10 สุดยอด เครื่องดูดไรฝุ่น ยี่ห้อไหนดี แห่งปี 2024 ฆ่าเชื้อโรคและดูดได้ลึก

The-Best-Anti-dust-mite-Vacuum-cleaners-เครื่องดูดไรฝุ่น ยี่ห้อไหนดี

เครื่องดูดไรฝุ่น ยี่ห้อไหนดี? การดูแลสุขภาพและความสะอาดภายในบ้านเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นสถานที่ที่เราใช้เวลาในการพักผ่อนและทำกิจกรรมต่างๆ ทำให้เกิดความเป็นไปได้ที่เชื้อโรคและสิ่งสกปรกจะสะสมอยู่ในบริเวรที่อยู่อาศัยของเรา และเฉพาะอย่างยิ่งการมีไรฝุ่นอยู่ในบ้านที่เป็นสาเหตุของการเกิดภูมิแพ้และโรคระบบทางเดินหายใจ

ด้วยความคิดหมายประโยชน์ในเรื่องนี้ การนำเครื่องดูดไรฝุ่น (Anti-Dust Mite Vacuum Cleaner) เข้ามาใช้ในบ้านได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ซึ่งเป็นเครื่องดูดฝุ่นที่ถูกออกแบบมาเพื่อต้านการสะสมของไรฝุ่นและเชื้อโรคภายในบ้าน ในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเครื่องดูดไรฝุ่นที่ดีที่สุดที่เคยมีมาครับ

 

 

และถ้าหากคุณ สนใจเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประโยช์อื่นๆ เช่น เครื่องฟอกอากาศ เครื่องดูดฝุ่น หรือ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น สามารถเลือกดูบทความการจัดอันดับของเราเพิ่มเติมได้นะครับ

 

เครื่องดูดไรฝุ่น ยี่ห้อไหนดี แห่งปี 2024

ผู้ทดสอบสอบและผู้เชี่ยวชาญของ TOP LIST PLUS ได้ใช้เวลาหลายชั่วโมงในการค้นคว้า ทดสอบ และเปรียบเทียบทุกผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เรารีวิว เพื่อให้ผู้อ่านของเราสามารถมั่นใจได้ว่ากำลังเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีทดสอบของเรา และต่อจากนี้ไป เราจะไปดูว่า เครื่องดูดไรฝุ่น ยี่ห้อไหนดี ที่เหมาะสำหรับคุณ เชิญติดตามกันได้เลยครับ

 

 

1. IRIS OHYAMA IC-FAC4 ★★★★

 

“เครื่องดูดไรฝุ่นที่ดีที่สุดและทรงประสิทธิภาพ”

IRIS-OHYAMA-IC-FAC4

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

ความน่าเชื่อถือและคุณภาพของแบรนด์ญี่ปุ่นทำให้เครื่องดูดไรฝุ่น IRIS OHYAMA IC-FAC4 เป็นที่นิยมในการเลือกใช้กันอย่างแพร่หลาย สำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องดูดฝุ่นที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดไรฝุ่นและสิ่งสกปรกบนที่นอนและเฟอร์นิเจอร์ IRIS OHYAMA IC-FAC4 มาพร้อมกับความสามารถในการกำจัดไรฝุ่นและเชื้อโรคที่อาจเป็นสาเหตุของการเกิดภูมิแพ้ ซึ่งเป็นปัญหาที่ควรระมัดระวังในการทำความสะอาดบ้านของเรา การใช้เครื่องดูดไรฝุ่นที่มีความสามารถในการกำจัดเชื้อโรคอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภูมิแพ้และอาการแพ้ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับสมาชิกในครอบครัวเราได้

IRIS OHYAMA IC-FAC4 มาพร้อมกับระบบหมุนแบบไซโคลนที่สั่นด้วยความเร็วที่มีความสามารถในการดูดฝุ่นอย่างทรงพลัง ด้วยความเร็ว 14,000 ครั้งต่อนาที เครื่องดูดไรฝุ่นนี้จึงสามารถกำจัดไรฝุ่นและสิ่งสกปรกบนที่นอนได้ลึกถึง 6 เซนติเมตร โดยให้ผลลัพธ์ในการทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพมากถึง 99.9%

ความสะดวกสบายในการใช้งานเป็นสิ่งที่นักซื้อต้องการ ด้วยระบบเซ็นเซอร์ที่ช่วยตรวจจับปริมาณฝุ่นและแสดงสถานะการทำงานผ่านไฟสีต่าง ๆ คุณสามารถติดตามสถานะการทำงานของเครื่องได้อย่างง่ายดาย และตัดสินใจในการใช้งานได้มากขึ้น

หนึ่งในความสะดวกสบายของ IRIS OHYAMA IC-FAC4 คือน้ำหนักที่เบาเพียง 2.2 กิโลกรัม ทำให้คุณสามารถใช้งานเครื่องดูดไรฝุ่นนี้ได้โดยง่าย และสามารถหยิบจับและยกเครื่องไปไว้ที่ต้องการได้โดยสะดวก นอกจากนี้ยังมีสายไฟยาวถึง 4 เมตร ซึ่งเป็นประโยชน์ในการเคลื่อนไหวและทำความสะอาดบริเตนต่าง ๆ ในบ้านของคุณ ดังนั้นด้วยคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมมากมายเหล่านี้จึงทำให้นี่เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดของคำถาม “เครื่องดูดไรฝุ่น ยี่ห้อไหนดี?”

โดยสรุป หากคุณกำลังมองหาเครื่องดูดไรฝุ่นที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพที่ดีในการกำจัดไรฝุ่นและสิ่งสกปรกบนที่นอนและเฟอร์นิเจอร์ ก็ไม่ต้องสงสัยในการเลือกใช้ IRIS OHYAMA IC-FAC4 จากแบรนด์ญี่ปุ่นชื่อดัง “ไอริส โอยามะ” (IRIS OHYAMA) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้การทำความสะอาดบ้านของคุณง่ายขึ้น ลดฝุ่น ลดสิ่งสกปรก ลดสารก่อภูมิแพ้ และลดเชื้อโรคในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรทำความเข้าใจและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจในการสั่งซื้อด้วยตนเองเสมอ

>>> อ่านต่อ + (ข้อมูลจำเพาะ) <<<

 

ข้อดี + เหตุผลที่ควรซื้อ
  • มีพลังแรงดูดสูง ทำความสะอาดได้ลึกถึง 6 เซนติเมตร
  • มีประสิทธิภาพในการกำจัดไรฝุ่นและเชื้อโรคอย่างมีประสิทธิภาพถึง 99.9%
  • มาตรฐานแบรนด์ญี่ปุ่น
  • มีระบบเซ็นเซอร์ช่วยตรวจจับปริมาณฝุ่นและสถานะการทำงาน
  • การใช้งานง่ายและเบาเพียง 2.2 กิโลกรัม
ข้อจำกัด
  • อาจมีเสียงทำงานที่รบกวนบ้าง

รีวิวจากผู้ใช้จริง IRIS OHYAMA IC-FAC4

“การใช้งาน: ดีเยี่ยม
คุณภาพ: ดักจับฝุ่นดี
เครื่องดูดฝุ่น กำลังไฟเยอะ น้ำหนักเครื่องดี คิดถูกที่เลือกเครื่องรุ่นนี้ เพราะเครื่องแรงมาก สมใจ ดูจากสภาพฝุ้นที่ติดออกมา … ต้องอุทาน… โอ้วววแม่จ้าววว ช้านนอนกะไรฝุ่น มากี่ปี่สิบปีแล้ว …ทำไมคิดช้าจัง..ขอบคุณเครื่องดูดฝุ่นดีๆ.. ถึงราคาจะแรง แต่รับรองคุ้มค่ามากๆจ้า💞❤️✌️❤️🎈💯💕🎉🔅🎶🥰😀🌲🎁🍄😀🎂🍝🥳🎀🦜😂🎊🫰✌️💞❤️🎈”

 


 

2. HAFELE Anti-Mite ★★★★

 

“เครื่องดูดไรฝุ่นที่ดีที่สุดที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ”

HAFELE-Anti-Mite

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

เครื่องดูดไรฝุ่น HAFELE Anti-Mite มาพร้อมกับคุณสมบัติการทำงานที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ด้วยวัสดุที่ทนทานและคุณภาพสูง ตัวเครื่องทำจากพลาสติก ABS ที่เป็นวัสดุที่แข็งแรง และให้ความคุ้มค่าในการใช้งานในระยะยาว ขนาดผลิตภัณฑ์ที่เล็กกระทัดรัด กว้าง 220 มม. ลึก 215 มม. สูง 195 มม. ทำให้สามารถเก็บเกี่ยวและเก็บรักษาได้ง่าย ไม่ทำให้ครอบครัวของคุณต้องเสียเวลาในการจัดเก็บเครื่องดูดไรฝุ่นให้หายไป

เครื่องดูดไรฝุ่น HAFELE Anti-Mite มาพร้อมกับไส้กรองแบบ HEPA-F11 ที่มีความสามารถในการกรองฝุ่นละอองและไรฝุ่นอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้คุณไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับฝุ่นละอองและไรฝุ่นที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของครอบครัวคุณ เมื่อใช้งาน เครื่องดูดไรฝุ่นนี้มีแรงดูดสูงถึง 7000 Pa ทำให้สามารถดูดฝุ่นและไรฝุ่นที่ตัวเครื่องอยู่ในระยะที่กว้างขึ้นไป

สิ่งที่ทำให้เครื่องดูดไรฝุ่น HAFELE Anti-Mite น่าสนใจคือระบบตีฝุ่นและไรฝุ่นด้วยการสั่นที่มีประสิทธิภาพ มีความถี่ในการสั่นสูงถึง 5000 ครั้งต่อนาที ทำให้ฝุ่นและไรฝุ่นตกค้างและไม่กระจายออกมาในอากาศ ทำให้บรรยากาศในบ้านคุณคงความสะอาดและไม่มีฝุ่นละอองที่อาจกระทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรค

เครื่องดูดไรฝุ่น HAFELE Anti-Mite มาพร้อมกับกระบอกกักเก็บฝุ่นขนาด 0.5 ลิตร ที่สามารถถอดออกมาล้างได้ง่าย ทำให้คุณไม่ต้องหากระบอกสำรองหรือซื้อสิ่งทดแทนเมื่อกระบอกกักเก็บเต็ม และยังช่วยลดความรบกวนในการใช้งานเมื่อเครื่องดูดไรฝุ่นเตือนว่ากระบอกกักเก็บฝุ่นเต็ม

นอกจากนี้ยังมีระดับเสียงรบกวนที่ค่อนข้างน้อยกว่า 78 เดซิเบล ทำให้คุณสามารถใช้งานเครื่องดูดไรฝุ่นในระหว่างเวลาพักผ่อนและกิจกรรมต่างๆ โดยไม่ทำให้เกิดความรบกวนในบ้าน

ในด้านการใช้พลังงาน คุณสามารถเชื่อมต่อเครื่องดูดไรฝุ่น HAFELE Anti-Mite เข้ากับแหล่งพลังงานไฟฟ้าที่มีแรงดันในช่วง 220-240 โวลต์ และความถี่ 50/60 เฮริตซ์ รวมถึงมีพลังงานไฟฟ้ารวมที่ใช้เพียง 350 วัตต์ เป็นอุปกรณ์ที่มีความสามารถในการประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่ายที่น้อยที่สุด ดังนั้นด้วยคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมมากมายเหล่านี้จึงทำให้นี่เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดของคำถาม “เครื่องดูดไรฝุ่น ยี่ห้อไหนดี?”

โดยสรุป เครื่องดูดไรฝุ่น HAFELE Anti-Mite คือครบเครื่องครบสวยงามในการดูดและกำจัดไรฝุ่น ด้วยคุณสมบัติการทำงานที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ให้คุณความสะดวกสบายในการใช้งานและดูแลรักษา รวมถึงความปลอดภัยในบ้านของคุณและครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัวที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ คนที่มีภูมิแพ้อากาศหรือการหายใจ หรือแม้แต่เด็กๆ ที่มีระบบทางเดินหายใจที่อ่อนแอ เครื่องดูดไรฝุ่น HAFELE Anti-Mite จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณมั่นใจในความสะอาดและสุขภาพที่ดีของครอบครัวคุณอย่างแน่นอน

>>> อ่านต่อ + (ข้อมูลจำเพาะ) <<<

 

ข้อดี + เหตุผลที่ควรซื้อ
  • มีระบบตีฝุ่นและไรฝุ่นด้วยการสั่นที่มีประสิทธิภาพ
  • สามารถกำจัดไรฝุ่นและฝุ่นละอองในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • มีมาตรฐานกรองฝุ่นแบบ HEPA-F11
  • มาพร้อมกับระบบตีฝุ่นและไรฝุ่นอัตโนมัติ
  • ขนาดกะทัดรัด
  • การใช้พลังงานที่ประหยัด
ข้อจำกัด
  • มีระดับเสียงที่น้อยกว่า 78 เดซิเบล แต่ก็ยังอาจทำให้เกิดความรบกวนในบ้านบ้านได้

รีวิวจากผู้ใช้จริง HAFELE Anti-Mite

“ดีงามค่ะ…. ดูดแรง เสียงไม่ดังมาก เครื่องไม่หนัก จับถนัดมือ สายไฟยาว แพ็คของมาดี ลองดูดที่นอน หมอน ผ้าห่ม ตุ๊กตา โซฟา เบาะรองนั่ง ได้ฝุ่นละเอียดๆ (เนื้อเนียนเชียว) จะลองดู…คืนนี้จะยังคัดจมูกอยู่อีกมั้ย ^ ^”

 


 

3. Jimmy JV35 ★★★★

 

“เครื่องดูดไรฝุ่นที่ดีที่สุดและเทคโนโลยียอดเยี่ยม”

Jimmy-JV35

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

JIMMY JV35 เป็นเครื่องดูดไรฝุ่นที่ออกแบบมาเพื่อให้การทำความสะอาดง่าย ๆ และมีประสิทธิภาพสูง ด้วยการใช้แสงและลมร้อนในกระบวนการดูดฝุ่น ทำให้สามารถกำจัดฝุ่นและเชื้อโรคที่มากับฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งคุณสมบัติและความสามารถของเครื่องดูดไรฝุ่น Jimmy JV35 มีดังนี้

  1. วัสดุที่ทนทาน: ตัวเครื่องทำจาก Metallic Spray ทำให้มีความทนทานและแข็งแรง ให้ความเสียหายต่อเครื่องน้อยลงในกรณีที่เกิดการใช้งานในระยะยาว
  2. กำลังไฟและแรงดัน: เครื่องดูดฝุ่น Jimmy JV35 มีกำลังไฟ 700W และใช้แรงดันไฟ 220V-240V ทำให้มีความทันสมัยและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. กำลังดูดสูง: กำลังดูดของเครื่องสูงถึง 14,000Pa ทำให้สามารถดูดฝุ่นและสิ่งสกปรกต่าง ๆ อย่างหมดจด
  4. ความเงียบ: ใช้ระบบ Ultra Silence ทำให้เครื่องทำงานเงียบขึ้น ไม่ก่อให้เกิดเสียงรบกวนในขณะใช้งาน
  5. ความสะอาดที่ละเอียด: อัตราการดูดไรฝุ่นถึง 99.9% ทำให้สามารถกำจัดเชื้อโรคและอนุภาคขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  6. หัวแปรงที่มีความแข็งแรง: หัวแปรงลูกกลิ้งคอมโพสิตมีความแข็งแรงทำให้สามารถทำความสะอาดผืนผ้าและพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งกว้าง 24.5 เซ็นติเมตร ให้การทำความสะอาดเตียงนอน 1.8 เมตร ในเวลาเพียง 3 นาที
  7. ระบบกรองฝุ่นแบบทอร์นาโด: เทคโนโลยีการกรองฝุ่นที่ถูกออกแบบมาอย่างใกล้ชิด ทำให้ฝุ่นและสิ่งสกปรกต่าง ๆ ไม่กลับมาออกจากเครื่องและกระจายไปในอากาศอีกครั้ง
  8. การออกแบบที่ให้ความสะดวกสบาย: เครื่องมาพร้อมกับสายไฟยาว 5 เมตร ทำให้สามารถใช้งานได้หลายที่ในพื้นที่กว้างขึ้น
  9. การใช้งานและบำรุงรักษา: สามารถถอดถังเก็บฝุ่นออกมาทำความสะอาดได้ แต่ต้องตากให้แห้งสนิทก่อนประกอบกลับเพื่อป้องกันการเกิดความชื้นภายในถัง แนะนำให้พักเครื่องทุกๆ 15-20 นาทีเพื่อยืดอายุการใช้งานของมอเตอร์และเครื่องดูดไรฝุ่นให้ใช้งานได้อย่างยาวนาน

ดังนั้นด้วยคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมมากมายเหล่านี้จึงทำให้นี่เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดของคำถาม “เครื่องดูดไรฝุ่น ยี่ห้อไหนดี?”

โดยสรุป JIMMY JV35 เครื่องดูดไรฝุ่นเป็นตัวช่วยในการทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพและสะดวกสบาย ด้วยกำลังดูดสูง และระบบกรองฝุ่นแบบทอร์นาโด ทำให้สามารถกำจัดฝุ่นและสิ่งสกปรกต่าง ๆ อย่างทั่วถึง และครบถ้วน ความเงียบในการทำงานยังเป็นเรื่องสำคัญ เครื่องดูดไรฝุ่น Jimmy JV35 จึงเป็นอุปกรณ์ที่ควรมีในบ้านหรือสถานที่ทำงานของทุกคน และในการใช้งานอย่างถูกต้อง ควรทำความสะอาดและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจในความเป็นเลิศและความทันสมัยของเครื่องนี้ในการทำงานในระยะยาว

>>> อ่านต่อ + (ข้อมูลจำเพาะ) <<<

 

ข้อดี + เหตุผลที่ควรซื้อ
  • มีกำลังดูดสูงถึง 14,000Pa
  • ดูดฝุ่นและสิ่งสกปรกต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ใช้ระบบ Ultra Silence ทำให้เครื่องทำงานเงียบขึ้น
  • อัตราการดูดไรฝุ่นถึง 99.9%
  • หัวแปรงลูกกลิ้งคอมโพสิตมีความแข็งแรงทำให้สามารถทำความสะอาดผืนผ้าและพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • มีความถี่และแรงสั่นสะเทือนสูง เพื่อดึงไรฝุ่นที่ฝังอยู่ลึกขึ้นมาได้
  • ใช้ระบบกรองฝุ่นแบบทอร์นาโด
ข้อจำกัด
  • ราคาที่สูง

รีวิวจากผู้ใช้จริง Jimmy JV35

“คุณภาพ: ดีมาก
การใช้งาน: ยอดเยี่ยม
สินค้าดี มีคุณภาพ ส่งของไว กล่องไม่เสียหายอะไร ลองใช้ดูแล้ว ดูดไรฝุ่น ได้เยอะมากๆเลนครับ ดีมากๆ ยอดเยี่ยมไปเลย เดี๋ยวจะสั่งเพิ่มอีกนะครับ”

 


 

4. Deerma CM800 ★★★★

 

“เครื่องดูดไรฝุ่นที่ดีที่สุดและเชื้อโรคได้ 99.9%”

Deerma-CM800

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

เครื่องดูดไรฝุ่น Deerma CM800 คือ เครื่องดูดฝุ่นและระบบทำความสะอาดที่ถูกออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพสูงในการต้านการสะสมของฝุ่นและไรฝุ่นในที่อยู่อาศัย โดยมีคุณสมบัติที่น่าสนใจมากมาย เช่น มีมอเตอร์ DC ทองแดงที่มีกำลังสูงถึง 450W ทำให้มีการดูดที่ทรงพลังและประสิทธิภาพการทำความสะอาดสูง พลังดูดสูงถึง 13000 PA และมีการสั่นสะเทือนที่รุนแรงถึง 8000 ครั้งต่อนาที ทำให้สามารถกำจัดฝุ่นและไรฝุ่นในพื้นผิวได้ทันที ยิ่งได้ช่องดูดไรฝุ่นกว้างถึง 150 mm. ทำให้การดูดฝุ่นอย่างเต็มที่และประสิทธิภาพดีขึ้นอย่างมาก

นอกจากนี้ยังมีการฆ่าเชื้อโรคด้วยแสง UV ที่สูงสุดถึง 99.9% เพื่อให้มั่นใจในเรื่องความสะอาดและสุขอนามัยในบ้าน รวมถึงมีคลื่นความร้อนที่ 50 องศาเซลเซียสเพื่อช่วยในการหลุดฝุ่นที่ติดอยู่กับพื้นผิวให้ง่ายขึ้น การดูดที่ทรงพลังร่วมกับแสง UV และคลื่นความร้อนทำให้สามารถกำจัดไรฝุ่นได้ถึง 4 ชั้น เช่น ในที่นอน โซฟา หมอน เบาะหรือเครื่องนอนต่างๆ ซึ่งทำให้เครื่องนี้เป็นตัวช่วยในการทำความสะอาดที่สมบูรณ์แบบในบ้านของคุณ

ด้วยการออกแบบที่ให้ความสำคัญในเรื่องความสะดวกสบายในการใช้งาน สามารถถอดกล่องเก็บฝุ่นและตัวกรองออกได้ง่ายๆ ซึ่งช่วยให้การดูดฝุ่นและการดูดที่ทรงพลังเป็นไปอย่างราบรื่นและสะดวกสบาย ด้ามจับที่ออกแบบให้ใช้งานได้สะดวกมือ ทำให้การทำความสะอาดที่ต้องใช้กำลังงานน้อยลงและสามารถเข้าถึงพื้นที่ที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น รวมถึงความน้ำหนักที่เบาเพียง 1.4 กิโลกรัม ทำให้สามารถพกพาและใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา ดังนั้นด้วยคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมมากมายเหล่านี้จึงทำให้นี่เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดของคำถาม “เครื่องดูดไรฝุ่น ยี่ห้อไหนดี?”

ข้อมูลจำเพาะของ Deerma CM800 คือ มีความยาวสายไฟ 3 เมตร แรงดันไฟฟ้าขาเข้า 220V แรงดันไฟฟ้าขาออก 200V และความถี่ 50Hz สามารถใช้งานได้ทั้งภายในบ้านขนาดเล็ก สำหรับการดูดฝุ่นตามที่นอน หมอน หรือใยผ้าต่างๆ ระดับของเสียงรบกวนที่เกิดขึ้นจากการทำงานน้อยกว่าหรือเท่ากับ 75 เดซิเบล ทำให้เป็นเครื่องมือที่สามารถนำมาใช้ในการดูดฝุ่นและทำความสะอาดอย่างครบวงจรในบ้าน นอกจากนี้ยังสามารถเป็นตัวช่วยในการลดภาระงานในการทำความสะอาดให้กับคุณเอง โดยไม่ต้องใช้แรงงานมากนักและเป็นเครื่องมือที่ดีในการดูดฝุ่นและไรฝุ่นในบ้านของคุณ

>>> อ่านต่อ + (ข้อมูลจำเพาะ) <<<

 

ข้อดี + เหตุผลที่ควรซื้อ
  • พลังการดูดและทำความสะอาดที่ทรงพลัง
  • มากับระบบ UV สูงสุดที่กำจัดไรฝุ่นและเชื้อโรคได้ถึง 99.9%
  • ทำจากวัสดุ ABS คุณภาพดีที่ทนทานต่อการใช้งานและความเสียหายจากการใช้งานในระยะยาว
  • มีด้ามจับที่ออกแบบให้ใช้งานได้สะดวกมือและสวิตช์เปิด-ปิดที่ใช้งานง่าย
  • มีน้ำหนักเพียง 1.4 กิโลกรัม ทำให้สะดวกต่อการพกพาและใช้งานในที่ต่างๆ
ข้อจำกัด
  • ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานเครื่องดูดไรฝุ่นในพื้นที่ที่มีน้ำมันหรือสิ่งของเคลื่อนไหวได้ง่าย

รีวิวจากผู้ใช้จริง Deerma CM800

“ดีงาม แพคดีมาก เรียบร้อยแข็งแรง สินค้าสมบูรณ์ ส่งถึงมือไวมากค่ะ เครื่องดูดฝุ่นแรงดูดเวอร์มาก ปวดแขนเลยตอนดูดเตียง ดีงามมากได้ฝุ่นละเอียดมาเพียบ เสียงดังกว่าเครื่องยาวๆ ใจดีแถมฟรีเครื่องปั่นมาด้วย เครื่องปั่นก็ดีงามมาก มีเซฟตี้ถ้าฝาไม่ปิดสนิท ปลอดภัยมาก ต้องกดปุ่มสองทีนะคะถึงจะปั่น หาวิธีตั้งนาน”

 


 

5. IRIS OHYAMA IC-FAC2 ★★★★

 

“เครื่องดูดไรฝุ่นที่ดีที่สุดและเล็กกระทัดรัด”

IRIS-OHYAMA-IC-FAC2

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

เครื่องดูดไรฝุ่น IRIS OHYAMA IC-FAC2 เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพมาตรฐานแบรนด์ญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ด้วยความสามารถในการกำจัดแมลงตัวเล็ก ซากแมลง และไรฝุ่นอย่างมีประสิทธิภาพ จึงเป็นที่นิยมในการใช้ในการทำความสะอาดในบ้าน โดยเฉพาะที่นอน และเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากผ้า ผ้านวม ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีโอกาสสะสมฝุ่นและสิ่งสกปรกได้ง่าย การใช้เครื่องดูดไรฝุ่นนี้จึงช่วยลดภูมิแพ้และเชื้อโรคในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความสะดวกสบายในการใช้งานเป็นหนึ่งในจุดเด่นของเครื่องดูดไรฝุ่น IRIS OHYAMA IC-FAC2 ซึ่งมีน้ำหนักเพียง 1.6 กิโลกรัม และมีขนาดกระทัดรัด ทำให้สามารถหยิบจับได้สะดวก และใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน นอกจากนี้ยังมีสายไฟยาวถึง 4 เมตรซึ่งช่วยให้สามารถเคลื่อนไหวและทำความสะอาดพื้นที่ใหญ่ได้โดยไม่ต้องย้ายเครื่องดูดไปมา และยังสะดวกในการใช้งานในพื้นที่ที่มีระยะทางไกลๆ อีกด้วย

การทำความสะอาดด้วยเครื่องดูดไรฝุ่น IRIS OHYAMA IC-FAC2 เป็นการทำความสะอาดที่มีประสิทธิภาพ ด้วยระบบหมุนแบบไซโคลนที่สั่นด้วยความเร็ว 6,000 ครั้งต่อนาที ทำให้สามารถกำจัดฝุ่นได้กว่า 98% ในเวลาเพียง 3 นาที การทำความสะอาดบ้าน ที่นอน และเฟอร์นิเจอร์ของคุณจะง่ายขึ้น ซึ่งช่วยให้ลดฝุ่น ลดสารก่อภูมิแพ้ และลดเชื้อโรคในบ้านได้เป็นอย่างดี ดังนั้นด้วยคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมมากมายเหล่านี้จึงทำให้นี่เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดของคำถาม “เครื่องดูดไรฝุ่น ยี่ห้อไหนดี?”

เครื่องดูดไรฝุ่น IRIS OHYAMA IC-FAC2 เป็นที่น่าใช้งานจริงๆ สำหรับการทำความสะอาดบ้านและที่นอน ด้วยคุณสมบัติที่ดีและการทำงานอย่างทรงพลัง คุณสามารถเลือกใช้เครื่องดูดไรฝุ่นที่นอนยี่ห้อนี้ได้โดยไม่ต้องสงสัยใจในคุณภาพและประสิทธิภาพที่มีให้บริการให้กับบ้านของคุณ ทำให้คุณสามารถมีชีวิตที่สะดวกสบายและอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สะอาดและเป็นสุขได้มากยิ่งขึ้น ดังนั้น หากคุณกำลังมองหาเครื่องดูดไรฝุ่นที่นอนคุณซึ่งคุณภาพและมีประสิทธิภาพ เครื่องดูดไรฝุ่น IRIS OHYAMA IC-FAC2 ก็คือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับความพึงพอใจของคุณและครอบครัวของคุณ

>>> อ่านต่อ + (ข้อมูลจำเพาะ) <<<

 

ข้อดี + เหตุผลที่ควรซื้อ
  • มีน้ำหนักเบาและขนาดกระทัดรัดทำให้ง่ายในการพกพาและใช้งาน
  • มีระบบหมุนแบบไซโคลนที่สั่นด้วยความเร็ว 6,000 ครั้งต่อนาที
  • สามารถกำจัดฝุ่นได้กว่า 98% ในเวลาเพียง 3 นาที
  • มีระบบเซ็นเซอร์ช่วยตรวจจับปริมาณฝุ่นและแสดงสถานะการทำงานผ่านไฟสีต่างๆ
  • ช่วยกำจัดแมลงตัวเล็ก ซากแมลง และไรฝุ่น ลดสารก่อภูมิแพ้และเชื้อโรคในบ้านได้เป็นอย่างดี
ข้อจำกัด
  • อาจมีเสียงดังบ้างขณะทำงาน

รีวิวจากผู้ใช้จริง IRIS OHYAMA IC-FAC2

“คุณภาพ: 👍🏻👍🏻👍🏻คุณภาพดีเยี่ยมเหมาะสมกับราคา
ใช้งานมา 1 เดือน ดูดทุกอาทิตย์เพราะเลี้ยงแมวในห้อง แรงตีเยอะมาก แต่ไม่ค่อยดูดขนแมว จะดูดไรฝุ่นได้ซะเป็นส่วนใหญ่ ตรงที่มีขนแมวติดเยอะ ต้องดูดย้ำบ่อยๆ เครื่องจะดันๆขนแมวให้มากองเป็นกระจุกแล้วให้เราหยิบออก แต่ก็ถือว่าโอเคมาก ที่นอนโซฟาสะอาดขึ้น การล้างทำความสะอาดก็ง่าย ดึงกระเปาะไปเปิดในน้ำเพื่อลดการฟุ้งกระจายของไรฝุ่น เสร็จแล้วตากให้แห้ง เก็บเข้าที่พร้อมใช้งานได้ในครั้งต่อไป”

 


 

6. ALTEC M1 Plus ★★★★

 

“เครื่องดูดไรฝุ่นที่ดีที่สุดและไร้สายไฟกวนใจ”

ALTEC-M1-Plus

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

ALTEC M1 Plus ออกแบบมาในดีไซน์ที่ล้ำสมัยและเป็นที่นิยมในยุค “new normal” ที่สำคัญการใช้งานไร้สายทำให้คุณสามารถทำความสะอาดได้ทุกมุมของบ้าน โดยไม่จำเป็นต้องเสียเวลากับการเชื่อมต่อสายไฟหรือต้องยุ่งยากในกระบวนการใช้งาน แรงดูดของ ALTEC M1 Plus อยู่ที่ 8,500 PA ทำความสะอาดได้อย่างหมดจด ซึ่งเพียงแค่นี้ก็สามารถกำจัดฝุ่นและสิ่งสกปรกให้กับบ้านคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ALTEC M1 Plus มาพร้อมกับระบบมัลติฟิลเตอร์ในการกรองฝุ่นอย่างล้ำลึก การกรองแบบขั้นลึกนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันฝุ่นและขยะตกค้างอย่างแน่นหนา การกรองที่ถูกออกแบบมาเฉพาะหลายชั้น ทำให้เครื่องดูดไรฝุ่น ALTEC M1 Plus สามารถแยกฝุ่นและสิ่งสกปรกให้กับอากาศให้เป็นบริสุทธิ์และปลอดภัยในการใช้งานกับคุณและครอบครัว

เครื่องดูดไรฝุ่น ALTEC M1 Plus มาพร้อมกับตัวกรองฝุ่นที่หลากหลายสิ่ง ซึ่งมีการตรวจสอบความแน่ใจว่ากรองอากาศเสียได้สะอาดจริงๆ และปราศจากมลพิษที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ ตัวกรองเฉพาะในเครื่องดูดไรฝุ่น ALTEC M1 Plus ได้รับการทดสอบเพื่อแยกแยะเม็ดฝุ่นและสิ่งสกปรกต่างๆ ทำให้การดูดซับเกิดขึ้นอย่างมืออาชีพในทุกมุมของบ้าน

ALTEC M1 Plus มีขนาดเล็กกระทัดรัด มีขนาดประมาณ 250 x 298 x 200 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 1.72 กิโลกรัม เหมาะกับการใช้งานในทุกพื้นที่ในบ้าน การทำความสะอาดบนเตียง โซฟา พื้นผิวหิน และพื้นที่ซับซ้อนอื่นๆ สามารถทำได้อย่างง่ายดาย และกับระบบการสั่นสะเทือนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เครื่องดูดไรฝุ่น ALTEC M1 Plus สามารถกำจัดฝุ่นและสิ่งสกปรกได้อย่างทันสมัยและหายใจถ่อมใจในบริเตนอากาศที่สะอาด

สรุปคุณสมบัติของเครื่องดูดไรฝุ่น ALTEC M1 Plus

  • รับรองจากสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ และมีการรับประกันความพึงพอใจสูงสุดถึง 3 ปี
  • ระบบมัลติฟิลเตอร์ในการกรองฝุ่นอย่างล้ำลึก
  • การกรองฝุ่นที่เป็นอย่างมืออาชีพ
  • น้ำหนักเบาและมีแรงสั่นที่มีประสิทธิภาพ
  • ออกแบบด้วยดีไซน์สวย ใช้งานไร้สาย และแรงดูดที่ท้าทาย

ดังนั้นด้วยคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมมากมายเหล่านี้จึงทำให้นี่เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดของคำถาม “เครื่องดูดไรฝุ่น ยี่ห้อไหนดี?”

โดยสรุปเครื่องดูดไรฝุ่น ALTEC M1 Plus คือเครื่องมือสำคัญที่ทำให้การทำความสะอาดในบ้านของคุณกลายเป็นงานที่ง่ายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ยังต้องระมัดระวังในการทำความสะอาดอย่างถูกวิธีเพื่อประโยชน์แก่สุขภาพและความปลอดภัยของครอบครัวคุณด้วย

>>> อ่านต่อ + (ข้อมูลจำเพาะ) <<<

 

ข้อดี + เหตุผลที่ควรซื้อ
  • เป็นเครื่องดูดไรฝุ่นไร้สายที่ใช้ง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน
  • การกรองฝุ่นอย่างล้ำลึก
  • มีดีไซน์สวยงามและให้ความรู้สึกให้กับการใช้งานที่ทันสมัย
  • มีขนาดเล็กกระทัดรัดทำให้สะดวกต่อการจัดเก็บ
  • มีความหลากหลายในการกรองฝุ่น
ข้อจำกัด
  • เวลาในการใช้งานจำกัด

รีวิวจากผู้ใช้จริง ALTEC M1 Plus

“คุณภาพ: ดีมาก
การใช้งาน: ดีมาก
สินค้าใช้งานดีมากครับ”

 


 

7. Jimmy WB55 ★★★★

 

“เครื่องดูดไรฝุ่นที่ดีที่สุดและมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยม”

Jimmy-WB55

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

เครื่องดูดไรฝุ่น Jimmy WB55 เป็นผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมกับความสามารถในการกำจัดไรและฝุ่นอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยคุณสมบัติและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้เป็นเครื่องดูดฝุ่นที่เหมาะสำหรับบ้านและสถานที่ต่าง ๆ ที่ต้องการความสะอาดและอยากกำจัดไรอย่างสมบูรณ์ มาดูกันว่าเครื่องดูดไรฝุ่นรุ่นนี้มีคุณสมบัติและความสามารถอะไรบ้าง

อัลตราไวโอเลตที่แข็งแกร่งและแถบคลื่น 253.7 นาโนเมตรเลียนแบบดวงอาทิตย์เพื่อฆ่าไร: เครื่องดูดไรฝุ่น Jimmy WB55 มาพร้อมกับอัลตราไวโอเลตที่แข็งแกร่งและแถบคลื่น 253.7 นาโนเมตร เป็นเทคโนโลยีที่มีความสามารถในการกำจัดไรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ที่ไรฝุ่นมีอยู่มาก เช่น พื้นผิวพื้นห้องนอนหรือพื้นผิวพื้นที่นอน ทำให้คุณมั่นใจได้ในเรื่องของความสะอาดและสุขอนามัยของครอบครัวคุณ

ปากดูดขนาด 245 มม. ประสิทธิภาพในการกำจัดไรเพิ่มขึ้น 50%: ปากดูดขนาดใหญ่ของเครื่องดูดไรฝุ่น Jimmy WB55 ทำให้มีประสิทธิภาพในการดูดไรเพิ่มขึ้นถึง 50% ด้วยขนาดที่กว้างและการดูดที่มีความสามารถในการเก็บฝุ่นและไรได้มากกว่าเครื่องดูดไรฝุ่นส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังช่วยลดเวลาในการทำความสะอาดเตียงนอนหรือพื้นผิวที่มีรอยขีดข่วนหรือขดลวดผ้าอยู่บนพื้น

ฆ่าเชื้อ 253.7 nm: เครื่องดูดไรฝุ่น Jimmy WB55 มาพร้อมกับฟังก์ชันการฆ่าเชื้อด้วยแสง UV ที่ควบคุมอย่างอัตโนมัติ ซึ่งสามารถฆ่าเชื้อและจุลินทรีย์ต่าง ๆ ที่อาจอยู่บนพื้นผิวหรือในภายในเครื่องดูดไรฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้บ้านคุณมีสภาพแวดล้อมที่เป็นสุขอนามัยและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ประสิทธิภาพการแยก เทคโนโลยีอัจฉริยะป้องกันการรั่วซึม ป้องกันรอยขีดข่วน ป้องกันขดลวดผ้า: เครื่องดูดไรฝุ่น Jimmy WB55 มาพร้อมกับเทคโนโลยีอัจฉริยะในการแยกฝุ่นและไร ป้องกันไม่ให้ฝุ่นและไรที่ดูดเข้าไปในเครื่องรั่วซึมออกมาอีกครั้ง ทำให้เครื่องดูดไรฝุ่นมีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดและใช้งานได้นานขึ้น ประหยัดเวลาและพลังงานในการดูดฝุ่นที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

กระบอกเก็บฝุ่นความจุ 0.5 ลิตร ถอดออกและทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย: เครื่องดูดไรฝุ่น Jimmy WB55 มาพร้อมกับกระบอกเก็บฝุ่นที่มีความจุ 0.5 ลิตร สามารถถอดออกจากเครื่องและทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องยุ่งยากในการเปิดเครื่องในการเปลี่ยนถุงฝุ่น ช่วยให้คุณสะดวกสบายในการทำความสะอาดและบำรุงรักษาเครื่องดูดไรฝุ่นให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

สามารถทำความสะอาดเตียงนอน 1.8 เมตร ใน 3 นาที: ความสามารถในการดูดและทำความสะอาดของเครื่องดูดไรฝุ่น Jimmy WB55 นั้นสามารถทำความสะอาดพื้นผิวเตียงนอนขนาด 1.8 เมตรได้ในเวลาเพียง 3 นาที ทำให้คุณประหยัดเวลาในการทำความสะอาดและได้ความสะอาดที่ดีที่สุดในทุกครั้ง

มีแสง UV ฆ่าเชื้อ และ ลมร้อน: เพื่อความสะอาดและสุขอนามัยที่ดีที่สุด คุณสามารถใช้งานฟังก์ชันการฆ่าเชื้อด้วยแสง UV ที่มาพร้อมกับเครื่องดูดไรฝุ่น Jimmy WB55 ทำให้คุณมั่นใจได้ในเรื่องของความสะอาดและสุขอนามัยของครอบครัวคุณ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันการพ่นลมร้อนเพื่อล้างความสกปรกและกลิ่นไม่พึ่งพา ทำให้บ้านคุณมีกลิ่นหอมสดชื่นอย่างต่อเนื่อง

แรงดูดแรง ทรงพลัง สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ 1 ชม.: เครื่องดูดไรฝุ่น Jimmy WB55 มีความสามารถในการดูดอย่างแรงดูดและทรงพลัง ทำให้สามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานถึง 1 ชั่วโมง โดยไม่ต้องหยุดพัก ทำให้คุณสะดวกในการทำความสะอาดและจัดการกับงานที่มีปริมาณฝุ่นและไรมาก

ข้อมูลตัวสินค้า

  • พลังดูดสูง 16000Pa: ความสามารถในการดูดสูงสุดถึง 16000 ปาสคาล
  • ความกว้างการดูด 245 มม.: ปากดูดขนาดใหญ่ทำให้สามารถกดดูดพื้นผิวกว้างได้มากขึ้น
  • กำลังไฟ: 600W: พลังงานในการทำงานของเครื่องดูดฝุ่นที่ค่อนข้างต่ำ ช่วยประหยัดพลังงาน
  • เวลาในการตี: 62000 / ต่อนาที: ความเร็วในการดูดที่สูง สามารถทำความสะอาดได้ด้วยเวลาที่ประหยัด
  • สายไฟ: 5M: ความยาวของสายไฟที่เพียงพอในการเคลื่อนไหวไปตามพื้นที่ที่ต้องการทำความสะอาด
  • น้ำหนักสุทธิ / น้ำหนักรวม: 2.17 กก. / 3.04 กก: น้ำหนักที่เบาและสะดวกในการพกพาและใช้งาน
  • ขนาด: 325 * 280 * 190 (mm): ขนาดที่เล็กกระทัดรัดและไม่รบกวนในการจัดเก็บหรือใช้งาน

ดังนั้นด้วยคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมมากมายเหล่านี้จึงทำให้นี่เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดของคำถาม “เครื่องดูดไรฝุ่น ยี่ห้อไหนดี?”

เครื่องดูดไรฝุ่น Jimmy WB55 เป็นเครื่องดูดฝุ่นที่มีคุณสมบัติและความสามารถที่เหนือกว่าเครื่องดูดฝุ่นทั่วไป ทำให้เป็นเครื่องเลือกที่ดีสำหรับครอบครัวและบ้านที่ต้องการความสะอาดและสุขอนามัยที่ดีที่สุด สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องดูดฝุ่นที่มีประสิทธิภาพและง่ายในการใช้งาน ควรคิดถึงเครื่องดูดไรฝุ่น Jimmy WB55 ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อทำให้บ้านคุณมีสภาพแวดล้อมที่สะอาดและปลอดภัยอย่างแท้จริง

>>> อ่านต่อ + (ข้อมูลจำเพาะ) <<<

 

ข้อดี + เหตุผลที่ควรซื้อ
  • ด้วยอัลตราไวโอเลตและแถบคลื่น 253.7 นาโนเมตร ทำให้มีความสามารถในการกำจัดไรอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ปากดูดขนาดใหญ่ ประสิทธิภาพในการกำจัดไรเพิ่มขึ้น
  • มาพร้อมกับฟังก์ชันการฆ่าเชื้อด้วยแสง UV ที่ควบคุมอย่างอัตโนมัติ
  • มีประสิทธิภาพการแยกและเทคโนโลยีอัจฉริยะ
  • มีแสง UV ฆ่าเชื้อและลมร้อน
  • แรงดูดแรงทรงพลัง สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ 1 ชั่วโมง
ข้อจำกัด
  • ราคาที่ค่อนข้างสูง

รีวิวจากผู้ใช้จริง Jimmy WB55

“ดีงามสุด ๆๆๆๆ เลยค่ะ ไม่ต้องไปจ้างแพง ๆ ราคาถูกมาก ๆๆ พันกว่า ๆ ที่ดูดตามรูปคือที่นอน 2 หลัง หมอน 4-5 ใบ ฝุ่นตามในรูปเลยค่ะ พลังดูดสูงมาก คือเราไม่เคยดูดมาก่อนเลยจะเยอะ ๆ หน่อย ถือไม่หนักกำลังถนัดมือ ดูมีความปลอดภัยสูง แนะนำค่ะ เพิ่มเงินอีกไม่เยอะ ได้ของดีถือว่าคุ้มค่ะ แนะนำ ๆๆ แพคโฟมมาอย่างดีด้วย”

 


 

8. Simplus CMYH001 ★★★★

 

“เครื่องดูดไรฝุ่นที่ดีที่สุดและเรียบง่าย”

Simplus-CMYH001

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

เครื่องดูดฝุ่น Simplus CMYH001 เป็นเครื่องดูดฝุ่นที่มาพร้อมกับคุณสมบัติที่ทันสมัยและประสิทธิภาพในการดูดฝุ่น ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายและการใช้งานที่ง่ายด้วยปุ่มเดียว สามารถทำความสะอาดไรฝุ่นอย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ทำให้ผ้ายับหรือเสียรูป และสามารถดูดทำความสะอาดได้ในเวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น สะดวกและรวดเร็วทันสถานการณ์ที่ต้องการความสะอาดอย่างรวดเร็ว

ด้วยวัสดุส่วนผสมของ ABS ทำให้เครื่องดูดฝุ่นน้ำหนักเบาเพียง 0.9 กิโลกรัม จึงทำให้การเคลื่อนไหวและการใช้งานเป็นเรื่องง่าย สะดวกต่อการยกขึ้นลงและขนานนำไปทำความสะอาดในทุกมุมของบ้านหรือสถานที่ต่างๆ แม้ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัยหรือที่ทำงานก็ตาม

คุณสมบัติที่น่าสนใจของเครื่องดูดฝุ่น Simplus CMYH001 คือ แรงดูดทรงพลัง 13000PA ซึ่งช่วยให้การดูดฝุ่นเข้าสู่กล่องเก็บฝุ่นทันที และยังมีฟังก์ชั่นในการตีไรฝุ่นอีกด้วย ทำให้การทำความสะอาดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีไส้กรองระดับ F8 ซึ่งเป็นกรองที่มีประสิทธิภาพในการกรองไรฝุ่นอย่างมีประสิทธิภาพ และยังมีการฆ่าเชื้อด้วยลมร้อนเพื่อลดความชื้นและกำจัดกลิ่นในสิ่งแวดล้อมด้วย

ในรายการบรรจุภัณฑ์ของเครื่องดูดฝุ่น Simplus CMYH001 ประกอบด้วยแรงดันไฟ 220V 50HZ และกำลังไฟ 400W ดูดสูญญากาศที่แรงดัน 13000Pa ซึ่งเป็นความถี่ในการตีครั้งละ 3500 ครั้งต่อนาที ความจุถ้วยเก็บฝุ่นคือ 0.25 ลิตร และระดับเสียงรบกวนที่เกิดจากการทำงานของเครื่องดูดฝุ่นนี้คือ 75 เดซิเบล และมาพร้อมกับสายไฟยาว 3 เมตร วัสดุหุ้มทำจาก ABS และวัสดุลวดทำจากทองแดง และปลั๊กมาตรฐานยุโรป VDE เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน ดังนั้นด้วยคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมมากมายเหล่านี้จึงทำให้นี่เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดของคำถาม “เครื่องดูดไรฝุ่น ยี่ห้อไหนดี?”

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ และความสามารถในการดูดฝุ่นอย่างง่ายและมีประสิทธิภาพ ทำให้เครื่องดูดฝุ่น Simplus CMYH001 เป็นเครื่องใช้งานที่อยู่คู่ไปกับความสะดวกสบายในการทำความสะอาดสำหรับทุกครั้งที่คุณต้องการ

>>> อ่านต่อ + (ข้อมูลจำเพาะ) <<<

 

ข้อดี + เหตุผลที่ควรซื้อ
  • มีดีไซน์เรียบง่ายและเปิดปิดง่ายด้วยปุ่มเดียว
  • แรงดูดทรงพลัง 13000PA และไส้กรองระดับ F8
  • ดูดฝุ่นสามารถดูดฝุ่นและสิ่งสกปรกอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การทำความสะอาดรวดเร็ว
  • มีฟังก์ชั่นการฆ่าเชื้อด้วยลมร้อนที่ช่วยลดความชื้นและกำจัดกลิ่นไม่พึ่งผานการใช้สารเคมี
ข้อจำกัด
  • เครื่องดูดฝุ่นอาจมีระดับเสียงรบกวน

รีวิวจากผู้ใช้จริง Simplus CMYH001

“คุณภาพ: คุ้มค่ากับราคา ดูดที่นอนแล้วแล้วสบายตัวขึ้น
การใช้งาน: ใช้งานได้ดี ดูดไรฝุ่นดี
ประทับใจสินค้า ถูกและดี คุ้มค่ากับราคา ร้านแพ็คสินค้าดี แน่นหนา สินค้าไม่เสียหาย ส่งของเร็วค่ะ อัพเดทเลขพัสดุเร็วมาก เช็คได้เลย สินค้าดีมีคุณภาพ อุดหนุนอีกแน่นอน แนะนำร้านนี้ค่ะ ให้เลย 10 ดาว ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️”

 


 

9. Airbot CM900 ★★★★

 

“เครื่องดูดไรฝุ่นที่ดีที่สุดและกำจัดเชื้อโรคได้ดี”

Airbot-CM900

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

เรื่องของการดูดไรฝุ่นและกำจัดเชื้อโรคภัยที่อาจเกิดขึ้นจากความสกปรกในสิ่งของในบ้านเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจมากขึ้น มีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำความสะอาดต่างๆ ที่ออกมาตามความต้องการของผู้ใช้และสภาพแวดล้อม และเครื่องดูดไรฝุ่น Airbot CM900 ก็เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งเครื่องดูดไรฝุ่นรุ่นนี้มีคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์และความสามารถในการกำจัดไรฝุ่นและเชื้อโรคที่น่าสนใจ โดยมาพร้อมกับความปลอดภัยในการใช้งานอีกด้วย

หนึ่งในคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์ของเครื่องดูดไรฝุ่น Airbot CM900 คือการใช้แสง UV-C ระดับความเข้มของสูงในการกำจัดเชื้อโรค และเชื้อโรคในผ้าปูที่ใช้กันบนเตียง การใช้แสง UV-C สามารถฆ่าเชื้อโรคและเชื้อโรคในผ้าปูได้ถึง 99% นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการทำความสะอาดและล้างจากความสกปรกที่อยู่ในที่ที่ไม่เห็นด้วยตาอย่างชัดเจนอย่างสมบูรณ์ ด้วยการใช้หัวดูดแบบมีเคลื่อนไหวที่สามารถสั่นสะเทือนด้วยความถี่ 8000Hz ซึ่งเป็นกลไกที่ช่วยในการกำจัดไรฝุ่นที่ซ่อนตัวอยู่ในใยผ้าได้มีความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น การใช้ความสามารถของเครื่องดูดไรฝุ่นรุ่นนี้ทำให้สามารถทำความสะอาดผ้าปูที่ใช้กันบนเตียงได้เสร็จสมบูรณ์ในเวลาเพียง 5 นาที

เครื่องดูดไรฝุ่น Airbot CM900 ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดไรฝุ่นอย่างที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้คือ มีระบบกรอง HEPA ที่มีความละเอียดระดับ E ซึ่งสามารถกักเก็บฝุ่นและเชื้อโรคได้ดี นอกจากนี้ยังสามารถใช้ซ้ำได้โดยการล้างความสะอาดของกรอง HEPA ด้วยน้ำหมากหรือน้ำยาล้างจาน เพื่อให้คงคุณภาพในการทำงานที่สูง ยังมีความสะดวกในการขยับเครื่องดูดได้อย่างอิสระกับสายไฟความยาว 4.0 เมตร ทำให้สามารถใช้งานได้หลายที่ภายในบ้าน รวมถึงสามารถใช้กับผ้าปูที่ใช้กันบนเตียงขนาดควีนได้อย่างสะดวกสบาย

อย่างไรก็ตาม การใช้งานแสง UV-C ระดับความเข้มของสูงและมอเตอร์ที่ทำงานอย่างมีกำลังอาจทำให้เกิดความร้อนอย่างแรงในเครื่อง ซึ่งก็คือความปรกติของเครื่อง ดังนั้นในกรณีที่ใช้งานเครื่องนี้เป็นเวลานานควรให้เครื่องพักสัก 10-20 นาทีเพื่อให้มีเวลาในการระบายความร้อนออก และห้ามปล่อยให้หัว UV-C อยู่ที่จุดเดียวกันนานเกิน 5 นาที เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากแสง UV-C ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายกับร่างกาย

ด้วยคุณสมบัติที่ทันสมัยและความปลอดภัยที่ดี ทำให้เครื่องดูดไรฝุ่น Airbot CM900 เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการทำความสะอาดและกำจัดเชื้อโรคในบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้คุณและคนที่คุณรักสามารถนอนหลับในความสงบสุขและลดโอกาสเกิดการแพ้ผิวพร้อมกัน ดังนั้นด้วยคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมมากมายเหล่านี้จึงทำให้นี่เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดของคำถาม “เครื่องดูดไรฝุ่น ยี่ห้อไหนดี?”

>>> อ่านต่อ + (ข้อมูลจำเพาะ) <<<

 

ข้อดี + เหตุผลที่ควรซื้อ
  • กำจัดไรฝุ่นและเชื้อโรคอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ด้วยการใช้แสง UV-C ระดับความเข้มของสูง สามารถกำจัดเชื้อโรคและเชื้อโรคในผ้าปูได้ถึง 99%
  • มาพร้อมกับหัวดูดที่สามารถสั่นสะเทือนด้วยความถี่ 8000Hz
  • กำจัดไรฝุ่นที่ซ่อนตัวอยู่ในใยผ้าอย่างสมบูรณ์และรวดเร็ว
  • ความสะดวกในการใช้งาน
  • มีน้ำยาล้างสำหรับล้างไส้กรอง HEPA ทำให้สามารถใช้ซ้ำได้
  • มาพร้อมกับระบบหยุดการทำงานของเครื่องหลังจากใช้งานเวลานานเพื่อให้เครื่องระบายความร้อน
ข้อจำกัด
  • อาจมีเสียงสูงสักครู่ในระหว่างการทำความสะอาด

รีวิวจากผู้ใช้จริง Airbot CM900

“ดูดได้ดีเลยครับ ไม่ดังมากด้วย ดูดโซฟาอายุ10ปี สภาพไรฝุ่นคือน่ากลัวทีเดียว ดูดทีเดียวถือว่าคุ้มละ ตกใจกับไรฝุ่นที่ดูดมากทีเดียว”

 


 

10. AmazeFan Anti-Dust Mite ★★★★☆

 

“เครื่องดูดไรฝุ่นที่ดีที่สุดและราคาประหยัด”

AmazeFan-Anti-Dust-Mite

สามารถเช็คราคา ณ ปัจจุบัน และส่วนลดได้ที่ : ⬇️

🔖 Lazada Thailand 🏷️ Shopee Thailand

ด้วยคุณสมบัติและความสามารถที่ยอดเยี่ยมและราคาอันแสนถูก เครื่องดูดไรฝุ่น AmazeFan Anti-Dust Mite เป็นผู้ช่วยที่ดีในการกำจัดไรฝุ่นและเชื้อโรคอย่างมีประสิทธิภาพ มาช่วยคุณให้บ้านและสิ่งที่คุณใช้ประจำวันในที่อยู่อาศัยเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับการอยู่อาศัยอย่างแนบเนียนและหมายความได้ว่าเป็นบ้านที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัว

คุณสมบัติของเครื่องดูดไรฝุ่น AmazeFan Anti-Dust Mite

  1. เครื่องมือกำจัดไรไร้สาย: เครื่องดูดไรฝุ่น AmazeFan Anti-Dust Mite มาในรูปแบบไร้สายทำให้คุณสามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องมีสายไฟมาควบคุม ทำให้คุณสามารถเคลื่อนไหวเสรีและดูดฝุ่นได้ทุกมุมในบ้านของคุณ
  2. ดูดซับไรฝุ่นอย่างแรง: ด้วยความแรงในการดูดสูงถึง 16,000Pa เครื่องดูดไรฝุ่น AmazeFan สามารถดูดซับไรฝุ่นอย่างล้ำลึกลึกเข้าสู่ผ้าปูที่นอนขนาด 35 ซม. และกำจัดไรฝุ่นในชั้นลึกของที่นอนอย่างสมบูรณ์ โดยรวมถึงไรฝุ่นของสัตว์เลี้ยงและแบคทีเรียที่อาจจะมองไม่เห็นเลย
  3. การฆ่าเชื้อด้วยรังสีอัลตราไวโอเลต 260nm: เครื่องดูดไรฝุ่น AmazeFan Anti-Dust Mite สามารถฆ่าเชื้อและไรฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพถึง 99.9% ด้วยรังสีอัลตราไวโอเลตวงที่มีความถี่สูงถึง 260nm ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและการแพร่กระจายของเชื้อโรคภายในบ้าน
  4. โซนสั่นสะเทือนความถี่สูง: เครื่องดูดไรฝุ่นนี้มาพร้อมกับโซนสั่นสะเทือนความถี่สูงที่สามารถสั่นได้ถึง 1,000,000 ครั้งต่อนาที ทำให้สามารถเอาชนะฝุ่นและภูมิอากาศที่ไม่ดีในบ้านของคุณ
  5. อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน: แบตเตอรี่ของเครื่องดูดไรฝุ่น AmazeFan สามารถใช้งานได้นานหมดประมาณ 45-60 นาที หากคุณใช้งานต่อเนื่องครั้งละ 35 นาที และการชาร์จก็ใช้เวลาไม่นานเพียงแค่ 2-3 ชั่วโมง
  6. เทคโนโลยีการกรอง 4 ชั้น: เครื่องดูดไรฝุ่นนี้มาพร้อมกับแผ่นกรอง HEPA 4 ชั้น ซึ่งสามารถกรองฝุ่นได้ถึงขนาด 0.3 ไมครอน ช่วยให้คุณได้รับอากาศที่สะอาดและปลอดภัยในการใช้งาน
  7. เสียงรบกวนที่น้อย: เครื่องดูดไรฝุ่น AmazeFan Anti-Dust Mite มีเสียงรบกวนที่ต่ำไม่เกิน 68 เดซิเบล ทำให้การใช้งานสะดวกและไม่รบกวนความเงียบสงบในบ้าน

ดังนั้นด้วยคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมมากมายเหล่านี้จึงทำให้นี่เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดของคำถาม “เครื่องดูดไรฝุ่น ยี่ห้อไหนดี?”

เครื่องดูดไรฝุ่น AmazeFan Anti-Dust Mite เป็นสิ่งที่คุณต้องการสำหรับบ้านของคุณ และเป็นผู้ช่วยที่ดีในการสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาดและปลอดภัยให้กับคุณและครอบครัว ไม่ว่าคุณจะอยู่ในพื้นที่ที่ฝุ่นซากเยอะแยะหรือไม่ การใช้เครื่องดูดไรฝุ่น AmazeFan Anti-Dust Mite จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอาการภูมิแพ้และการติดเชื้อให้ต่ำลง ทำให้คุณมั่นใจในสภาพแวดล้อมในบ้านของคุณทุกครั้งที่คุณใช้งาน

>>> อ่านต่อ + (ข้อมูลจำเพาะ) <<<

 

ข้อดี + เหตุผลที่ควรซื้อ
  • ดูดซับไรฝุ่น ด้วยความกำลังในการดูดสูงถึง 16,000Pa
  • ดูดซับไรฝุ่นลึกเข้าสู่ผ้าปูที่นอนและสิ่งที่มองเห็นไม่เห็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ฆ่าเชื้อและไรฝุ่นโดยใช้รังสีอัลตราไวโอเลตวงที่มีความถี่สูงถึง 260nm
  • มาพร้อมแผ่นกรอง HEPA 4 ชั้น
  • ช่วยให้ได้รับอากาศที่สะอาดและปลอดภัยในการใช้งาน
  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน
  • เสียงรบกวนที่น้อย
  • ราคาถูกมาก
ข้อจำกัด
  • อายุการใช้งานของแบตเตอรี่อาจจำกัดเวลา และหากใช้งานต่อเนื่องนานๆ อาจต้องใช้เวลาในการชาร์จใหม่อีกครั้ง

รีวิวจากผู้ใช้จริง AmazeFan Anti-Dust Mite

“คุณภาพ: เหมาะสมก้บราคา
การใช้งาน: ดี
เสียงอาจจะดังไปหน่อยขณะที่เครื่องกำลังทำงาน แต่โดยรวมดูดฝุ่นค่อนข้างดีเลยทีเดียว ขนาดและน้ำหนักกำลังพอดี กะทัดรัด เหมาะกับคนที่ไม่ชอบสายไฟยาวๆ สำหรับใครที่กำลังลังเลกดใส่ตระกร้าได้เลยรับรองไม่ผิดหวังแน่นอน”

 

 

The-Best-Anti-dust-mite-Vacuum-cleaners-เครื่องดูดไรฝุ่น ยี่ห้อไหนดี

 

เคล็ดลับในการเลือกครื่องดูดไรฝุ่น

1. ประเภทของเครื่องดูดไรฝุ่น

เครื่องดูดไรฝุ่นมาในหลากหลายประเภท เช่น เครื่องดูดไรฝุ่นแบบตั้งพื้น (Upright), เครื่องดูดไรฝุ่นแบบมือถือ (Handheld), เครื่องดูดไรฝุ่นแบบถัง (Canister) และอื่นๆ แต่ละประเภทมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน ควรพิจารณาว่าต้องการใช้งานในพื้นที่ใหญ่หรือเล็ก บนพื้นที่แขวนหรือพื้นที่นำพาเพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการของคุณ

2. ความเสียงของเครื่องดูดไรฝุ่น

ระบบการดูดฝุ่นบางรุ่นอาจมีเสียงรบกวนที่สูง สำหรับบ้านที่มีเด็กหรือมีสัตว์เลี้ยง การเลือกใช้เครื่องดูดไรฝุ่นที่มีระบบกันเสียงหรือกันสะเทือนเสียงนั้นอาจเป็นทางเลือกที่ดีในการหลีกเลี่ยงความรบกวน

3. ความสามารถในการดูดฝุ่นและสิ่งสกปรกอื่นๆ

ความสามารถในการดูดฝุ่นและสิ่งสกปรกอื่นๆ เช่น ขนสัตว์เสียหาย ฝุ่นละอองน้ำ ร่องรอยเศษอาหาร เป็นสิ่งที่สำคัญในการเลือกเครื่องดูดไรฝุ่น ควรตรวจสอบสเปคให้ถี่ถ้วนก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ

4. ระบบกรอง

เครื่องดูดไรฝุ่นที่มาพร้อมระบบกรองที่มีประสิทธิภาพสามารถป้องกันฝุ่นและสารอาหารจากการถูกหล่อนออกมาใหม่เข้าสู่อากาศในบ้าน มีความสำคัญในการรักษาความบริสุทธิ์ของอากาศภายในบ้านคุณ

5. การใช้พลังงาน

เครื่องดูดไรฝุ่นที่มีระบบการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้งานในระยะยาว ควรเลือกเครื่องดูดไรฝุ่นที่ได้มาตรฐาน Energy Star หรือระบบอื่นๆ ที่สามารถลดการใช้พลังงานได้

6. ราคาและความคุ้มค่า

ตัวเลือกที่ดีที่สุดไม่จำเป็นต้องเป็นแบบที่แพงที่สุด แต่ควรคำนึงถึงความคุ้มค่าในระดับราคาที่คุณพร้อมจ่าย ควรเปรียบเทียบราคาและคุณภาพเพื่อค้นหาเครื่องดูดไรฝุ่นที่ให้ความคุ้มค่าในการใช้งาน

7. ความเป็นมืออาชีพของยี่ห้อ

การเลือกเครื่องดูดไรฝุ่นจากยี่ห้อที่เป็นที่นิยมและได้รับความนิยมในตลาดมักจะมีความเป็นมืออาชีพ และเป็นที่นิยมในความเสถียรของผลิตภัณฑ์นั้นๆ ซึ่งอาจมอบความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ

8. ความคิดเห็นและรีวิว

การอ่านรีวิวและความคิดเห็นจากผู้ใช้งานคนอื่น ๆ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้เราเลือกเครื่องดูดไรฝุ่นที่ดีที่สุด ควรสังเกตความเห็นที่ได้รับการยอมรับและเสียความคิดเห็นเป็นอย่างดีก่อนตัดสินใจ

 

The-Best-Anti-dust-mite-Vacuum-cleaners-เครื่องดูดไรฝุ่น ยี่ห้อไหนดี

 

ตัวไรฝุ่นคืออะไร?

ตัวไรฝุ่น (Dust mite) เป็นสัตว์เล็กๆ ที่มีขนาดเล็กมาก อยู่ในกลุ่มของแมลงชนิดหนึ่งที่ถูกพบอยู่ในสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์และสัตว์เลี้ยง ซึ่งส่วนใหญ่จะพบในบ้านของเรา โดยพวกเขาชอบอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นและอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 20-25 องศาเซลเซียส (68-77 องศาฟาเรนไฮต์) ซึ่งทำให้สภาพบ้านเป็นสภาพที่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยของตัวไรฝุ่นนี้.

ตัวไรฝุ่นสามารถอาศัยอยู่ในที่มีความชื้นสูง โดยพวกเขาชอบที่มีฝุ่นและเศษอาหารจากคนหรือสัตว์เลี้ยงเพียงพอเพียงพอในการอาศัยอาศัย อาหารของตัวไรฝุ่นประกอบด้วยเศษผิวหนังและเศษสัตว์นอกจากนี้ยังมีเชื้อราและแบคทีเรียในฝุ่นที่เป็นอาหารเสริมของตัวไรฝุ่นด้วย

ภูมิต้านทานต่ำในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ อาจทำให้เกิดอาการภูมิแพ้และโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ ซึ่งอาจเกิดจากการสะสมของตัวไรฝุ่นและของเสียของตัวไรฝุ่นในสิ่งของภายในบ้าน เมื่อคนหายใจเข้าไป อาจก่อให้เกิดอาการหายใจติดขัด ภูมิแพ้หรือการเกิดอาการแพ้ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ

การจัดการตัวไรฝุ่นในบ้านสำคัญในการลดความรุนแรงของภูมิแพ้หรือโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ ดังนั้นควรทำความสะอาดบ้านอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงเปลี่ยนผ้าปูที่นอนและผ้าห่มอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และใช้ผ้าปูที่นอนและผ้าห่มที่สามารถป้องกันไรฝุ่นได้ นอกจากนี้ยังควรทำความสะอาดที่มีฝุ่นบ่อยครั้งเช่น พรม ผ้าม่าน โถทิพย์ และการดูแลที่มีฝุ่น เช่น การดูแลสัตว์เลี้ยงที่อาจเป็นตัวก่อการเกิดฝุ่น

 

คำถามที่พบบ่อย

  1. เครื่องดูดไรฝุ่นประเภทไหนเหมาะกับการใช้งานที่บ้าน?

    • เครื่องดูดไรฝุ่นประเภทตั้งพื้น (Upright) เหมาะสำหรับพื้นที่ใหญ่และการทำความสะอาดบ่อยครั้ง
    • เครื่องดูดไรฝุ่นประเภทมือถือ (Handheld) เหมาะสำหรับการทำความสะอาดบริเตนและพื้นที่แคบ
    • เครื่องดูดไรฝุ่นประเภทถัง (Canister) เหมาะสำหรับทำความสะอาดพื้นที่ต่างๆ เช่น พื้นระหว่างเฟอร์นิเจอร์
  2. ความเร็วของพัดลม (Airflow) เป็นอะไรที่สำคัญหรือไม่?

    • ใช่, ความเร็วของพัดลมมีความสำคัญในการกำจัดฝุ่นและสิ่งสกปรก ความเร็วที่สูงกว่าช่วยให้เครื่องดูดฝุ่นดูดฝุ่นได้มากขึ้น
  3. ระบบกรองควรมีอะไรบ้างที่ควรให้คำนึงถึง?

    • ระบบกรองสำหรับเครื่องดูดไรฝุ่นควรมีอย่างน้อย 2 ระบบ: กรอง HEPA ที่จับฝุ่นขนาดเล็กและระบบกรองอากาศเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของอากาศภายในบ้าน
  4. ความถี่ในการเปลี่ยนกระเป๋าดูดฝุ่นควรเป็นอย่างไร?

    • ควรเปลี่ยนกระเป๋าดูดฝุ่นเมื่อมีฝุ่นอยู่ในระดับเต็มหรือตามคำแนะนำของผู้ผลิต เพื่อรักษาประสิทธิภาพในการดูดฝุ่น
  5. เสียงของเครื่องดูดฝุ่นเป็นปัญหาหรือไม่?

    • เสียงของเครื่องดูดฝุ่นอาจเป็นปัญหาสำหรับบ้านที่มีเด็กหรือสัตว์เลี้ยง ควรเลือกเครื่องดูดไรฝุ่นที่มีระบบกันเสียงหรือเสียงน้อย
  6. ยี่ห้อเครื่องดูดไรฝุ่นที่นิยมและเป็นที่นิยมมีอะไรบ้าง?

    • นอกจากยี่ห้อที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมเช่น Dyson, Shark, Miele, และ Bosch ยังมียี่ห้ออื่นๆ ที่ได้รับความนิยมเช่น Xiaomi, LG, และ Electrolux
  7. เครื่องดูดไรฝุ่นควรใช้กับพื้นผิวใดได้บ้าง?

    • เครื่องดูดไรฝุ่นสามารถใช้กับพื้นกระเบื้อง, ไม้, พรม, และพื้นผิวอื่นๆ ตามความสามารถของระบบแปรงและหัวดูด
  8. มีเซ็นเซอร์หรือระบบควบคุมการดูดเสียหายที่ดีหรือไม่?

    • เครื่องดูดไรฝุ่นบางรุ่นมีเซ็นเซอร์หรือระบบควบคุมการดูดเสียหายที่ช่วยให้เครื่องดูดฝุ่นทำงานอย่างเป็นประสิทธิภาพและปรับตัวให้เหมาะสมกับพื้นที่

 

สรุป

เครื่องดูดไรฝุ่น ยี่ห้อไหนดี? การเลือกเครื่องดูดไรฝุ่นที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับความต้องการและความเหมาะสมของคุณ ควรพิจารณาประเภทของเครื่องดูดไรฝุ่นที่ต้องการใช้ ระบบกรอง ความสามารถในการดูดฝุ่นและสิ่งสกปรกอื่นๆ ราคาและความคุ้มค่า รวมถึงความเป็นมืออาชีพของยี่ห้อ และความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน การทำความเข้าใจเรื่องราวเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกซื้อเครื่องดูดไรฝุ่นที่เหมาะสมและตอบสนองความต้องการของคุณได้ดียิ่งขึ้น