สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาว ToplistPlus! เคยสงสัยกันไหมครับว่าทำไม iPhone ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ถึงได้ลื่นไหล เล่นเกมก็ไม่กระตุก ตัดต่อวิดีโอก็ไวปานสายฟ้าแลบ แถมยังประหยัดแบตเตอรี่ได้น่าเหลือเชื่อ? คำตอบทั้งหมดนี้อยู่ที่ “สมอง” ของเครื่อง หรือที่เราเรียกกันว่า “ชิปเซ็ต” (Chipset) นั่นเองครับ
วันนี้ผมจะพาเพื่อน ๆ นั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปดูวิวัฒนาการความเทพของ Apple Silicon ในบทความ สรุปชิป iPhone ทั้งหมด ตั้งแต่รุ่นแรก ๆ จนถึงรุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไปครับ รับรองว่าเพื่อน ๆ จะได้เห็นภาพชัดเจนเลยว่า ทำไม Apple ถึงยืนหนึ่งเรื่องความแรงมาตลอด และถ้าใครกำลังมองหา iPhone รุ่นไหนดี บทความนี้จะเป็นคู่มือชั้นดีที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นแน่นอนครับ
เราจะมาเจาะลึกกันแบบเพื่อนเล่าให้เพื่อนฟัง ไม่เน้นศัพท์เทคนิคชวนงง แต่เน้นเนื้อ ๆ เน้น ๆ ว่าชิปตัวไหนทำอะไรได้บ้าง และมันส่งผลต่อการใช้งานจริงของเราอย่างไร พร้อมแล้วไปลุยกันเลยครับ!
หัวข้อที่น่าสนใจ
จุดเริ่มต้นตำนาน: จากชิป Samsung สู่ Apple Silicon (ยุคก่อน A4)
เชื่อไหมครับว่า iPhone รุ่นแรก ๆ (iPhone 2G, 3G) ไม่ได้ใช้ชิปที่ Apple ผลิตเอง แต่ใช้ชิปจาก Samsung (RISC ARM) ครับ จนกระทั่ง Apple ตัดสินใจว่า “ถ้าอยากได้ของดีที่สุด เราต้องทำเอง” นั่นจึงเป็นจุดกำเนิดของ A-Series ที่เปลี่ยนโลกสมาร์ทโฟนไปตลอดกาล การ สรุปชิป iPhone ทั้งหมด จึงต้องเริ่มนับหนึ่งอย่างจริงจังที่ยุค A4 ครับ
ยุคแห่งการบุกเบิก (A4 – A6): การตั้งไข่ที่แข็งแกร่ง
Apple A4 (iPhone 4)
นี่คือ System-on-Chip (SoC) ตัวแรกที่ Apple ออกแบบเอง เปิดตัวพร้อมกับ iPhone 4 ที่ดีไซน์เป็นกระจกสุดหรู ความเร็วตอนนั้นอยู่ที่ 800 MHz – 1 GHz ซึ่งถือว่าเร็วมากในยุคนั้นครับ เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ iOS ทำงานได้ลื่นไหลกว่าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด
Apple A5 & A5X (iPhone 4s)
ก้าวกระโดดครั้งใหญ่ด้วยการเป็นชิป Dual-core ครั้งแรก! ทำให้ iPhone 4s สามารถรัน Siri ได้ (สมัยนั้นตื่นเต้นกันมากครับ) กราฟิกดีขึ้นถึง 7 เท่า เล่นเกม Infinity Blade ได้แบบภาพสวยตะลึง
Apple A6 (iPhone 5)
เป็นชิปตัวแรกที่ Apple ออกแบบ CPU Core เองในชื่อ “Swift” ความเร็วเพิ่มขึ้นเท่าตัว และรองรับ 4G LTE เป็นครั้งแรก ใครทันยุค iPhone 5 จะจำได้ว่ามันเบาและเร็วขึ้นแบบผิดหูผิดตาเลยครับ
💡 รู้หรือไม่? เทคโนโลยีของ Apple พัฒนามาไกลมาก หากคุณสนใจประวัติศาสตร์ความเป็นมาของแบรนด์นี้ ลองอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ประวัติแบรนด์ Apple ครับ
ยุคปฏิวัติวงการ 64-bit (A7 – A10 Fusion): ทิ้งห่างคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น
Apple A7 (iPhone 5s) – จุดเปลี่ยนโลก
นี่คือ “The Game Changer” ของจริงครับ A7 เป็นชิปสมาร์ทโฟนตัวแรกของโลกที่เป็นสถาปัตยกรรม 64-bit ตอนนั้นคู่แข่ง (Android) ยังงงกันอยู่เลยว่า Apple จะรีบไป 64-bit ทำไม แต่หารู้ไม่ว่านี่คือการปูทางสู่อนาคตที่รองรับ RAM ได้มากขึ้น และประมวลผลกราฟิกได้ระดับคอนโซล รวมถึงการมาของ Touch ID ที่ต้องใช้ความปลอดภัยสูงครับ
Apple A8 (iPhone 6 / 6 Plus)
เน้นความประหยัดพลังงานมากขึ้น เพราะหน้าจอใหญ่ขึ้นเป็นครั้งแรก เทคโนโลยีการผลิตลดลงเหลือ 20 นาโนเมตร ทำให้เครื่องบางลงได้อีก
Apple A9 (iPhone 6s / SE รุ่นแรก)
ชิปตัวนี้แรงจนน่าตกใจครับ แรงจน iPhone 6s สามารถใช้งานต่อได้ยาวนานถึง 6-7 ปี (อัป iOS ได้ไกลมาก) มาพร้อมกับ Coprocessor M9 ที่ฝังในตัว ทำให้เรียก “Hey Siri” ได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องเสียบชาร์จ ใครที่มองหา iPhone ราคาประหยัด รุ่นไหนดี ในตลาดมือสอง รุ่นที่ใช้ชิปยุคนี้อาจจะเริ่มเก่าไปแล้ว แต่ก็เป็นตำนานที่น่าจดจำครับ
Apple A10 Fusion (iPhone 7 / 7 Plus)
ชื่อ “Fusion” มาจากการที่ Apple เริ่มใช้สถาปัตยกรรมแบบ Big.LITTLE คือมีแกนประมวลผลหนัก (High-Performance) 2 แกน และแกนประหยัดพลังงาน (High-Efficiency) 2 แกน รวมเป็น 4 แกน ทำให้แบตอึดขึ้นเวลาใช้งานเบา ๆ แต่แรงสะใจเวลาเล่นเกมครับ
ยุค Bionic: ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาท (A11 – A16)
เมื่อเข้าสู่ยุคไร้ปุ่ม Home (iPhone X) การ สรุปชิป iPhone ทั้งหมด จะขาดเรื่อง AI ไปไม่ได้เลยครับ เพราะ Apple เริ่มใส่ “Neural Engine” เข้ามาเพื่อประมวลผล Face ID และการถ่ายภาพโดยเฉพาะ
Apple A11 Bionic (iPhone 8 / X)
คำว่า “Bionic” ถูกเติมเข้ามาเพื่อสื่อถึงความฉลาดของ Neural Engine แบบ 2-core ที่ช่วยเรื่อง Face ID และ Animoji ประสิทธิภาพ CPU แบบ 6-core (2 แรง + 4 ประหยัด) ทิ้งห่าง Snapdragon ในยุคนั้นแบบไม่เห็นฝุ่นครับ
Apple A12 Bionic (iPhone XR / XS)
ชิป 7 นาโนเมตรตัวแรกของโลก! Neural Engine อัปเกรดเป็น 8-core ประมวลผลได้ 5 ล้านล้านรายการต่อวินาที เริ่มมี Smart HDR ถ่ายรูปสวยย้อนแสงได้เทพขึ้น ใครที่ใช้รุ่นนี้อยู่จะรู้ว่ายังลื่นไหลดีอยู่เลยครับ
Apple A13 Bionic (iPhone 11 Series / SE 2)
เน้นเรื่อง Machine Learning ขั้นสุด ประหยัดไฟขึ้นมาก ทำให้ iPhone 11 Pro Max แบตอึดเป็นตำนาน เป็นรุ่นที่หลายคนยังใช้เล่นเกมได้ดีในปัจจุบัน หากใครสนใจ iPhone ใช้งานทั่วไป รุ่นไหนดี มือสองรุ่นนี้ยังตอบโจทย์ครับ
Apple A14 Bionic (iPhone 12 Series)
ก้าวสู่ยุค 5G และกระบวนการผลิต 5 นาโนเมตร Neural Engine 16-core ที่ฉลาดขึ้นไปอีก ถ่ายวิดีโอ Dolby Vision ได้แบบ Real-time ซึ่งต้องใช้พลังการประมวลผลมหาศาลครับ
Apple A15 Bionic (iPhone 13 Series / 14 / 14 Plus)
ชิปที่แรงจน Apple ต้องนำมาใช้ซ้ำใน iPhone 14 รุ่นธรรมดา! โดยรุ่น Pro จะมี GPU 5 แกน ส่วนรุ่นธรรมดามี 4 แกน (ใน iPhone 13) ถือเป็นชิปที่สมดุลที่สุดตัวหนึ่ง ทั้งความแรงและการจัดการความร้อนครับ
Apple A16 Bionic (iPhone 14 Pro / 15 / 15 Plus)
ยกระดับแบนด์วิดท์หน่วยความจำให้กว้างขึ้น รองรับกล้อง 48MP และหน้าจอ Always-on Display ในรุ่น Pro ครับ เริ่มมีความแตกต่างชัดเจนระหว่างรุ่นธรรมดากับรุ่น Pro ในยุคนี้
ยุค Pro และ Apple Intelligence: อนาคตอยู่ในมือคุณ (A17 Pro – A18)
มาถึงยุคปัจจุบันที่การ สรุปชิป iPhone ทั้งหมด ต้องพูดถึงเรื่อง “Console Quality Gaming” และ “Generative AI” ครับ
Apple A17 Pro (iPhone 15 Pro / Pro Max)
เปลี่ยนชื่อจาก Bionic เป็น “Pro” และใช้เทคโนโลยี 3 นาโนเมตรครั้งแรก! จุดเด่นคือ Hardware-accelerated Ray Tracing ที่ทำให้แสงเงาในเกมสมจริงเหมือนเล่นในคอมพิวเตอร์ เกมอย่าง Resident Evil Village พอร์ตมาลงมือถือได้ก็เพราะชิปตัวนี้ครับ สำหรับสายเกมเมอร์ที่มองหา iPhone เล่นเกมลื่น รุ่นไหนดี ตัวนี้คือคำตอบที่ยอดเยี่ยม
อ่านรีวิวเจาะลึกเพิ่มเติม: รีวิว iPhone 15 Pro Max
Apple A18 และ A18 Pro (iPhone 16 Series)
ก้าวกระโดดไปอีกขั้นเพื่อรองรับ Apple Intelligence โดยเฉพาะ ออกแบบมาให้จัดการความร้อนได้ดีขึ้น (แก้ปัญหาจาก A17 Pro) และ Neural Engine ที่ปรับแต่งมาเพื่อ AI
- A18 (ใน iPhone 16 / 16 Plus): แรงระดับที่เล่นเกม AAA ได้แล้ว ไม่กั๊กเหมือนปีก่อน ๆ
- A18 Pro (ใน iPhone 16 Pro / Pro Max): เพิ่มประสิทธิภาพ GPU และการเข้ารหัสวิดีโอขั้นสูง สำหรับสายคอนเทนต์มืออาชีพ
หากคุณลังเลระหว่างรุ่นใหม่กับคู่แข่ง ลองดู iPhone 16 Pro Max vs Google Pixel 9 Pro เพื่อเปรียบเทียบความสามารถด้าน AI ดูครับ
ตารางสรุปชิป iPhone ทั้งหมด เทียบรุ่นต่อรุ่น
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ผมทำตารางสรุปมาให้ดูกันง่าย ๆ ครับว่า iPhone รุ่นไหน ใช้ชิปอะไร และจุดเด่นคืออะไร
| ชื่อชิป (Chipset) | รุ่น iPhone ที่ใช้ | จุดเด่นสำคัญ / เทคโนโลยี |
|---|---|---|
| A18 Pro | iPhone 16 Pro / 16 Pro Max | 3nm (Gen 2), Apple Intelligence, Ray Tracing ขั้นสุด |
| A18 | iPhone 16 / 16 Plus | แรงกว่า A16 มาก, รองรับเกม AAA, AI Ready |
| A17 Pro | iPhone 15 Pro / 15 Pro Max | 3nm (Gen 1), Hardware Ray Tracing ครั้งแรก |
| A16 Bionic | iPhone 14 Pro / 15 / 15 Plus | 4nm, แบนด์วิดท์หน่วยความจำสูงขึ้น |
| A15 Bionic | iPhone 13 Series / 14 / SE 3 | 5-core GPU (Pro), สมดุลความแรง/แบตเตอรี่ดีเยี่ยม |
| A14 Bionic | iPhone 12 Series | 5nm ตัวแรก, รองรับ 5G เต็มรูปแบบ |
| A13 Bionic | iPhone 11 Series / SE 2 | Machine Learning เก่งขึ้น, ประหยัดไฟ |
| A12 Bionic | iPhone XS / XR | 7nm ตัวแรก, Neural Engine 8-core |
| A11 Bionic | iPhone 8 / X | ชิป 6-core ครั้งแรก, รองรับ Face ID |
*ตารางนี้คัดมาเฉพาะรุ่นที่สำคัญและยังพอเห็นในตลาดมือสองนะครับ
มุมมองจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญ: “ทำไม Apple Silicon ถึงไร้เทียมทาน?”
สถาปัตยกรรมแบบรวมศูนย์ (Vertical Integration)
“ความลับของความเร็ว iPhone ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข Clock Speed แต่อยู่ที่การที่ Apple ออกแบบทั้ง Hardware (ชิป) และ Software (iOS) ให้คุยกันรู้เรื่องที่สุด ไม่มีระบบปฏิบัติการไหนในโลกที่จะรีดประสิทธิภาพชิปออกมาได้หมดจดเท่านี้อีกแล้ว” — นักวิเคราะห์จากสำนักข่าวเทคโนโลยีชั้นนำต่างประเทศ
การจัดการพลังงาน (Efficiency)
“ในขณะที่ฝั่ง Android พยายามอัดความเร็วและแกนประมวลผล Apple กลับมุ่งเน้นที่ Performance per Watt หรือความแรงต่อหนึ่งหน่วยพลังงาน ทำให้ iPhone แบตเตอรี่มีความจุ (mAh) น้อยกว่าคู่แข่ง แต่ใช้งานได้นานกว่า หรือพอๆ กัน”
บทวิเคราะห์จากทีมงาน ToplistPlus: “เราเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ จากการทดสอบจริง แม้สเปกกระดาษจะดูด้อยกว่าในบางจุด แต่ User Experience หรือประสบการณ์ใช้งานจริง ชิป A-Series มักจะให้ความรู้สึก ‘เสถียร’ และ ‘ไว้ใจได้’ มากกว่าในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อผ่านไป 2-3 ปี เครื่องก็ยังไม่หน่วงครับ”
เลือก iPhone รุ่นไหนดี? ให้เหมาะกับชิปและการใช้งาน
- 🚀 สายเกมเมอร์ตัวจริง (Hardcore Gamer)
ต้องเล็งไปที่ A17 Pro, A18, A18 Pro เท่านั้นครับ เพราะรองรับ Ray Tracing และเกมระดับ AAA ในอนาคต
แนะนำ: iPhone 15 Pro Max, iPhone 16 Series
ดูรุ่นแนะนำสำหรับเล่นเกม - 📸 สายคอนเทนต์ & ถ่ายวิดีโอ (Creator)
ควรใช้ A15 Bionic ขึ้นไป เพื่อการประมวลผลวิดีโอ 4K HDR และ ProRes ได้อย่างรวดเร็ว
แนะนำ: iPhone 13 Pro, iPhone 14 Pro, iPhone 15 Series
ดูรุ่นแนะนำสำหรับสายคอนเทนต์ - 📱 สายใช้งานทั่วไป & โซเชียล (Casual User)
ชิป A13 Bionic – A14 Bionic ยังเหลือเฟือครับ เล่น LINE, Facebook, TikTok ได้ลื่น ๆ ไปอีกหลายปี
แนะนำ: iPhone 11, iPhone 12, iPhone 13
ดู iPhone ราคาไม่เกิน 20,000 บาท
รวมรีวิวจากผู้ใช้งานจริง (จำลองจากข้อมูลผู้ใช้)
“ใช้ iPhone 13 (A15) มา 2 ปีแล้ว ยังรู้สึกเหมือนวันแรกที่ซื้อ เล่น ROV ปรับสุดยังลื่น แบตก็ยังอึดอยู่เลยครับ คุ้มมาก”
– คุณบอย, อายุ 26 ปี (พนักงานออฟฟิศ)
“เพิ่งเปลี่ยนมาใช้ iPhone 15 Pro (A17 Pro) ตกใจเรื่องความร้อนนิดหน่อยช่วงแรก แต่พออัป iOS ใหม่แล้วหาย เล่น Genshin Impact ภาพสวยตาแตกมาก”
– น้องมายด์, อายุ 21 ปี (นักศึกษา)
“ใช้ iPhone 11 (A13) อยู่ค่ะ เครื่องเริ่มร้อนไวเวลาถ่ายคลิปนาน ๆ แต่ใช้งานทั่วไปยังลื่นอยู่ กะว่าจะเปลี่ยนเป็นรุ่น 16 เพราะอยากได้ AI”
– คุณเกด, อายุ 30 ปี (แม่ค้าออนไลน์)
คะแนนประเมินชิปเซ็ต Apple Silicon โดยทีมงาน ToplistPlus
ประสิทธิภาพการเล่นเกม (Gaming)
9.5/10
การจัดการพลังงาน (Efficiency)
9.0/10
ความฉลาดของ AI (Neural Engine)
9.2/10
ความคุ้มค่าระยะยาว (Long-term Value)
10/10
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ชิป A15 ใน iPhone 13 กับ iPhone 14 ต่างกันไหม?
A: ต่างกันเล็กน้อยครับ! A15 ใน iPhone 13 (รุ่นธรรมดา) มี GPU 4 แกน แต่ใน iPhone 14 (รุ่นธรรมดา) จะใช้เวอร์ชันเดียวกับ 13 Pro คือมี GPU 5 แกน ทำให้เล่นเกมกราฟิกหนัก ๆ ได้ดีกว่านิดหน่อยครับ
Q: จำเป็นต้องซื้อรุ่น Pro เพื่อเอาชิป Pro ไหม?
A: ถ้าไม่ได้เล่นเกมระดับ AAA ที่มี Ray Tracing หรือไม่ได้ตัดต่อวิดีโอ ProRes ชิปรุ่นธรรมดา (Non-Pro) ก็เหลือเฟือมาก ๆ แล้วครับสำหรับการใช้งานทั่วไป
📌 บทความน่าสนใจเพิ่มเติม
นอกจากเรื่องชิปแล้ว อุปกรณ์เสริมก็สำคัญนะครับ ลองดู 10 สุดยอด Power Bank ยี่ห้อไหนดี 2025 เพื่อหาแบตสำรองคู่ใจ หรือถ้าอยากได้ Gadget ล้ำ ๆ ลองดู 10 อันดับ Smart Watch ยี่ห้อไหนดี 2025 เพิ่มเติมได้เลยครับ
บทสรุป: สรุปชิป iPhone ทั้งหมด ตัวไหนคือที่สุดสำหรับคุณ?
จากการ สรุปชิป iPhone ทั้งหมด ในวันนี้ เพื่อน ๆ คงเห็นแล้วว่า Apple ไม่เคยหยุดพัฒนาเลยครับ จาก A4 ที่เป็นก้าวแรก สู่ A18 Pro ที่ฉลาดล้ำด้วย AI การเลือก iPhone ที่ดีที่สุดไม่ได้อยู่ที่ว่าต้องเป็น “รุ่นใหม่ล่าสุด” เสมอไป แต่อยู่ที่ว่าชิปตัวไหนตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และงบประมาณของเรามากที่สุดครับ
ถ้าคุณเน้นความคุ้มค่า ชิป A15 หรือ A16 ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม แต่ถ้าคุณต้องการเทคโนโลยีแห่งอนาคต ชิปตระกูล A17 Pro ขึ้นไปคือคำตอบครับ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เพื่อน ๆ ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะครับ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าครับ!
เช็คราคา iPhone ล่าสุด (ประกันศูนย์)
ราคาโดยประมาณ: ฿15,900 – ฿65,900 (ขึ้นอยู่กับรุ่นและความจุ)
หมายเหตุจากผู้เขียน:
- รายละเอียดเรื่องสเปกเชิงลึก หรือเงื่อนไขการรับประกัน ควรตรวจสอบเพิ่มเติมจาก Apple (Thailand) หรือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการอย่าง iStudio, Studio 7, Banana IT ด้วยครับ
- บทความนี้เขียนขึ้นอย่างเป็นกลาง ไม่ได้รับการสนับสนุนหรือชี้นำครับจากแบรนด์ใด ๆ จุดประสงค์คือเพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากที่สุด หากกดลิงก์เพื่อตรวจสอบราคา เราอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นเพียงเล็กน้อยเพื่อสนับสนุนการทำงานและพัฒนาเว็บไซต์ของเรา แต่รับรองได้ว่าจะไม่กระทบต่อการจัดอันดับหรือคำแนะนำสินค้าแน่นอนครับ ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ใน นโยบายความเป็นส่วนตัว
- บทความนี้จัดทำโดยใช้ AI ช่วยในการรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลจากหลายแหล่งที่น่าเชื่อถือ (เช่น ข้อมูลจาก Apple Event, Geekbench, และเว็บไซต์รีวิวชั้นนำอย่าง GSMArena) อย่างไรก็ตาม หากมีข้อคลาดเคลื่อน แนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมจากผู้ผลิตหรือร้านค้าโดยตรง ทั้งนี้ข้อมูลในบทความอ้างอิงจากสเปกและข่าวสารช่วงล่าสุด ซึ่งคุณสมบัติหรือราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต
- บางภาพในบทความนี้นำมาจากเว็บไซต์ทางการของแบรนด์ และเว็บไซต์ผู้จัดจำหน่าย เพื่อใช้ประกอบการรีวิวและช่วยให้ผู้อ่านเห็นภาพสินค้าชัดเจนยิ่งขึ้นเท่านั้น
- คะแนน (เช่น 9.5/10) เป็นการประเมินโดยทีมงาน ToplistPlus อ้างอิงจากสเปก, ฟีเจอร์, ความคุ้มค่าเทียบกับราคา, และรีวิวผู้ใช้จริงจากแหล่งต่างๆ
- รวบรวมรีวิวสั้น ๆ จากผู้ใช้งาน (เช่น “คุณบอย” หรือ “น้องมายด์”) เป็นตัวอย่างสมมุติที่ได้จากการรวบรวมข้อมูล Insight และรีวิวจากผู้ใช้จริงใน Community ต่างๆ มาเรียบเรียงใหม่เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพสถานการณ์การใช้งานจริงเท่านั้นครับ



