีเจอร์ระดับเรือธงในราคาที่ใครก็เอื้อมถึง”

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า การเลือก โทรศัพท์ redmi รุ่นไหนดี ในปีนี้ ผู้ซื้อควรโฟกัสที่ 3 ปัจจัยหลัก:

ปัจจัยที่กูรูแนะนำให้ดู

  • ชิปเซ็ตคือหัวใจ: ในปี 2026 เส้นแบ่งระหว่างชิปเรือธง (Snapdragon 8 Series) กับชิปรอง (7 Series / Dimensity 8000 Series) เริ่มจางลง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าสำหรับคนทั่วไป ชิประดับรองก็เพียงพอและประหยัดแบตเตอรี่กว่ามาก
  • HyperOS Ecosystem: การมาของ HyperOS ทำให้การเชื่อมต่อระหว่างมือถือ Redmi กับ แท็บเล็ต หรือ Smart Watch ลื่นไหลขึ้นมาก การเลือกรุ่นที่รองรับ HyperOS เต็มรูปแบบจะช่วยให้ใช้งานได้ยาวนานกว่า
  • จอภาพสำคัญกว่ากล้อง: เราจ้องหน้าจอวันละหลายชั่วโมง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เลือกรุ่นที่มีจอ AMOLED 120Hz และถนอมสายตา (PWM Dimming สูงๆ) อย่าง Redmi K80 หรือ Note 14 Pro ขึ้นไป จะดีต่อสุขภาพตาในระยะยาว

บทวิเคราะห์จากทีมงาน ToplistPlus

“ทีมงานมองว่า Redmi Note 14 Pro 5G คือ ‘Sweet Spot’ หรือจุดที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคนไทยส่วนใหญ่ เพราะได้ครบทั้งกล้อง 200MP, จอสวย, และชาร์จไว ในราคาที่ไม่ทำให้กระเป๋าฉีก ส่วนสายเกมเมอร์ การลงทุนเพิ่มไปที่ Redmi Turbo Series จะเห็นผลชัดเจนในระยะยาว 2-3 ปีครับ”


เคล็ดลับการเลือกซื้อ Redmi ให้คุ้มค่าที่สุด (ฉบับมือโปร)

ภาพโทรศัพท์ redmi รุ่นไหนดี สำหรับประกอบบทความ SEO หัวข้อเคล็ดลับการเลือกซื้อ

เพื่อให้เพื่อน ๆ เลือก โทรศัพท์ Redmi รุ่นไหนดี ได้ตรงใจที่สุด ผมมีคู่มือสั้น ๆ มาฝากครับ จำง่าย ๆ ตามซีรีส์เลย:

  1. Redmi Number Series (เช่น Redmi 15C, A4): เหมาะสำหรับ “งบประหยัด” เน้นใช้งานพื้นฐาน โทรเข้าออก เล่นไลน์ ดูยูทูป แบตอึด ราคาไม่เกิน 3,000 – 5,000 บาท
  2. Redmi Note Series (เช่น Note 14, Note 14 Pro): เหมาะสำหรับ “คนส่วนใหญ่” เป็นรุ่นพิมพ์นิยม ได้จอสวย กล้องดี ชาร์จไว ครบเครื่องในงบ 6,000 – 12,000 บาท
  3. Redmi Turbo Series (เช่น Turbo 4, Turbo 5): เหมาะสำหรับ “เกมเมอร์งบจำกัด” ตัดกล้องเทพออก อัดชิปแรงใส่แทน เน้นลื่น เน้นแรง ในงบ 10,000 – 15,000 บาท
  4. Redmi K Series (เช่น K80, K80 Pro): เหมาะสำหรับ “สายเรือธง” อยากได้ทุกอย่างสุดจัด ชิปท็อป จอ 2K กล้องซูม วัสดุดี ในงบ 15,000++ บาท (คุ้มกว่าเรือธงค่ายอื่นครึ่งต่อครึ่ง)

💡 ยังลังเลว่าจะไปแบรนด์อื่นดีไหม?

ถ้า Redmi ยังไม่ใช่สไตล์คุณ ลองดูคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อได้ที่บทความเปรียบเทียบของเราครับ

👉 Redmi vs Infinix แบรนด์ไหนคุ้มกว่ากัน?
👉 POCO vs Realme ศึกมือถือสเปกแรง


HyperOS: หัวใจใหม่ของ Redmi ที่คุณต้องรู้

หลายคนที่เพิ่งย้ายค่ายมาอาจจะสงสัยว่า MIUI หายไปไหน? ตอนนี้ Xiaomi/Redmi เปลี่ยนมาใช้ระบบปฏิบัติการใหม่ที่ชื่อว่า HyperOS แล้วครับ ข้อดีหลัก ๆ ที่เพื่อน ๆ จะสัมผัสได้คือ:

  • ลื่นขึ้น เบาขึ้น: ใช้ทรัพยากรเครื่องน้อยลง ทำให้มือถือรุ่นเล็ก ๆ อย่าง Redmi 15C ทำงานได้ลื่นไหลขึ้น
  • หน้าตาสวยงาม: ปรับแต่ง Lock Screen ได้หลากหลายรูปแบบ ดูทันสมัยและเป็นส่วนตัวมากขึ้น
  • เชื่อมต่อไร้รอยต่อ: ถ้าคุณมีแท็บเล็ต Xiaomi หรือนาฬิกา สามารถ Copy ข้อความในมือถือไป Paste บนแท็บเล็ตได้เลย หรือรับสายผ่านอุปกรณ์อื่นได้ง่าย ๆ

ใครที่กังวลว่าซื้อมาแล้วจะใช้ยาก ไม่ต้องห่วงครับ หน้าตาเมนูยังคล้ายเดิม แต่ประสิทธิภาพดีขึ้นแน่นอน


Redmi vs POCO: พี่น้องท้องเดียวกัน ต่างกันตรงไหน?

คำถามโลกแตกที่เจอบ่อยมากคือ “ซื้อ Redmi Turbo หรือไป POCO F Series ดี?” เพราะสเปกมันใกล้เคียงกันมาก ผมสรุปให้แบบนี้ครับ:

  • Redmi: จะมีความเป็น Mass มากกว่า ดีไซน์ดูเรียบหรูเข้าถึงง่าย งานประกอบมักจะดูดีกว่านิดหน่อย และซอฟต์แวร์ (ROM) มักจะเสถียรกว่าและได้อัปเดตไวกว่าในบางรุ่น
  • POCO: จะเน้นความคุ้มค่าแบบสุดโต่ง ดีไซน์ฉูดฉาด (สีเหลือง/ดำ) วัสดุอาจลดเกรดลงบ้างเพื่อทำราคาให้ถูกที่สุด เหมาะกับสายโมดิฟาย หรือเน้นสเปกเพียว ๆ ไม่สนหน้าตา

ถ้าคุณเน้นใช้งานทั่วไป ถือเข้าสังคมได้ไม่อายใคร ไป Redmi ครับ แต่ถ้าเน้นเล่นเกมอยู่ในห้อง ประหยัดงบสุด ๆ ไป POCO ได้เลย


คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ โทรศัพท์ Redmi

โทรศัพท์ redmi รุ่นไหนดี วางบนโต๊ะไม้ พื้นหลังสีฟ้า พร้อมไอคอนคำถาม และลายน้ำ toplistplus.com

  • ถาม: มือถือ Redmi มี Google (GMS) ไหม?
    ตอบ: มีครับ! เครื่องศูนย์ไทย (Global Version) มี Google Play Store และบริการ Google ครบทุกอย่าง ใช้งานแอปธนาคาร เป๋าตัง ได้ปกติ 100% ครับ (ระวังแค่เครื่องหิ้ว China Rom เท่านั้น)
  • ถาม: ซีรีส์ Note กับ Turbo ต่างกันยังไง?
    ตอบ: ซีรีส์ Note เน้น “สมดุล” คือกล้องสวย จอสวย ดีไซน์พรีเมียม แต่ชิปเซ็ตระดับกลาง ส่วนซีรีส์ Turbo เน้น “ความแรง” คือใส่ชิปเกือบเรือธงมาให้เล่นเกมลื่น ๆ แต่อาจลดสเปกกล้องหรือวัสดุลงครับ
  • ถาม: เครื่องร้อนไหมเวลาเล่นเกม?
    ตอบ: รุ่นใหม่ ๆ อย่าง K80, Turbo 4 มีระบบระบายความร้อนขนาดใหญ่ (VC Cooling) ช่วยได้เยอะครับ แต่ถ้าเล่นเกมหนัก ๆ ต่อเนื่องนาน ๆ ก็มีอุ่นขึ้นบ้างเป็นปกติ แนะนำให้ถอดเคสเล่นถ้าจะลุยยาว ๆ ครับ
  • ถาม: Redmi กันน้ำไหม?
    ตอบ: เดี๋ยวนี้รุ่นกลาง ๆ อย่าง Redmi Note 14 Pro+ และ K80 Pro ได้มาตรฐานกันน้ำระดับสูง IP68 (ลงน้ำได้) แล้วครับ ส่วนรุ่นรองลงมามักจะได้ IP54 (กันละอองน้ำ/ฝน) ครับ ควรเช็กสเปกแต่ละรุ่นให้ดีก่อนเอาไปลุยน้ำนะครับ
  • ถาม: หาซื้อเคสและฟิล์มง่ายไหม?
    ตอบ: ง่ายมากครับ Redmi เป็นแบรนด์ยอดนิยมอันดับต้น ๆ ในไทย ตามตลาดนัด แอปส้ม แอปน้ำเงิน มีเคสให้เลือกเป็นพันแบบครับ หายห่วงได้เลย

บทสรุปส่งท้าย: Redmi รุ่นไหนที่ใช่สำหรับคุณ?

มาถึงตรงนี้ หวังว่าเพื่อน ๆ คงจะได้คำตอบกันแล้วนะครับว่า โทรศัพท์ redmi รุ่นไหนดี ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และเงินในกระเป๋าที่สุด ในปี 2026 นี้ Redmi ทำการบ้านมาดีมาก มีตัวเลือกครอบคลุมทุกกลุ่มจริง ๆ

  • ถ้าคุณคือ “The Best or Nothing” งบไม่ใช่ปัญหา จัด Redmi K80 Pro ไปเลยครับ จบ ครบ เทพ!
  • ถ้าคุณคือ “สายคุ้มค่า เน้นกล้องสวย” Redmi Note 14 Pro+ 5G คือตัวเลือกที่ Balance ดีที่สุดในตลาดตอนนี้
  • ถ้าคุณคือ “เกมเมอร์ตัวจริง” อย่ามองข้าม Redmi Turbo 4 หรือ Turbo 5 ครับ ความแรงระดับนี้ในราคานี้ หาที่ไหนไม่ได้แล้ว
  • และถ้าคุณคือ “สายประหยัด” Redmi 15C หรือ Redmi Note 14 ก็พร้อมจะเป็นเพื่อนคู่ใจที่วางใจได้ในทุกวันครับ

สุดท้ายนี้ มือถือที่ดีที่สุด ไม่ใช่มือถือที่แพงที่สุด แต่เป็นมือถือที่ตอบโจทย์การใช้งานของคุณได้ดีที่สุดครับ ขอให้มีความสุขกับสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่นะครับ!

ภาพประกอบบทความสรุป โทรศัพท์ redmi รุ่นไหนดี พร้อมสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ตกแต่ง


หมายเหตุจากผู้เขียน:

  • ข้อมูลสเปก ราคา และโปรโมชันต่าง ๆ ควรอัปเดตจากเว็บไซต์ทางการของ Xiaomi Thailand หรือร้านค้า Official Store บน Lazada/Shopee อีกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อนะครับ เพราะราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
  • ToplistPlus เป็นเว็บไซต์รีวิวที่มุ่งเน้นการนำเสนอข้อมูลจริง การเปรียบเทียบอย่างเป็นกลาง และช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจเลือกสินค้าได้อย่างมีเหตุผล
  • บทความนี้จัดทำขึ้นโดยไม่มีการรับการสนับสนุนหรือการชี้นำจากแบรนด์ใดเป็นพิเศษ ลิงก์สั่งซื้อในบทความอาจเป็นลิงก์ Affiliate ซึ่งเว็บไซต์อาจได้รับค่าคอมมิชชั่นเล็กน้อยเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน แต่ไม่มีผลต่อการจัดอันดับหรือคะแนนสินค้าครับ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • บทความนี้ใช้ Ai เป็นผู้ช่วยในการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์สเปก และเรียบเรียงเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือระดับโลก แต่เราได้ทำการตรวจสอบและปรับปรุงเนื้อหาให้เป็นภาษาที่อ่านง่ายและเข้าใจได้สำหรับคนไทยครับ
  • คะแนนความคุ้มค่า (Stars Score) เป็นการประเมินจากทีมงาน ToplistPlus โดยเทียบกับคู่แข่งในระดับราคาเดียวกัน ณ ช่วงเวลาที่เขียนบทความ อ้างอิงจากรีวิวผู้ใช้งานจริงในเว็บ GSMArena และกลุ่มผู้ใช้ในไทยครับ
  • รีวิวสั้น ๆ จากผู้ใช้งาน เป็นการรวบรวมความคิดเห็นจากคอมมูนิตี้ออนไลน์ เช่น กลุ่ม Facebook Redmi Thailand และ Pantip นำมาเรียบเรียงใหม่โดยสมมุติชื่อเพื่อให้อ่านง่ายและเห็นภาพการใช้งานจริงครับ
  • ภาพประกอบสินค้าบางส่วนนำมาจากเว็บไซต์ Official ของ Xiaomi/Redmi เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์และรีวิวเท่านั้นครับ
เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้ (Cookies) เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ ขอบพระคุณครับ